โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    การใส่ลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านทางหลอดเลือด

    5 นาทีในการอ่าน
    แพทย์
    นพ. วิชัย จิรโรจน์อังกูร
    นพ. วิชัย จิรโรจน์อังกูร

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    นพ. วิฑูรย์ ปิติเกื้อกูล
    นพ. วิฑูรย์ ปิติเกื้อกูล

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    ดูทั้งหมด
    Dr. Wichai Jiraroj-ungkun
    นพ. วิชัย จิรโรจน์อังกูร
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    แพ็กเกจแนะนำ
    ผ่าตัดซ่อม หรือ เปลี่ยนลิ้นหัวใจแผลเล็กผ่านกล้อง 3 มิติ (ไม่ตัดกระดูกหน้าอก)
    ผ่าตัดซ่อม หรือ เปลี่ยนลิ้นหัวใจแผลเล็กผ่านกล้อง 3 มิติ (ไม่ตัดกระดูกหน้าอก)
    การใส่ลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านทางหลอดเลือด
    สารบัญ
    • อาการของโรค
    • สาเหตุการเกิดโรค
    • แนวทางการรักษา
    • ประเภทลิ้นหัวใจเอออร์ติก
    • เอกสารอ้างอิง

    อาการของโรค

    • เจ็บหน้าอก
    • วูบหมดสติ (Syncope)  
    • เหนื่อยง่าย
    • อาการอื่น ๆ ของภาวะหัวใจล้มเหลว

    ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องจะเสียชีวิตภายใน 0.5 – 2.8 ปี หลังเริ่มมีอาการหัวใจล้มเหลว 0.8 – 3.8 ปี หลังเริ่มมีอาการวูบหมดสติ (Syncope) และ 2 – 4.7 ปี หลังเริ่มมีอาการเจ็บหน้าอก

    สาเหตุการเกิดโรค

    สาเหตุของการเกิดโรคที่พบบ่อย ได้แก่

    • การเสื่อมของลิ้นหัวใจจากอายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกผิดปกติแบบสองใบแต่กำเนิด(Bicuspid aortic valve)
    • โรคลิ้นหัวใจรูห์มาติก

    แนวทางการรักษา

    การรักษาสามารถทำได้ด้วยการใช้บอลลูนถ่างขยายลิ้นหัวใจ หรือการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ แต่อย่างไรก็ดีเนื่องจากโรคนี้เป็นโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ และบ่อยครั้งพบว่าผู้ป่วยจำนวนมากมีอายุและโรคร่วม ทำให้มีความเสี่ยงในการผ่าตัดสูง จึงมีผู้ป่วยจำนวนมากไม่สามารถทำการผ่าตัดรักษาได้

    ปัจจุบันมีนวัตกรรมการเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่เข้ามาเป็นทางเลือกของผู้ป่วยกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง คือ การใส่ลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านทางหลอดเลือด (Transcatheter Aortic Valve) โดยแพทย์จะทำการใส่บอลลูนผ่านทางขาหนีบย้อนเข้าไปถึงลิ้นหัวใจของผู้ป่วยแล้วทำการถ่างขยายด้วยบอลลูน จากนั้นใส่สายสวนผ่านหลอดเลือดที่ขาหนีบเพื่อนำทางให้ใส่อุปกรณ์ที่ประกอบด้วยลิ้นหัวใจและท่อส่งลิ้นหัวใจ โดยอาศัยเครื่อง Fluoroscope นำทางเพื่อส่งลิ้นหัวใจเข้าไปตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วจึงวางลิ้นหัวใจชิ้นใหม่เข้าแทนที่ลิ้นหัวใจเดิมของผู้ป่วย

    หลังการใส่ลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านทางหลอดเลือดในมนุษย์สำเร็จเป็นครั้งแรกในปี 2545(1)  จนมีการอนุมัติการใส่ลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านทางหลอดเลือด โดยองค์การอาหารและยาของสหรัฐในปี 2554 มีการใส่ลิ้นหัวใจดังกล่าวไปแล้วถึงกว่า10,000 ราย(2) และมีแนวโน้มที่จะมีการผ่าตัดด้วยวิธีนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

