โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    เป็นนิ่วในไตห้ามกินอะไร พาเข้าใจชนิดของนิ่วและอาหารที่ควรเลี่ยง

    5 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 15 ต.ค. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    ตรวจคัดกรองการไหลของปัสสาวะ
    ตรวจคัดกรองการไหลของปัสสาวะ
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งต่อมลูกหมาก
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งต่อมลูกหมาก
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของต่อมลูกหมาก
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของต่อมลูกหมาก
    เป็นนิ่วในไตห้ามกินอะไร พาเข้าใจชนิดของนิ่วและอาหารที่ควรเลี่ยง
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 15 ต.ค. 2569

    โรคนิ่วในไตเป็นความผิดปกติที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 30–60 ปี ซึ่งการเลือกรับประทานอาหารมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการทำงานของไต สำหรับผู้ที่กำลังสงสัยว่า เป็นนิ่วในไตห้ามกินอะไร รวมถึงประเภทของนิ่วและอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง จะช่วยลดการสะสมของผลึกแร่ธาตุ และป้องกันการเกิดนิ่วซ้ำได้

    นิ่วในไต คืออะไร และเกิดขึ้นในระบบทางเดินปัสสาวะได้อย่างไร

    นิ่วในไต คือ ก้อนผลึกแร่ธาตุแข็งที่เกิดการตกตะกอน และสะสมอยู่ภายในไตหรือระบบทางเดินปัสสาวะ เกิดจากการที่ปัสสาวะมีความเข้มข้นของสารก่อผลึกสูงเกินไป เช่น แคลเซียม ออกซาเลต หรือกรดยูริก ร่วมกับการได้รับน้ำไม่เพียงพอ เมื่อสารเหล่านี้จับตัวกันเป็นก้อนแข็งจนมีขนาดโตขึ้น อาจบดบังทางเดินปัสสาวะ ก่อให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรง เลือดออก หรือภาวะติดเชื้อแทรกซ้อนในทางเดินปัสสาวะตามมาได้

    เช็กประเภทของนิ่วในไต เพื่อวางแผนการกินอาหารได้อย่างถูกต้อง

    ประเภทของนิ่วในไต

    ชนิดของนิ่วในไตมีความสัมพันธ์กับประเภทอาหารที่รับประทานอย่างใกล้ชิด การตรวจวิเคราะห์ประเภทของผลึกนิ่วจะช่วยให้วางแผนการปรับเปลี่ยนโภชนาการได้อย่างถูกต้อง

    1. นิ่วแคลเซียมออกซาเลต ชนิดของผลึกนิ่วที่พบได้บ่อย

    นิ่วแคลเซียมออกซาเลต (Calcium Oxalate) เป็นชนิดของนิ่วที่พบได้บ่อย เกิดจากแคลเซียมจับตัวกับสารออกซาเลตในปัสสาวะจนตกผลึกเป็นก้อนแข็ง ปัจจัยกระตุ้นสำคัญเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีสารออกซาเลตสูง ภาวะร่างกายขาดน้ำ หรือระดับแคลเซียมในปัสสาวะสูงผิดปกติ การควบคุมปริมาณออกซาเลตในอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันนิ่วชนิดนี้

    2. นิ่วกรดยูริก เกิดจากการสะสมกรดยูริกจากอาหารพิวรีนสูง

    นิ่วกรดยูริก (Uric Acid) เกิดขึ้นเมื่อปัสสาวะมีความเป็นกรดสูงเกินไป ส่งผลให้กรดยูริกตกผลึกได้ง่าย ภาวะนี้มักสัมพันธ์กับการบริโภคอาหารที่มีสารพิวรีนสูงอย่างต่อเนื่อง เช่น เนื้อสัตว์แดง เครื่องในสัตว์ และอาหารทะเล รวมทั้งการดื่มน้ำน้อย ทำให้ไตขับกรดยูริกออกได้ไม่หมดจนเกิดการสะสมกลายเป็นก้อนนิ่ว

