โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    เสริมหน้าอก รู้ให้จริง เลือกให้เป็น สวยได้สบายใจ

    4 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    นพ. นฤพนธ์ โรจนพิทยากร

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 11 ม.ค. 2569
    Dr. Narupon Rojanapithayakorn
    นพ. นฤพนธ์ โรจนพิทยากร
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    แพ็กเกจผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่ง
    เสริมหน้าอก รู้ให้จริง เลือกให้เป็น สวยได้สบายใจ
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 11 ม.ค. 2569

    ปัจจุบันมีผู้ที่ได้รับการผ่าตัดเสริมหน้าอกทั่วโลกมาแล้วกว่า 10 ล้านคน จากสถิติในปี 2018 ของ American Society of Plastic Surgeons (ASPS) การผ่าตัดเสริมหน้าอกยังเป็นการผ่าตัดเสริมความงามที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอันดับที่ 1 โดยมีผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดมากกว่า 3 แสนราย สำหรับประเทศไทยจากข้อมูลของ International Society for Aesthetic Plastic Surgery (ISAPS) มีรายงานการผ่าตัดเสริมหน้าอกที่ได้รับการบันทึกประมาณ 14,000 ราย แต่ในความเป็นจริงคาดว่าโดยรวมทั้งหมดน่าจะมีมากกว่า 20,000 รายต่อปี

     

    รูปแบบการเสริมหน้าอก

    การผ่าตัดเสริมหน้าอกในปัจจุบันแบ่งเป็น 2 แบบ สามารถทำแบบใดแบบหนึ่งหรือทำร่วมกันทั้งสองอย่างในครั้งเดียวได้ ประกอบไปด้วย

    1. การเสริมหน้าอกด้วยเต้านมเทียม (Breast Implant Augmentation) 
    2. การเสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเอง (Fat Transfer Augmentation) เป็นวิธีที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะใช้เนื้อเยื่อตนเอง ไม่ใช้วัตถุแปลกปลอม มีความเป็นธรรมชาติสูง แต่มีข้อจำกัดหลายเรื่อง ได้แก่ จำเป็นต้องมีการผ่าตัดเพิ่มเติมคือ การดูดไขมัน ซึ่งต้องมีอุปกรณ์เฉพาะและการอยู่ตัวของไขมันที่ฉีดอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

    ซิลิโคนเสริมหน้าอก

    ซิลิโคนที่ใช้เสริมหน้าอกในปัจจุบันเกือบทั้งหมดจะใช้ซิลิโคนเจล (Silicone Gel) ซึ่งผิวภายนอกเป็นถุงซิลิโคนและภายในมีลักษณะเป็นเจล 

    ผิวภายนอกซิลิโคน มี 2 ชนิด ได้แก่

    1. ผิวภายนอกซิลิโคนชนิดหยาบหรือผิวทราย (Textured) 
    2. ผิวภายนอกซิลิโคนแบบผิวเรียบ (Smooth) 

    นอกจากนี้ยังมีรูปทรงหลายชนิดให้เลือก เช่น ทรงกลม  (Round) ทรงหยดน้ำ (Teardrop) รวมทั้งขนาดและความนูนในระดับต่าง ๆ

    ปัจจุบันซิลิโคนเต้านมเทียมมีคุณภาพและความคงทนที่ค่อนข้างดี ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตามเวลา 5 ปี หรือ 10 ปี โดยในส่วนของเต้านมเทียมผิวขรุขระหรือผิวทราย (Textured Implant) ที่ค่อนข้างได้รับความนิยมในประเทศไทย มีข้อมูลระบุว่าสามารถลดการเกิดพังผืดหดรัดและมีพื้นผิวที่สามารถยึดเกาะได้ดี จึงเหมาะกับซิลิโคนเต้านมบางประเภท เช่น ทรงหยดน้ำ ซึ่งต้องการการยึดเกาะที่ดีเพื่อให้ไม่มีการพลิกหรือหมุนตัว ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะมีความละเอียดของผิวทรายที่แตกต่าง ตั้งแต่แบบหยาบหรือขรุขระมาก (Macrotexture) จนถึงแบบละเอียด  (Micro – Nano Texture) ควรเลือกซิลิโคนผิวขรุขระให้เหมาะสมภายใต้คำแนะนำของศัลยแพทย์และมีการเฝ้าระวังและตรวจเช็กหน้าอกอย่างสม่ำเสมอ

