โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    การผ่าตัดหัวใจคืออะไร มีกี่ประเภท มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

    < 1 นาทีในการอ่าน
    แพทย์
    นพ. วิฑูรย์ ปิติเกื้อกูล
    นพ. วิฑูรย์ ปิติเกื้อกูล

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    นพ. ปิยะพันธ์ ภมรสิงห์
    นพ. ปิยะพันธ์ ภมรสิงห์

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    ดูทั้งหมด
    Dr. Vitoon Pitiguagool
    นพ. วิฑูรย์ ปิติเกื้อกูล
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    แพ็กเกจแนะนำ
    แพ็กเกจสวนหัวใจและผ่าตัดหัวใจ
    แพ็กเกจสวนหัวใจและผ่าตัดหัวใจ
    การผ่าตัดหัวใจคืออะไร มีกี่ประเภท มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
    สารบัญ
    • การผ่าตัดหัวใจคืออะไร?
    • การผ่าตัดหัวใจแบ่งออกเป็นกี่ประเภท
    • ข้อบ่งชี้ของการผ่าตัดหัวใจ
    • ขั้นตอนการผ่าตัดหัวใจทำอย่างไร
    • การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดหัวใจ
    • การดูแลหลังผ่าตัด
    • ลักษณะของแผลผ่าตัดหัวใจ
    • ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบหลังผ่าตัดหัวใจ
    • ทีมผ่าตัดและห้องผ่าตัดไฮบริดใหม่ที่โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    • โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ พร้อมดูแลทุกขั้นตอนการผ่าตัด
    • สรุปบทความ
    • คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการผ่าตัดหัวใจ
  • ดูทั้งหมด

  • เมื่อผู้ป่วยได้รับคำวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดหัวใจ หลายท่านมักเกิดความกังวลใจเป็นอย่างมาก เมื่อได้ยินคำว่า ผ่าหัวใจ ความรู้สึกกลัวมักจะตามมาเสมอ อย่างไรก็ตาม ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบัน ร่วมกับความชำนาญของทีมแพทย์ ทำให้เทคนิคการผ่าตัดและการดูแลผู้ป่วยได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงกระบวนการผ่าตัดหัวใจอย่างละเอียด เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยและญาติมีความเข้าใจและสามารถเตรียมความพร้อมได้อย่างถูกต้อง

    การผ่าตัดหัวใจคืออะไร?

    การผ่าตัดหัวใจ คือหัตถการทางการแพทย์ที่ดำเนินการโดยศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก เพื่อรักษาความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือดที่เกี่ยวข้อง เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (CABG) โรคลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว โรคหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ตา และความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจบางชนิด เพื่อแก้ไขความผิดปกติ ปรับการทำงานของหัวใจ บรรเทาอาการ ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

    การผ่าตัดหัวใจแบ่งออกเป็นกี่ประเภท

    ทางการแพทย์สามารถแบ่งการผ่าตัดออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ตามลักษณะของการผ่าตัด ดังนี้

    การผ่าตัดหัวใจแบบเปิด (Open Heart Surgery)

    เป็นการผ่าตัดที่ศัลยแพทย์ต้องเปิดเข้าไปภายในห้องหัวใจเพื่อแก้ไขความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจ โดยส่วนใหญ่มักใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม (Heart-Lung Bypass Machine) เพื่อทำหน้าที่สูบฉีดเลือดและแลกเปลี่ยนออกซิเจนแทนหัวใจและปอดชั่วคราว ทำให้ศัลยแพทย์สามารถผ่าตัดและมองเห็นโครงสร้างภายในหัวใจได้ชัดเจน เช่น การผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจบายพาส การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ การผ่าตัดโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่มีรูรั่วภายในหัวใจ

    การผ่าตัดหัวใจแบบปิด (Closed Heart Surgery)

    คือการผ่าตัดโดยที่ไม่ต้องเปิดเข้าไปในห้องหัวใจ และไม่ต้องใช้เครื่องปอดหัวใจเทียมช่วยระหว่างการผ่าตัด แต่ยังคงต้องเปิดแผลบริเวณหน้าอกเช่นเดียวกัน มักใช้ในการผ่าตัดหลอดเลือดที่ออกจากหัวใจโดยที่ไม่ได้เข้าไปผ่าตัดภายในหัวใจโดยตรง

    ในปัจจุบันการผ่าตัดหัวใจหลายชนิดได้พัฒนาขึ้นมาก ในบางครั้งการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ การทำผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจบายพาสก็ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปอดหัวใจเทียม ทำให้ผู้ป่วยมีความเสี่ยงและความเจ็บปวดน้อยลง แผลผ่าตัดเล็กลง

