โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    BIOFEEDBACK ฝึกขับถ่ายแก้ปัญหาท้องผูกเรื้อรัง

    2 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    นพ. สุริยะ จักกะพาก
    นพ. สุริยะ จักกะพาก

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 10 ธ.ค. 2568
    Dr. Suriya Chakkaphak
    นพ. สุริยะ จักกะพาก
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    ตรวจหาเชื้อแบคทีเรียจากลมหายใจในกระเพาะอาหาร
    ตรวจหาเชื้อแบคทีเรียจากลมหายใจในกระเพาะอาหาร
    BIOFEEDBACK ฝึกขับถ่ายแก้ปัญหาท้องผูกเรื้อรัง
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 10 ธ.ค. 2568

    ปัญหาท้องผูกเรื้อรังเป็นปัญหาสุขภาพที่กวนใจใครหลายต่อหลายคน ซึ่งหนึ่งในวิธีการรักษาท้องผูกเรื้อรังโดยที่ไม่ต้องรับประทานยา คือการฝึกการทำงานของกล้ามเนื้อควบคุมการขับถ่ายและปรับการรับความรู้สึกในทวารหนักให้เป็นปกติ (Anorectal Biofeedback Training) ซึ่งใช้เวลาในการฝึกไม่นานก็สามารถแก้ปัญหาท้องผูกได้ในระยะยาว


    ฝึกการขับถ่ายคืออะไร

    การฝึกการขับถ่าย (Anorectal Biofeedback Training) เป็นการฝึกการทำงานของกล้ามเนื้อควบคุมการขับถ่ายและปรับการรับความรู้สึกในลำไส้ตรงในผู้ที่มีการขับถ่ายผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นภาวะท้องผูก หรือไม่สามารถกลั้นอุจจาระได้ โดยจะมีการใช้เครื่องวัดแรงดันกล้ามเนื้อและหูรูดทวารหนักร่วมกับการฝึกบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่ายให้มีการทำงานอย่างสัมพันธ์กัน เพื่อให้เกิดการขับถ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ 


    ขั้นตอนการฝึกขับถ่ายเป็นอย่างไร

    ในการฝึกขับถ่าย (Anorectal Biofeedback Training) ขณะทำการฝึกแพทย์ผู้ชำนาญการจะใส่สายขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 10 เซนติเมตรผ่านเข้าทางทวารหนัก เพื่อแสดงภาพกราฟและแรงดันออกทางเครื่อง Anorectal Manometry ทำให้ผู้ฝึกสามารถดูภาพที่แสดงออกทางหน้าจอ ซึ่งการฝึกด้วยวิธีนี้จะช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาท้องผูกหรือไม่สามารถกลั้นอุจจาระสามารถเรียนรู้และจดจำรูปแบบการขับถ่ายอย่างมีประสิทธิภาพได้  

    โดยจะใช้เวลาฝึกครั้งละ 30 – 40 นาที จำนวน 6 ครั้ง โดยมีแพทย์หรือพยาบาลคอยแนะนำ ประกอบด้วย

    1. ฝึกขับถ่ายในท่าที่เหมาะสม 
    2. ฝึกการหายใจร่วมกับการฝึกเบ่งถ่าย 
    3. ฝึกคลายกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักอย่างถูกวิธีในกรณีท้องผูก หรือฝึกขมิบออกแรงบีบกล้ามเนื้อในกรณีกลั้นอุจจาระไม่ได้

    ฝึกขับถ่าย, ฝึกขับถ่าย ท้องผูก, ขับถ่าย, ท้องผูก, ท้องผูกมาก ทำไงดี, ท้องผูก ทำไง, ท้องผูก ทำไงดี​

    เตรียมตัวก่อนฝึกขับถ่ายอย่างไร

    • ถ่ายอุจจาระหรือสวนอุจจาระด้วยตนเอง หรือรับการสวนอุจจาระที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนการฝึก
    • ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร
    • หากมีโรคประจำตัวหรือมียาประจำที่ใช้ต้องปรึกษาแพทย์ผู้สั่งยาเพื่อพิจารณาการใช้หรือหยุดยาก่อนฝึก

