โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    ศูนย์อุบัติเหตุ

    บริการ
    แพทย์
    โรคและการรักษา
    ติดต่อเรา

    ข้อมูลทั่วไป

    ทีมศัลยแพทย์อุบัติเหตุ

    ความชำนาญพิเศษ

    การส่งต่อผู้บาดเจ็บ

    พันธกิจของศูนย์อุบัติเหตุ

    โปรแกรมฟื้นฟูผู้ป่วยหลังบาดเจ็บ

    โภชนาการในผู้ป่วยระยะฟื้นฟู

    ดูแลบาดแผลจากความร้อน

    ติดต่อเรา

    โภชนาการในผู้ป่วยระยะฟื้นฟู

    ภาวะเจ็บป่วยวิกฤติ ทำให้เกิดกระบวนการแคแทบอลิซึม (Catabolism) สูง ทำให้ร่างกายสูญเสียกล้ามเนื้อ (Lean Body Mass) มีรายงานว่าผู้ป่วยไฟไหม้น้ำร้อนลวกที่วิกฤติจะเสียมวลกล้ามเนื้อสูงถึงวันละ 1 กิโลกรัม ในขณะที่ผู้ป่วยวิกฤติอื่น ๆ จะเสียมวลกล้ามเนื้ออย่างมีนัยสำคัญภายใน 7 – 10 วันแรกของการเจ็บป่วย ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง อ่อนเพลีย การเคลื่อนไหวร่างกายได้ลดลง หายใจลำบาก และคุณภาพชีวิตแย่ลง การให้โภชนบำบัดในเวลาที่เหมาะสมและเพียงพอจะช่วยป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ดี

    หลังออกจากหอผู้ป่วยวิกฤติ ผู้ป่วยจะต้องการพลังงานและโปรตีนที่สูงขึ้นเพื่อช่วยฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อและป้องกันการสูญเสียเพิ่ม มีการศึกษาพบว่าผู้ป่วยต้องการพลังงานสูงขึ้นประมาณ 1.7 เท่าของความต้องการของร่างกายขณะพัก ปัจจุบันยังไม่มีคำแนะนำหรือแนวทางของการให้พลังงานและโปรตีนในระยะฟื้นฟู แต่จาก Minnesota Starvation Study ที่ทำการศึกษาในคนสุขภาพดี พบว่าหลังอดอาหารจะต้องการพลังงานสูงถึงวันละ 3,000 – 4,500 กิโลแคลอรี่ ต้องการโปรตีน 1.5 – 2.5 กรัมต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัว

    ผู้ป่วยที่เสียมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงจำเป็นต้องบริโภคอาหารที่มีพลังงานและโปรตีนสูงและมีสารอาหารที่เพียงพอนานเป็นเดือนหรือเป็นปี

    ความต้องการพลังงาน โปรตีน และสารอาหารในผู้ป่วยระยะฟื้นฟู

    พลังงาน

    หลังเจ็บป่วยร่างกายจะต้องการพลังงานสูงขึ้นเพื่อฟื้นฟูน้ำหนักตัวที่ลดลงในระหว่างเจ็บป่วย แต่ทั้งนี้ผู้ป่วยมักมีความอยากอาหารที่ลดลง หรืออาจมีอาการคลื่นไส้ ท้องผูกจากยาแก้ปวด และมักขาดความเข้าใจในการบริโภคอาหารให้เพียงพอ มีรายงานว่าผู้ป่วยวิกฤติหลังถอดเครื่องช่วยหายใจจะรับประทานอาหารได้เพียง 700 กิโลแคลอรี่ต่อวันเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าร้อยละ 50 ของความต้องการของร่างกาย การดื่มอาหารทางการแพทย์เสริมเป็นตัวช่วยให้ผู้ป่วยได้รับพลังงานและโปรตีนเพียงพอ โดยอาหารเหล่านี้จะมีสัดส่วนของสารอาหารที่เหมาะสมและมีวิตามินแร่ธาตุครบถ้วน สามารถใช้แทนอาหารทั่วไป สำหรับผู้ที่บริโภคอาหารทางปากได้ไม่เพียงพอ เช่น นีโอมูน กลูเซอร์นา บูทออพติมัม เป็นต้น