    กลุ่มอาหารควรเลี่ยงสำหรับผู้ป่วยนิ่วแคลเซียมออกซาเลต

    ผู้ป่วยที่มีผลึกนิ่วชนิดแคลเซียมออกซาเลต ควรรู้อย่างชัดเจนว่าเป็นนิ่วในไตห้ามกินอะไร เพื่อหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารออกซาเลตสูงซึ่งกระตุ้นการตกผลึก

    • ผักใบเขียวเข้มและพืชบางชนิด: ผักโขม ปวยเล้ง ใบชะพลู หน่อไม้ และหัวบีทรูท เป็นกลุ่มพืชที่มีสารออกซาเลตสูงมาก เมื่อรับประทานเข้าไป สารออกซาเลตจะถูกดูดซึมและขับออกทางปัสสาวะ ทำให้เสี่ยงต่อการจับตัวกับแคลเซียมจนกลายเป็นก้อนนิ่วได้ง่าย
    • ถั่ว เมล็ดพืช และผลิตภัณฑ์จากถั่ว: ถั่วลิสง อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และน้ำเต้าหู้ มีปริมาณออกซาเลตสูง ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเป็นนิ่วในไต ห้ามกินอะไรที่เกี่ยวกับกลุ่มถั่วในปริมาณมากเกินไป เนื่องจากจะส่งผลให้ระดับออกซาเลตในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
    • ช็อกโกแลต โกโก้ และชาเข้มข้น: ผงโกโก้ ช็อกโกแลตแท่ง และน้ำชาเข้มข้น เป็นเครื่องดื่มและของหวานที่มีออกซาเลตเข้มข้น การบริโภคเป็นประจำโดยไม่ดื่มน้ำตามอย่างเพียงพอ จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการสะสมของผลึกนิ่วแคลเซียมออกซาเลตในระบบทางเดินปัสสาวะ

    กลุ่มอาหารสารพิวรีนสูงที่ต้องเลี่ยง ปัจจัยส่งผลต่อการสะสมของนิ่วกรดยูริก

    กลุ่มอาหารสารพิวรีนสูงที่ต้องเลี่ยง

    การลดสารพิวรีนในอาหารเป็นวิธีสำคัญในการลดความเป็นกรดของปัสสาวะ ช่วยป้องกันการก่อตัวของนิ่วกรดยูริกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    • เครื่องในสัตว์และเนื้อสัตว์แดง: ตับ ไต หัวใจ ยอดผัก และเนื้อสัตว์แดง เช่น เนื้อวัว เนื้อแกะ มีสารพิวรีนสูง ซึ่งเมื่อร่างกายย่อยสลายพิวรีนจะเปลี่ยนเป็นกรดยูริก ควรลดกลุ่มเนื้อสัตว์เหล่านี้เพื่อไม่ให้ปัสสาวะมีความเป็นกรดสูง
    • อาหารทะเลบางชนิดและน้ำต้มกระดูก: หอย หอยเชลล์ กุ้ง ปลากะพง รวมถึงน้ำซุปเข้มข้นที่เคี่ยวจากกระดูกสัตว์ มีสารพิวรีนปริมาณสูง การรับประทานอาหารกลุ่มนี้เรื้อรังจะเพิ่มภาระให้ไตขับกรดยูริกออกมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการสะสมและตกผลึกของนิ่วกรดยูริกในไต
    • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเบียร์: เบียร์และสุราทุกชนิดไม่เพียงแต่มียีนพิวรีนสูง แต่แอลกอฮอล์ยังยับยั้งการขับกรดยูริกออกจากไต และกระตุ้นให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ ปัสสาวะจึงมีความเข้มข้นและมีความเป็นกรดสูง ซึ่งเหมาะแก่การเติบโตของนิ่วกรดยูริก

    แนวทางการรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการเพื่อป้องกันโรคนิ่ว

    นอกจากรู้ว่าเป็นนิ่วในไตห้ามกินอะไรแล้ว การปรับพฤติกรรมโภชนาการให้เหมาะสมจะช่วยปรับสมดุลแร่ธาตุในปัสสาวะและป้องกันการเกิดนิ่วซ้ำ