    วิธีเลือกซิลิโคน

    การเลือกซิลิโคนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง โดยศัลยแพทย์จะใช้ข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์และแนะนำในการเลือกชนิดและขนาดซิลิโคนที่เหมาะสม ได้แก่

    • ขนาดความสูงและความกว้างของลำตัว  
    • ลักษณะของเนื้อหน้าอกเดิม เช่น ความหย่อนคล้อย ความหนาของผิวหนัง และไขมันบริเวณหน้าอก 

    ผ่าตัดเสริมหน้าอก​

    ผ่าตัดเสริมหน้าอก

    การผ่าตัดเสริมหน้าอกสามารถเลือกบริเวณของแผลผ่าตัดที่จะใช้ในการใส่ซิลิโคนได้ ประกอบไปด้วย

    • ใต้ราวนม การผ่าตัดแผลใต้ราวนมสามารถจัดวางตำแหน่งได้ถูกต้อง เสียเลือดน้อย และฟื้นตัวรวดเร็ว รวมทั้งใช้เป็นแผลผ่าตัดหลักในกรณีที่ทำการแก้ไขหรือเปลี่ยนซิลิโคน   
    • ใต้รักแร้หรือรอบปานนม การผ่าตัดแผลใต้รักแร้และบริเวณหัวนมจะทำได้ยากกว่า มีการช้ำและเสียเลือดมากกว่า การพักฟื้นใช้เวลานานกว่า 

    ผ่าตัดเสริมหน้าอก, ตำแหน่งการวางซิลิโคน​

    ตำแหน่งการวางซิลิโคน

    โดยทั่วไปตำแหน่งในการวางซิลิโคนจะอยู่ใต้กล้ามเนื้อหรือใต้เนื้อหน้าอก ซึ่งศัลยแพทย์จะแนะนำตำแหน่งที่เหมาะสมกับแต่ละคน โดยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่

    • ความหนาของเนื้อบริเวณหน้าอก  
    • ความหย่อนคล้อยของหน้าอก  
    • ลักษณะของทรวงอก   

    เตรียมตัวก่อนเสริมเต้านม

    การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเสริมเต้านม ได้แก่

    • ตรวจร่างกาย 
    • ตรวจเลือด 
    • เอกซเรย์ปอด
    • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจตามเกณฑ์  
    • งดอาหารและน้ำอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนมาผ่าตัด
    • หยุดยาที่รับประทานบางชนิดก่อนการผ่าตัด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน  วิตามิน หรือสมุนไพร
    • หยุดสูบบุหรี่และหยุดดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด

    กระบวนการเสริมเต้านม

    กระบวนการเสริมเต้านมจะทำเป็นขั้นตอน ได้แก่

    • วิสัญญีแพทย์ให้การดมยาสลบก่อนเริ่มการผ่าตัด 
    • ศัลยแพทย์จะเริ่มทำการผ่าตัดตามที่ได้วางแผนกับผู้มารับการเสริมหน้าอก โดยทำการเลาะช่องบริเวณหน้าอก ใส่ซิลิโคน และเย็บปิดแผล 
    • การผ่าตัดเสริมหน้าอกใช้เวลาประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง  

    ภาวะแทรกซ้อนหลังเสริมเต้านม

    ภาวะแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังจากการเสริมเต้านม ได้แก่ 

    • ปวด 
    • บวม 
    • แผลอักเสบ ติดเชื้อ 
    • มีน้ำเหลืองหรือเลือดออกจากแผลผ่าตัด
    • คลำได้ก้อนบริเวณหน้าอก   
    • ผลข้างเคียงจากยาสลบ ยาแก้ปวด เช่น คลื่นไส้ อาเจียน   
    • ผลระยะยาวจากการเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การเกิดพังผืดหดรัด การเคลื่อนตำแหน่งของซิลิโคน  การหย่อนคล้อยของหน้าอก รวมทั้งการผิดรูป เช่น  แข็งตัวหรือเสียรูปทรง หรือการแตกของถุงซิลิโคน