    ผู้ฝึกขับถ่ายต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

    • ผู้รับการฝึกขับถ่ายจะต้องใส่สายขนาดเล็กผ่านทางทวารหนัก ปลายสายมีส่วนที่เป็นบอลลูน เพื่อใช้ในการฝึกการรับความรู้สึกของลำไส้ตรงได้
    • ผู้รับการฝึกขับถ่ายจะได้รับการฝึกในท่านั่งหรือท่านอนตะแคงซ้าย (ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์และพยาบาลผู้ทำการฝึก) ฝึกหายใจ และฝึกการเบ่งถ่าย เพื่อปรับการรับรู้ความรู้สึกของลำไส้ตรง โดยจะทำตามขั้นตอนที่กำหนดมาอย่างถูกต้อง

    ดูแลตัวเองหลังฝึกขับถ่ายอย่างไร

    • ทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติโดยไม่มีข้อจำกัดใด ๆ
    • เมื่อกลับถึงบ้านต้องฝึกขับถ่ายอย่างต่อเนื่อง และติดตามการฝึกการขับถ่ายด้วยเครื่องวัดแรงดันกล้ามเนื้อและหูรูดทวารหนักให้ครบตามระยะเวลาและจำนวนครั้งที่กำหนดเพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการรักษา

    ใครที่มีข้อจำกัดในการฝึกขับถ่าย

    • ผู้ที่อายุมากกว่า 80 ปีขึ้นไป
    • ผู้ที่มีปัญหาด้านระบบประสาท เช่น โรคทางสมอง มีภาวะหลงลืมหรืออัลไซเมอร์
    • ผู้ที่มีปัญหาทางจิต
    • ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
    • ผู้ที่มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร

    อย่างไรก็ตามในการฝึกการขับถ่ายผู้ป่วยจะต้องผ่านการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางเพื่อหาข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าผู้ป่วยมีภาวะท้องผูกไม่สามารถกลั้นอุจจาระได้หรือมีความผิดปกติในการรับรู้ความรู้สึกของลำไส้ตรงก่อนจะเข้ารับการฝึกอย่างถูกต้องเพื่อแก้ปัญหาท้องผูกในระยะยาว


    แพทย์ที่ชำนาญการฝึกการขับถ่าย

    นพ.สุริยะ จักกะพาก ศัลยแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ หน่วยระบบประสาทและการเคลื่อนไหวทางเดินอาหาร ศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลกรุงเทพ 


    โรงพยาบาลที่ชำนาญด้านการฝึกการขับถ่าย

    หน่วยระบบประสาทและการเคลื่อนไหวทางเดินอาหาร ศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมให้การดูแลปัญหาท้องผูกเรื้อรังด้วยการฝึกการขับถ่าย (Anorectal Biofeedback Training) โดยแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญพยาบาล และทีมสหสาขา พร้อมด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. สุริยะ จักกะพาก

    ศัลยศาสตร์

    นพ. สุริยะ จักกะพาก

    ศัลยศาสตร์

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    หน่วยการเคลื่อนไหวระบบทางเดินอาหาร, ศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับ

    ชั้น 2 อาคารโรงพยาบาลกรุงเทพ

    จันทร์ - อาทิตย์ 08.00 - 15.00 น.

    0 2310 3735

    [email protected]

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ตรวจหาเชื้อแบคทีเรียจากลมหายใจในกระเพาะอาหารตรวจหาเชื้อแบคทีเรียจากลมหายใจในกระเพาะอาหาร
    ตรวจหาเชื้อแบคทีเรียจากลมหายใจในกระเพาะอาหาร

    5,200 บาท

    9,100 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจคัดกรองโรคตับชุดตรวจคัดกรองโรคตับ
    ชุดตรวจคัดกรองโรคตับ

    9,900 บาท

    20,410 บาท

    รายละเอียด
    การตรวจไขมันสะสมในตับการตรวจไขมันสะสมในตับ
    การตรวจไขมันสะสมในตับ

    3,900 บาท

    4,950 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    โรคตับ รู้ทันอาการ สาเหตุ การป้องกัน ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งเพิ่มโอกาสรักษา Image
    โรคตับ รู้ทันอาการ สาเหตุ การป้องกัน ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งเพิ่มโอกาสรักษา
    ค่าตับสูงเกิดจากอะไร รู้ทันอาการ การรักษา และวิธีดูแลตับให้กลับมาแข็งแรง Image
    ค่าตับสูงเกิดจากอะไร รู้ทันอาการ การรักษา และวิธีดูแลตับให้กลับมาแข็งแรง
    โรคตับแข็ง (Liver Cirrhosis) คืออะไร รู้จักสาเหตุ อาการ แนวทางรักษา Image
    โรคตับแข็ง (Liver Cirrhosis) คืออะไร รู้จักสาเหตุ อาการ แนวทางรักษา
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