    ข้อมูลจากงานวิจัยชื่อ PARTNER Trial พบว่า การใส่ลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านทางหลอดเลือด (Transcatheter Aortic Valve) ในผู้ป่วยที่ไม่สามารถผ่าตัดเปิดด้วยวิธีปกติ สามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษายังมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า โดยประเมินจากแบบประเมินต่าง ๆ เช่น KCCQ, SF-12, EQ-5D ปัจจุบัน Transcatheter Aortic Valve ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ ให้ใช้รักษาผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบที่มีความเสี่ยงในการผ่าตัดเปิดสูง ข้อมูลจาก PARTNER Trial ระบุว่า การรักษาด้วยวิธีนี้มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าในระยะแรกเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยยา ($42,806/ $78,542) แต่เมื่อติดตามไปประมาณ 1 ปี พบว่าค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีนี้น้อยกว่า เนื่องจากอัตราการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลน้อยกว่า ($29,289/ $53,621) และมีการประมาณค่าใช้จ่ายที่ต้องลงทุนประมาณ $50,200 ต่ออายุเฉลี่ยของผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น 1.6 ปี

    ประเภทลิ้นหัวใจเอออร์ติก

    ปัจจุบันลิ้นหัวใจเอออร์ติกที่ใส่ผ่านทางหลอดเลือดมีอยู่ 2 แบบ คือ 

    • Balloon-Expandable, BE ใบลิ้นหัวใจทำมาจากเยื่อหุ้มหัวใจของวัว
    • Self-Expandable, SE โครงลิ้นทำมาจาก Nitinol สามารถถ่างขยายเองและใบลิ้นหัวใจทำมาจากเยื่อหุ้มหัวใจหมู

    ทั้งสองแบบต่างได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา แต่ก็มีความแตกต่างระหว่างลิ้นหัวใจทั้งสองชนิดนี้หลายอย่างกล่าวคือ
    BE Valve มีอัตราประสบความสำเร็จในการใส่สูงกว่า SE Valve (95.9% เมื่อเทียบกับ 77.5%) ใน CHOICE Trial โดย Abdel Wahab และคณะ(7)

    จากการศึกษาทั้ง CHOICE Trial และการศึกษาแบบ Meta-Analysis (8) พบว่า SE Valve มีอัตราการเกิด Paravalvular Regurgitation สูงกว่า BE valve ซึ่งจากการศึกษาอื่น ๆ ยังพบว่าการเกิด Paravalvular Regurgitation มีความเกี่ยวข้องกับการเพิ่มโอกาสการเสียชีวิตใน 1 ปี อย่างไรก็ดียังมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการพัฒนาเทคนิคการวัดขนาด Annulus และขั้นตอนการใส่ลิ้นหัวใจที่มีการพัฒนาขึ้นมากในช่วงหลังอาจจะทำให้การเกิด Paravalvular Regurgitation ใน SE Valve ลดลงได้ในอนาคต

    การศึกษาเกี่ยวกับอัตราการเกิด Stroke ของลิ้นหัวใจทั้งสองชนิดพบว่าไม่มีความแตกต่างกัน(9)

    การวางตำแหน่งลิ้นหัวใจที่ถูกต้องมีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันการเกิด Paravalvular Regurgitation และภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับ Mitral Valveและหลอดเลือด Coronary การใช้เปิดลิ้นหัวใจชิ้นที่ 2 เป็นสัญญาณที่แสดงถึงการวางตำแหน่งลิ้นหัวใจผิดพลาด ซึ่งจาก UK TAVI Registry, Transcatheter Valve Treatment Sentinel Regis(TCVT) Investigators of the EURObservational Research Programme (EORP) of the European Society of Cardiology , PRAGMATIC Plus Initiativ (Pooled – Rotterdam – Milano – Toulouse In Collaboration) และ Registry of Transcatheter Aortic – Implantation in High-Risk Patients (3-6) พบใน SE valve มากกว่า BE valve การพัฒนาSE valveให้สามารถเปลี่ยนตำแหน่งการวางได้อาจแก้ไขปัญหานี้ได้ในอนาคต