    ประเภทของการผ่าตัดหัวใจ

    ข้อบ่งชี้ของการผ่าตัดหัวใจ

    การผ่าตัดหัวใจเป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือดบางชนิด โดยแพทย์จะพิจารณาความเหมาะสมของการผ่าตัดตามชนิดของโรค ความรุนแรงของอาการ สภาพร่างกายของผู้ป่วย และแนวทางการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละราย ได้แก่

    • การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจหรือผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจบายพาส (Coronary Artery Bypass Grafting: CABG) สำหรับโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ / ตัน
    • การผ่าตัดซ่อมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจ (Valve Repair or Replacement)
    • การผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติที่เป็นมาแต่กำเนิด (Surgery for Congenital Heart Disease)
    • การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Devices Implantation)
    • การเปลี่ยนหัวใจ (Cardiac Transplantation)

    ขั้นตอนการผ่าตัดหัวใจทำอย่างไร

    กระบวนการผ่าตัดหัวใจจะดำเนินการภายในห้องผ่าตัดโดยทีมศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก วิสัญญีแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย โดยมีขั้นตอนเบื้องต้นดังนี้

    • ผู้ป่วยจะได้รับยาสลบจากวิสัญญีแพทย์ เพื่อให้มั่นใจว่าจะนอนหลับและปราศจากความเจ็บปวดตลอดการผ่าตัด
    • ในการผ่าตัดหัวใจแบบเปิดทั่วไป ศัลยแพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณกึ่งกลางหน้าอกประมาณ 8 – 10 นิ้ว โดยผ่าผ่านกระดูกหน้าอกบางส่วนหรือทั้งหมดเพื่อที่จะเข้าถึงหัวใจได้อย่างชัดเจน
    • หากเป็นขั้นตอนการผ่าตัดหัวใจแบบเปิด ผู้ป่วยอาจจะถูกเชื่อมต่อกับเครื่องปอดและหัวใจเทียม เครื่องจะทำหน้าที่แทนหัวใจและปอดระหว่างศัลยแพทย์ผ่าตัดหัวใจ เพื่อให้ไม่มีเลือดออกจากหัวใจและหัวใจหยุดเต้น ศัลยแพทย์ผ่าตัดหัวใจสามารถทำงานสะดวก ปัจจุบันการผ่าตัดบางชนิดสามารถทำได้โดยไม่ใช้เครื่องปอดและหัวใจ เทียม เป็นการลดภาวะแทรกซ้อนจากเครื่องปอดและหัวใจเทียม
    • หลังจากศัลยแพทย์ผ่าตัดหัวใจเสร็จ ศัลยแพทย์จะเย็บกระดูกหน้าอกด้วยลวดให้กระดูกติดกันเหมือนก่อนผ่าตัด และเย็บชั้นของผิวหนังกลับสู่สภาพเดิม

    การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดหัวใจ

    การเตรียมร่างกายให้พร้อมเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างเหมาะสม โดยผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

    • ผู้ป่วยควรแจ้งทีมแพทย์หากใช้ยาใด ๆ โดยเฉพาะยาที่ทำให้เลือดไม่แข็งตัว ได้แก่ ยาต้านการทำงานของเกล็ดเลือด (Antiplatelet) และยาป้องกันการก่อตัวของลิ่มเลือด (Anticoagulant) รวมถึงยาที่ซื้อใช้เองตามร้านขายยา (Over – The – Counter) วิตามิน และสมุนไพร
    • แจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติการเจ็บป่วย เช่น หากมีไข้หวัดในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด
    • ควรงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 6 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยงเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
    • ในวันก่อนการผ่าตัด ผู้ป่วยควรทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่จะผ่าตัดด้วยสบู่ฆ่าเชื้อพิเศษ เพื่อช่วยลดโอกาสของการติดเชื้อ
    • จำเป็นต้องงดอาหารและเครื่องดื่มหลังเที่ยงคืนก่อนวันผ่าตัด หรืออย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด

    การดูแลหลังผ่าตัด

    หลังจากการผ่าตัดเสร็จสิ้น ผู้ป่วยจะเข้าสู่กระบวนการพักฟื้นและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