    1. เพิ่มปริมาณการดื่มน้ำสะอาดในแต่ละวัน

    การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอประมาณ 2.5–3 ลิตรต่อวัน เป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันนิ่วในไต เพราะน้ำจะช่วยเจือจางความเข้มข้นของแคลเซียม ออกซาเลต และกรดยูริกในปัสสาวะ ป้องกันไม่ให้แร่ธาตุเหล่านี้จับตัวกันเป็นก้อนผลึก ควรจิบน้ำตลอดทั้งวันเพื่อรักษาปริมาณปัสสาวะให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

    2. การเลือกรับประทานอาหารเพื่อปรับสมดุลแร่ธาตุ

    ผู้ป่วยควรกำหนดปริมาณโซเดียมในอาหารไม่ให้เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากโซเดียมสูงจะเพิ่มการขับแคลเซียมออกมาทางปัสสาวะ ร่วมกับการรับประทานผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว หรือเลมอน ซึ่งมีสารซิเตรตตามธรรมชาติ ช่วยยับยั้งการยึดตัวของผลึกแคลเซียมและลดโอกาสเกิดนิ่วในไต

    3. รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงในทุกมื้ออย่างเหมาะสม

    หลายคนเข้าใจผิดว่า การเป็นนิ่วในไตห้ามกินอะไรที่มีแคลเซียม แต่ความจริงการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมธรรมชาติตามปกติ เช่น นมสด โยเกิร์ต พร้อมมื้ออาหาร จะช่วยให้แคลเซียมจับกับออกซาเลตในลำไส้และถูกขับถ่ายออกทางอุจจาระ ลดปริมาณออกซาเลตที่จะเข้าสู่ไตและลดการเกิดนิ่ว

    4. หันมารับประทานโปรตีนจากพืชทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์

    การลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลงแล้วเพิ่มโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลือง ข้าวกล้อง หรือควินัว ช่วยลดการสร้างกรดยูริกและลดความเป็นกรดในปัสสาวะ นอกจากนี้ ยังช่วยลดภาวะความเสี่ยงของโรคระบบทางเดินปัสสาวะอื่น ๆ เช่น เนื้องอกและถุงน้ำในไต เพราะช่วยให้ไตไม่ต้องทำงานหนักในการขับของเสีย

    ข้อควรระวังในการเลือกรับประทานวิตามินซีและอาหารเสริม

    ข้อควรระวังในการเลือกรับประทานวิตามิน

    การรับประทานวิตามินซีหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแร่ธาตุในปริมาณสูงเกินไป อาจส่งผลเสียต่อระบบทางเดินปัสสาวะและกระตุ้นการเกิดนิ่วได้

    • เลี่ยงวิตามินซีปริมาณสูงเกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน: ร่างกายสามารถย่อยสลายวิตามินซีส่วนเกินให้กลายเป็นสารออกซาเลต การรับประทานวิตามินซีสังเคราะห์ในปริมาณสูงเกินความต้องการอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นข้อควรระวังสำคัญ เพราะจะเพิ่มปริมาณออกซาเลตในปัสสาวะโดยไม่รู้ตัว
    • ระวังผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแคลเซียมแบบอัดเม็ด: การรับประทานแคลเซียมเม็ดเสริมโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ อาจทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดและปัสสาวะสูงขึ้นฉับพลัน เกิดการตกตะกอนกับออกซาเลตได้ง่าย จึงควรเน้นรับประทานแคลเซียมจากอาหารธรรมชาติในมื้อหลักเป็นหลัก

    ศูนย์โรคทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด

    ศูนย์โรคทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้บริการตรวจคัดกรอง วินิจฉัย และรักษาโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะอย่างครอบคลุม พร้อมด้วยเทคโนโลยีการรักษาทันสมัย อาทิ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด และการใช้เลเซอร์สลายนิ่ว เพื่อช่วยลดขนาดแผลและลดระยะเวลาการพักฟื้น ให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย พร้อมทีมโภชนากรที่ให้คำแนะนำด้านการปรับอาหารเฉพาะบุคคลอย่างใกล้ชิด

