โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    คลินิกโรคข้อและรูมาติสซั่ม

    บริการ
    แพทย์
    โรคและการรักษา
    ความประทับใจของผู้ป่วย
    แพ็กเกจและโปรโมชั่น
    ติดต่อเรา

    ข้อมูลทั่วไป

    ติดต่อเรา

    Content Image

    โรครูมาตอยด์เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะเด่นคือ มีการเจริญงอกงามของเยื่อบุข้ออย่างมาก เยื่อบุข้อนี้จะลุกลามและทำลายกระดูกและข้อในที่สุด โรคนี้มิได้เป็นแต่เฉพาะข้อเท่านั้น ยังอาจมีอาการทางระบบอื่น ๆ อีก เช่น ตา ประสาท กล้ามเนื้อ เป็นต้น

    ผู้ใดบ้างที่เป็นโรครูมาตอยด์

    โรครูมาตอยด์สามารถเป็นได้กับทุกกลุ่มอายุตั้งแต่เด็กจนถึงวัยชรา แต่ส่วนใหญ่จะพบในผู้ป่วยวัยกลางคน และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย

    สาเหตุของโรครูมาตอยด์

    สาเหตุที่แท้จริงยังไม่เป็นที่ทราบแน่นอน แต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม การมีฟันผุ การสูบบุหรี่

    อาการของโรครูมาตอยด์

    ผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดข้อ ข้อบวม และเคลื่อนไหวข้อลำบาก จะเป็นมากที่สุดช่วงตื่นนอนเช้าและอาจมีอาการอยู่ 1 – 2 ชั่วโมงหรือทั้งวันก็ได้ ลักษณะอาการปวดข้อ ช่วงเช้านี้เป็นลักษณะสำคัญของโรครูมาตอยด์ ซึ่งต่างจากโรคไขข้ออื่น ๆ ตำแหน่งของข้อที่มีอาการปวดมากที่สุดมักจะเป็นที่มือและเท้า แต่มีโอกาสปวดข้อตำแหน่งอื่นได้ นอกจากอาการทางข้อแล้ว ผู้ป่วยโรครูมาตอยด์อาจมีอาการต่อไปนี้ได้ เช่น อ่อนเพลีย ไข้ต่ำ ๆ เบื่ออาหาร ตาแห้ง คอแห้งผิดปกติ พบก้อนใต้ผิวหนัง บริเวณข้อศอกและข้อนิ้วมือ ในรายที่ได้รับการรักษาล่าช้าอาจเกิดการทำลายข้อถาวร ทำให้ข้อพิการผิดรูปได้

    การวินิจฉัยโรครูมาตอยด์

    โรครูมาตอยด์ในระยะเริ่มต้นอาจจะมีความลำบากในการวินิจฉัย เนื่องจากการดำเนินของโรคมักเป็นไปอย่างช้า ๆ จำเป็นต้องให้แพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางเป็นผู้วินิจฉัย

    การวินิจฉัยจะขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยและการตรวจร่างกายทางข้อที่พบว่ามีลักษณะร้อน บวม แดง และปวด การเจาะเลือดตรวจทางห้องปฏิบัติการจะแสดงให้เห็นถึงภาวะซีด ตรวจพบ Rheumatoid Factor ค่า Anti CCP IgG ขึ้นสูงและค่าการอักเสบในเลือดที่สูงขึ้น (ESR) ค่า ESR ที่สูงขึ้นมักจะสัมพันธ์กับจำนวนข้อที่อักเสบ นอกจากนี้การถ่ายภาพรังสี เอกซเรย์ หรือการทำ MRI สามารถบอกถึงความรุนแรงของโรคได้ด้วย โดยดูจากความรุนแรงของข้อที่ถูกทำลายไป

    อย่างไรก็ดีในผู้ป่วยโรคนี้โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอาการน้อยกว่า 6 เดือนจะไม่มีการตรวจวินิจฉัยเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งที่จะชี้ชัดลงไปว่าผู้ป่วยเป็นโรครูมาตอยด์ การวินิจฉัยมักจะอาศัยอาการนำที่สำคัญ การตรวจร่างกายและการตรวจทางห้องปฏิบัติการมารวมกัน ในการวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง

    การรักษา

    1. การใช้ยา ปัจจุบันมียามากมายที่ใช้ในการควบคุมและรักษาโรครูมาตอยด์ให้ได้ผลดี ยาเหล่านี้ ได้แก่ ยารักษารูมาตอยด์ โดยเฉพาะยาที่ปรับเปลี่ยนการดำเนินโรคสารชีวภาพและยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์
    2. การพักผ่อนและการบริหารร่างกาย
    3. การป้องกันไม่ให้ข้อถูกทำลายมากขึ้นเป็นสิ่งสำคัญ
    4. การผ่าตัดจะมีบทบาทในการรักษาโรครูมาตอยด์ในกรณีที่ข้อถูกทำลายไปมากแล้ว


    แบบประเมินการกำเริบของโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบติดยึด ของ BASDAI

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกโรคข้อและรูมาติสซั่ม

    ชั้น 5 อาคาร C

    เปิดบริการทุกวัน 08.00 - 16.00 น.

    0 2310 3000

    0 2755 1062

    1719

    0 2755 1061

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ชุดตรวจคัดกรองโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ชุดตรวจคัดกรองโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
    ชุดตรวจคัดกรองโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

    13,000 บาท

    18,580 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจคัดกรองโรคข้ออักเสบชุดตรวจคัดกรองโรคข้ออักเสบ
    ชุดตรวจคัดกรองโรคข้ออักเสบ

    7,500 บาท

    10,550 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    โรคและการรักษา

    ดูทั้งหมด

    ความประทับใจของผู้ป่วย

    ดูทั้งหมด