     
    โปรตีน

    ในภาวะปกติร่างกายต้องการโปรตีน 0.8 – 1 กรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักตัว แต่หลังจากเจ็บป่วย ร่างกายจะต้องการโปรตีนที่สูงขึ้นเป็น 1.5 – 2.5 กรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักตัว เพื่อช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ช่วยฟื้นฟูภูมิคุ้มกันและกล้ามเนื้อ สามารถช่วยให้กระดูกติดได้เร็วขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยที่น้ำหนัก 60 กิโลกรัม ต้องการโปรตีนสูงถึง 90 – 150 กรัมต่อวัน เทียบเท่ากับเนื้อสัตว์ ปลา ไข่ 25 – 40 ช้อนโต๊ะต่อวัน ในผู้ป่วยที่เบื่ออาหารให้ลองบริโภคโปรตีนปริมาณน้อย ๆ ในมื้อหลักและมื้อว่าง ปลานึ่ง ไข่ ไก่อบ โยเกิร์ตเป็นแหล่งของโปรตีนคุณภาพดีและย่อยง่าย สำหรับผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัตสามารถเลือกรับประทานโปรตีนคุณภาพดีจากถั่วเหลือง ในปัจจุบันนมอัลมอนด์ได้รับความนิยมมากขึ้น แต่มักมีโปรตีนที่ต่ำกว่านมวัวหรือนมถั่วเหลือง

     
    วิตามินซีและสังกะสี

    วิตามินซีจำเป็นสําหรับการสร้างโปรตีนที่ชื่อว่าคอลลาเจน ช่วยซ่อมแซมเส้นเอ็นและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น แหล่งที่ดีของวิตามินซี ได้แก่ ผลไม้รสเปรี้ยว สตรอว์เบอร์รี กีวี มันฝรั่งอบ บรอกโคลี และพริกหวาน

    สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่พบในเนื้อสัตว์ ปลา เนื้อเป็ด ไก่ นม และผลิตภัณฑ์จากนม และพบในธัญพืชที่ไม่ขัดสี ถั่วเมล็ดแห้ง ถั่วฝัก ถั่วเปลือกแข็ง และเมล็ดธัญพืช


    วิตามินดีและแคลเซียม

    วิตามินดีและแคลเซียมเป็นสารอาหารที่ส่งเสริมให้กระดูกสุขภาพดี หากผู้ป่วยมีกระดูกหักควรบริโภคแคลเซียมและวิตามินดีให้เพียงพอ แหล่งอาหารที่ดีของแคลเซียม ได้แก่ นม โยเกิร์ต นมถั่วเหลืองที่เสริมแคลเซียม หากดื่มนมพร่องมันเนยหรือขาดมันเนย 2 กล่องต่อวันจะได้รับแคลเซียมเพียงพอ

    ร่างกายได้วิตามินดีจากการสังเคราะห์ที่ผิวหนัง หลังจากได้รับแสงแดด และจากอาหารที่มีวิตามินดีสูง เช่น นม น้ำมันตับปลาเป็นต้น โยเกิร์ตบางยี่ห้อจะเสริมวิตามินดี สามารถดูได้ในฉลากโภชนาการ


    ใยอาหาร

    หลังเจ็บป่วยหรือหลังผ่าตัด ผู้ป่วยมักได้รับยาบรรเทาอาการปวด ซึ่งยาเหล่านี้มักทำให้ท้องผูก การบริโภคใยอาหารและดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยบรรเทาและป้องกันท้องผูกได้ แหล่งที่ดีของใยอาหาร ได้แก่ ธัญพืชไม่ขัดสี ผลไม้ ผัก ถั่วและเมล็ดธัญพืช แนะนำให้บริโภคผลไม้วันละ 3 – 5 ส่วน (ผลไม้ 1 ส่วนเทียบเท่ากล้วยน้ำว้า 1 ผลกลาง ส้ม 1 ผลกลาง มะละกอสุก 6 – 8 ชิ้นคำ) และผักวันละ 4 -6 ทัพพี พรุน และน้ำลูกพรุนมีฤทธิ์ระบายตามธรรมชาติ (ต้องดื่มน้ำให้เพียงพอด้วย)

     
    ดื่มน้ำให้เพียงพอ

    การดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นสิ่งจำเป็นในระหว่างและหลังการเจ็บป่วย การขาดน้ำจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย อ่อนแรง ปวดศีรษะเล็กน้อยและคลื่นไส้ ผู้ป่วยอาจเสียน้ำจากการรับประทานอาหารน้อย ท้องเสีย และอาเจียน ผู้ป่วยควรดื่มน้ำ 8 – 10 แก้วต่อวัน ซึ่งรวมถึงน้ำในอาหารและเครื่องดื่มด้วย เช่น น้ำแกง น้ำผลไม้ นม ฯลฯ

     


    Ref.

    1. Zanten et al., Nutrition therapy and critical illness: practical guidance for the ICU, post-ICU, and long-term convalescence phases. Critical Care (2019) 23:368.
    2. Paul E. Wischmeyer. Tailoring nutrition therapy to illness and recovery. Crit Care. 2017; 21(Suppl 3): 316.

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์อุบัติเหตุ

    1724

    02 226 4565

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    โรคและการรักษา

    ดูทั้งหมด