    สรุปบทความ

    การทำความเข้าใจว่าเป็นนิ่วในไตห้ามกินอะไร นับเป็นเรื่องสำคัญในการดูแลสุขภาพและป้องกันการเกิดนิ่วซ้ำอย่างยั่งยืน ทั้งการจำกัดอาหารที่มีออกซาเลตและพิวรีนสูง การปรับลดโซเดียม ควบคู่กับการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน หากผู้ป่วยพบอาการปวดเอว ปวดหลัง หรือปัสสาวะผิดปกติ ควรรีบเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ เพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสมและปลอดภัย

    คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับอาการนิ่วในไต

    1. ผู้ป่วยโรคนิ่วในไตควรดื่มน้ำในปริมาณเท่าใดต่อวัน

    ควรดื่มน้ำสะอาดประมาณ 2.5–3 ลิตรต่อวัน เพื่อช่วยเจือจางความเข้มข้นของแร่ธาตุในปัสสาวะ และป้องกันไม่ให้ตะกอนแร่ธาตุจับตัวกันเป็นก้อนนิ่ว

    2. หากเป็นนิ่วในไตสามารถรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมได้ไหม

    ทานได้ตามปกติจากอาหารธรรมชาติ เช่น นม หรือโยเกิร์ต เพราะแคลเซียมจะช่วยจับกับออกซาเลตในลำไส้ ทำให้ร่างกายดูดซึมออกซาเลตไปที่ไตลดลง

    3. อาการผิดปกติแบบไหนที่บ่งชี้ว่านิ่วเริ่มอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ

    มีอาการปวดเกร็งบริเวณเอวหรือหลังอย่างรุนแรง ปัสสาวะติดขัด ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะมีเลือดปน หรือมีไข้ร่วมกับอาการคลื่นไส้อาเจียน 

    4. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทใดบ้างที่เสี่ยงทำให้เกิดนิ่วในไต

    วิตามินซีสังเคราะห์ขนาดสูงเกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคลเซียมแบบอัดเม็ดที่รับประทานโดยไม่ได้รับการควบคุมจากแพทย์

    5. โรคนิ่วในไตสามารถรักษาให้หายโดยไม่ผ่าตัดได้หรือไม่

    รักษาได้ หากนิ่วมีขนาดเล็กแพทย์อาจแนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อขับออก หรือใช้เทคโนโลยีสลายนิ่วด้วยคลื่นเสียง (ESWL) และการส่องกล้องสลายนิ่วโดยมีแผลขนาดเล็ก

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์โรคทางเดินปัสสาวะ

    ชั้น 3 อาคาร B โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดให้บริการ
    วันจันทร์ - ศุกร์ 08.00 - 19.00 น.
    วันเสาร์ - อาทิตย์ 08.00 - 16.00 น.

    0 2310 3009

    1719

    [email protected]

    ประหยัดเวลาค้นหาแพทย์ด้วยตัวเอง

    ให้ AI ช่วยประเมินอาการและแนะนำแพทย์ที่เหมาะสม

    AI เลือกแพทย์ให้

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ตรวจคัดกรองการไหลของปัสสาวะตรวจคัดกรองการไหลของปัสสาวะ
    ตรวจคัดกรองการไหลของปัสสาวะ

    1,200 บาท

    1,320 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งต่อมลูกหมากชุดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งต่อมลูกหมาก
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งต่อมลูกหมาก

    3,500 บาท

    5,180 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของต่อมลูกหมากชุดตรวจหาความผิดปกติของต่อมลูกหมาก
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของต่อมลูกหมาก

    2,500 บาท

    3,190 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI) เกิดจากอะไร เช็กอาการ สาเหตุ วิธีรักษา Image
    ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI) เกิดจากอะไร เช็กอาการ สาเหตุ วิธีรักษา
    ปัสสาวะแล้วเจ็บ แสบ ขัด เกิดจากอะไร เป็นสัญญาณเตือนของโรคอะไร Image
    ปัสสาวะแล้วเจ็บ แสบ ขัด เกิดจากอะไร เป็นสัญญาณเตือนของโรคอะไร
    ปัญหาบนเตียงปล่อยไว้ อาจส่งผลถึงหัวใจ Image
    ปัญหาบนเตียงปล่อยไว้ อาจส่งผลถึงหัวใจ
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