    ผ่าตัดเสริมหน้าอก​

    ดูแลหลังเสริมเต้านม

    การดูแลหลังเสริมเต้านม ประกอบไปด้วย

    • การดูแลแผลผ่าตัด ในช่วงสัปดาห์แรกสามารถอาบน้ำได้ เนื่องจากแพทย์จะทำการปิดฟิล์มกันน้ำ แต่หลีกเลี่ยงการลงไปแช่ในน้ำหรือว่ายน้ำในสระ หลังจากพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กและแผลหายดีแล้วจะมีการแนะนำให้ใช้ครีมทาแผลเป็นหรือแผ่นซิลิโคนปิดแผลเป็น     
    • การดูแลหน้าอกหลังใส่ซิลิโคน  แนะนำให้ใส่บราชนิดไม่มีโครงอย่างน้อย 1 เดือน หลีกเลี่ยงการกดทับหรือกระแทกบริเวณหน้าอก และการออกกำลังกายที่ใช้แขนมากในช่วง 1 เดือนแรก   
    • การดูแลอื่น ๆ ได้แก่  งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ รวมทั้งของหมักดอง อย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด
    • การดูแลในระยะยาว หมั่นตรวจเช็กหน้าอกด้วยตัวเองและตรวจแมมโมแกรมตามกำหนด

    ผ่าตัดแก้ไขหน้าอก

    ผู้ที่ได้รับการเสริมหน้าอกอาจมีโอกาสที่จะได้รับการผ่าตัดแก้ไขทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จากสาเหตุต่าง ๆ เช่น

    • เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น มีการอักเสบ ติดเชื้อ หรือมีเลือดออก
    • มีภาวะพังผืดหนาหดรัดตัว
    • มีการแตกของซิลิโคน (Implant Rupture) ซึ่งปัจจุบันพบได้น้อยมาก
    • มีความต้องการเปลี่ยนขนาดหรือรูปทรงของซิลิโคน

    อายุกับการเสริมเต้านม

    ในแต่ละช่วงอายุลักษณะของหน้าอกจะแตกต่างกัน การเสริมหน้าอกในช่วงอายุน้อยและก่อนมีบุตรจะช่วยให้ฟื้นตัวเร็ว หน้าอกค่อนข้างกระชับ หย่อนคล้อยช้า แต่มีความตึงสูง และอาจใช้เวลาในช่วงระยะแรกก่อนที่รูปทรงจะเข้าที่ ส่วนการเสริมหน้าอกในช่วงที่อายุมากขึ้น โดยเฉพาะหลังมีบุตร หน้าอกจะมีการขยายตัวมาบ้างแล้ว และมีความยืดหยุ่น ทำให้รูปทรงเข้าที่ได้เร็ว แต่ก็อาจทำให้มีการหย่อนคล้อยเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะบางรายที่หน้าอกเดิมมีการหย่อนคล้อยมากอาจจำเป็นต้องทำการผ่าตัดยกกระชับไปด้วย

     

    เพราะศัลยแพทย์มีส่วนสำคัญทั้งในขั้นตอนก่อนผ่าตัด การเลือกซิลิโคน การแนะนำวิธีการผ่าตัดที่เหมาะสม ตลอดจนขั้นตอนการผ่าตัดให้ได้ผลดีและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจเสริมหน้าอกควรศึกษาข้อมูลและเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ประกอบกับมีทีมสหสาขาที่มากด้วยประสบการณ์เพื่อผลการผ่าตัดที่น่าพอใจ 

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. นฤพนธ์ โรจนพิทยากร

    ศัลยศาสตร์ตกแต่ง

    นพ. นฤพนธ์ โรจนพิทยากร

    ศัลยศาสตร์ตกแต่ง

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่ง โรงพยาบาลกรุงเทพ

    ชั้น 1 อาคารโรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดให้บริการ ทุกวัน เวลา 08.00 – 16.00 น.

    02 310 3100

    02 310 3021

    1719

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งแพ็กเกจผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่ง
    แพ็กเกจผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่ง

    42,000 - 253,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ปรับเปลี่ยนชั้นตา เพิ่มเสน่ห์ความมั่นใจบนใบหน้า Image
    ปรับเปลี่ยนชั้นตา เพิ่มเสน่ห์ความมั่นใจบนใบหน้า
    เสริมหน้าอก รู้ให้จริง เลือกให้เป็น สวยได้สบายใจ Image
    เสริมหน้าอก รู้ให้จริง เลือกให้เป็น สวยได้สบายใจ
    เสริมแต่งใบหน้าและจมูกฟื้นความมั่นใจหลังอุบัติเหตุ Image
    เสริมแต่งใบหน้าและจมูกฟื้นความมั่นใจหลังอุบัติเหตุ
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