    • ในคืนแรกหลังผ่าตัด ผู้ป่วยจได้รับการดูแลในหน่วยดูแลผู้ป่วยหนักโรคหัวใจ (Cardiac Care Unit (CCU หรือ Intensive Care Unit: ICU) โดยมีเครื่องตรวจสอบสัญญาณชีพและพยาบาลคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
    • ผู้ป่วยจะมีท่อระบาย 1 – 3 สายใส่อยู่ในช่องทรวงอก เพื่อช่วยระบายเลือดและน้ำที่ตกค้างรอบหัวใจและปอด พร้อมทั้งมีการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ และใส่สายสวนปัสสาวะเพื่อประเมินการทำงานของไต
    • สำหรับแผลผ่าตัดหัวใจ จะได้รับการดูแลและทำความสะอาดโดยพยาบาลวิชาชีพ หากผู้ป่วยรู้สึกตึงหรือเจ็บแผล แพทย์จะพิจารณาให้ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ
    • เมื่ออาการคงที่ (ประมาณ 1 – 3 วัน) ผู้ป่วยจะถูกย้ายไปยังห้องพักผู้ป่วยปกติเพื่อทำกายภาพบำบัด ฟื้นฟูร่างกาย และดูแลแผลอีกประมาณ 3 – 7 วัน ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล

    ลักษณะของแผลผ่าตัดหัวใจ

    ลักษณะของแผลผ่าตัดหัวใจจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิดของโรค แนวทางการรักษา และเทคนิคที่แพทย์เลือกใช้ โดยสามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะหลัก ดังนี้

    1. แผลผ่าตัดแบบเปิดกลางหน้าอก (Median Sternotomy)

    เป็นแผลผ่าตัดแบบดั้งเดิมที่ใช้ในการผ่าตัดหัวใจหลายชนิด เช่น การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (CABG) การซ่อมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจ และการผ่าตัดหัวใจที่มีความซับซ้อน

    • ตำแหน่ง: บริเวณกึ่งกลางกระดูกหน้าอกจากใต้ร่องคอลงมาถึงบริเวณเหนือกระดูกลิ้นปี่
    • ขนาด: โดยทั่วไปประมาณ 15–20 เซนติเมตร
    • ลักษณะ: เป็นแผลแนวตั้งกลางหน้าอก รอยแผลจะค่อย ๆ จางลงตามระยะเวลาการสมานแผล

    2. แผลผ่าตัดหัวใจแผลเล็ก (Minimally Invasive Cardiac Surgery – MICS)

    เป็นการผ่าตัดหัวใจผ่านแผลขนาดเล็ก โดยใช้เครื่องมือเฉพาะทาง และในบางกรณีอาจใช้กล้องช่วยในการผ่าตัด 

    • ตำแหน่ง: มักอยู่บริเวณด้านข้างของทรวงอกใต้ราวนมด้านขวาหรือซ้าย ขึ้นอยู่กับชนิดของการผ่าตัด
    • ขนาด: โดยทั่วไปประมาณ 4–10 เซนติเมตร
    • ลักษณะ: ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดแยกกระดูกหน้าอกแบบกลางหน้าอก ช่วยลดการบาดเจ็บต่อโครงสร้างของทรวงอกและอาจช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้นในผู้ป่วยที่เหมาะสม

    ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบหลังผ่าตัดหัวใจ

    เมื่อทราบว่าต้องเข้ารับการรักษา ผู้ป่วยและญาติหลายท่านอาจมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของการรักษา ปัจจุบันการผ่าตัดหัวใจมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งด้านเทคโนโลยี เทคนิคการผ่าตัด และระบบการดูแลผู้ป่วยก่อน ระหว่าง และหลังผ่าตัด อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของการรักษาและความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย

    แพทย์จะทำการประเมินความเสี่ยงจากหลายปัจจัย เช่น อายุ โรคประจำตัว การทำงานของหัวใจและอวัยวะสำคัญอื่น ๆ รวมถึงชนิดและความซับซ้อนของการผ่าตัด เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

    แม้ว่าการผ่าตัดหัวใจจะมีการดูแลตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย แต่อาจพบภาวะแทรกซ้อนบางประการได้ จึงจำเป็นต้องได้รับการติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์และพยาบาล

    • อาการเจ็บหน้าอกและมีไข้
    • การหายใจลำบาก
    • การสูญเสียเลือด
    • ติดเชื้อแผลที่หน้าอก (พบมากในผู้ป่วยที่มีโรคอ้วนหรือโรคเบาหวาน)
    • หัวใจวาย
    • หัวใจเต้นผิดปกติ
    • ปอดอักเสบหรือติดเชื้อ
    • ปอดหรือไตล้มเหลว
    • อัมพาต (Stroke)
    • ความเสื่อมของกระบวนการการรับรู้ (Cognitive Impairment)
    • การเกิดลิ่มเลือด
    • ความเสี่ยงต่าง ๆ ที่มากับเครื่องปอดและหัวใจเทียม

    ความเสี่ยงเหล่านี้จะแตกต่างกันสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ควรปรึกษากับศัลยแพทย์หัวใจอย่างละเอียดสำหรับแต่ละกรณี

    ทีมผ่าตัดและห้องผ่าตัดไฮบริดใหม่ที่โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    Open heart surgery, Hybrid operation room

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ พร้อมดูแลทุกขั้นตอนการผ่าตัด

    การผ่าตัดรักษาโรคหัวใจเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนและความชำนาญ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ มีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจ หลอดเลือด และทรวงอกหลากหลายภาวะ ด้วยทีมศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก อายุรแพทย์โรคหัวใจ วิสัญญีแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ และบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย พร้อมด้วยห้องผ่าตัดไฮบริด (Hybrid Operating Room) ซึ่งผสานเทคโนโลยีการผ่าตัดและระบบภาพวินิจฉัยทางการแพทย์ที่ทันสมัย ช่วยรองรับการผ่าตัดหัวใจและหัตถการผ่านสายสวนที่มีความซับซ้อน รวมถึงหอผู้ป่วยวิกฤตโรคหัวใจ (CCU/CICU) และระบบการดูแลหลังผ่าตัดตามมาตรฐานความปลอดภัย

    สรุปบทความ

    แม้ว่าการผ่าตัดหัวใจจะเป็นหัตถการขนาดใหญ่ที่อาจทำให้ผู้ป่วยและญาติรู้สึกกังวล แต่การได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง การเตรียมตัวอย่างเหมาะสม และการดูแลโดยทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าสู่กระบวนการรักษาและการฟื้นฟูได้อย่างเหมาะสม

    คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการผ่าตัดหัวใจ

    1. ผ่าตัดหัวใจต้องใช้เวลาพักฟื้นนานแค่ไหน

    โดยทั่วไปจะใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลเพื่อดูอาการอย่างใกล้ชิดประมาณ 5 – 7 วันหากไม่มีภาวะแทรกซ้อน อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการพักฟื้นขึ้นอยู่กับชนิดของการผ่าตัด เทคนิคที่ใช้ และสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย สำหรับการผ่าตัดที่มีการแยกกระดูกหน้าอก กระดูกจะใช้เวลาสมานตัวประมาณ 6 – 8 สัปดาห์ จึงจะสามารถกลับไปทำกิจกรรมตามปกติหรือเริ่มออกแรงได้ตามคำแนะนำของแพทย์

    2. แผลผ่าตัดหัวใจกี่วันถึงจะโดนน้ำได้

    ในช่วงแรกหลังผ่าตัด แพทย์จะแนะนำให้ใช้วิธีเช็ดตัวแทนการอาบน้ำ จนกว่าแผลจะแห้งสนิทและถึงกำหนดการตัดไหม ซึ่งมักจะใช้เวลาประมาณ 1 – 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด ทั้งนี้ ระยะเวลาที่แผลสามารถสัมผัสน้ำได้ขึ้นอยู่กับชนิดของแผล วิธีการปิดแผล และการประเมินของแพทย์ ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของทีมแพทย์และพยาบาลอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อและส่งเสริมการสมานแผล

    3. ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวสามารถผ่าตัดหัวใจได้หรือไม่

    ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิดอาจสามารถเข้ารับการผ่าตัดหัวใจได้ โดยแพทย์จะประเมินความเสี่ยง ภาวะสุขภาพ และการทำงานของอวัยวะสำคัญต่าง ๆ เช่น หัวใจ ปอด ไต และตับอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษา การระงับความรู้สึก และการดูแลหลังผ่าตัดให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์ศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก

    ชั้น 2 โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    เปิดให้บริการ ทุกวัน เวลา 07.00 – 16.00 น.

    0 2310 3033

    0 2755 1033

    [email protected]

    @hearthospital

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจสวนหัวใจและผ่าตัดหัวใจแพ็กเกจสวนหัวใจและผ่าตัดหัวใจ
    แพ็กเกจสวนหัวใจและผ่าตัดหัวใจ

    54,000 - 1,500,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    บริการทางการแพทย์

    ดูบริการอื่น ๆ

    บริการทางการแพทย์

    การผ่าตัดเอาตะกรันที่พอกในหลอดเลือดแดงคาโรติดออก Image
    การผ่าตัดเอาตะกรันที่พอกในหลอดเลือดแดงคาโรติดออก
    เครื่องหัวใจ-ปอดเทียมแบบเคลื่อนย้าย (ECMO) Image
    เครื่องหัวใจ-ปอดเทียมแบบเคลื่อนย้าย (ECMO)
    การใส่ลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านทางหลอดเลือด Image
    การใส่ลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านทางหลอดเลือด
    ดูบริการอื่น ๆ