    จากฐานข้อมูลข้างต้น (3-6) ยังพบว่าผู้ป่วยที่ใส่ SE Valve ยังเกิดปัญหาทำให้ต้องใส่ Permanent Pacemaker (PPM) มากกว่าผู้ป่วยที่ใส่ BE Valve ถึง 3 เท่า เช่นเดียวกับใน CHOICE trial (7) พบว่า ผู้ป่วยกลุ่มที่ใส่ SE Valve มีโอกาสที่จะต้องใส่PPM ถึง 36% ในขณะที่กลุ่ม BE Valve มีความเสี่ยงดังกล่าว 17%

    แม้ว่าใน CHOICE Trial ไม่พบว่ามีความแตกต่างในเรื่อง 30-Day Mortality และ Stroke แต่การศึกษาเปรียบเทียบในเรื่องอื่น ๆ ได้แก่ การฟื้นตัวหลังผ่าตัด อัตราการกลับเข้านอนโรงพยาบาลหลังผ่าตัดและคุณภาพชีวิตหลังผ่าตัด ก็พบว่า BE Valve มีผลการรักษาดีกว่า ดังนี้ 

    • Functional Class Improvement (94% for BE vs 87% for SE)
    • Readmission Rates for Heart Failure (0% for BE vs 4.3% for SE)
    • Quality-of-Life Score (71/100 for BE vs 66/100 for SE)

    กล่าวโดยสรุปจากผลการศึกษาที่ได้รวบรวมมาในปัจจุบัน ลิ้นหัวใจทั้งสองชนิดไม่มีความแตกต่างในเรื่องของอัตราการเสียชีวิตและอัตราการเกิด Stroke ในระยะ 30 วันแรก  แต่อาจมีความแตกต่างกันในเรื่องข้อบ่งชี้ในการใช้งาน โดยที่ SE Valve เหมาะกับผู้ป่วยที่มี Annulus เล็ก และมี Coronary Ostia อยู่ต่ำใกล้ Annulus ส่วน BE Valve มีอัตราความสำเร็จของการผ่าตัดสูงกว่าและมีอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ Paravalvular Regurgitation, Malposition, Heart Block ต่ำกว่า

    เอกสารอ้างอิง

    1.  Cribier A, Eltchaninoff H, Bash A, et al. Percutaneous transcatheter implantation of an aortic valve prosthesis for calcific aortic stenosis:first human case description. Circulation.2002;106(24):3006-3008.
    2. Mack MJ, Brennan JM, Brindis R, et al; STS/ACC TVT Registry. Outcomes following transcatheter aortic valve replacement in the United States.JAMA. 2013;310(19):2069-2077.
    3. Blackman DJ, Baxter PD, Gale CP, et al; National Institute for Cardiovascular Outcomes Research (NICOR). Do outcomes from transcatheter aortic valve implantation vary according to access route and valve type? the UK TAVI Registry. J Interv Cardiol. 2014;27(1):86-95.
    4. Di Mario C, Eltchaninoff H, Moat N, et al; Transcatheter Valve Treatment Sentinel Regis(TCVT) Investigators of the EURObservational Research Programme (EORP) of the European Society of Cardiology. The 2011-12 pilot EuropeanSentinel Registry of Transcatheter Aortic Valve Implantation: in-hospital results in 4,571 patients. EuroIntervention. 2013;8(12):1362-1371.
    5. Chieffo A, Buchanan GL, Van Mieghem NM, Transcatheter aortic valve implantation with the Edwards SAPIEN versus the Medtronic CoreVRevalving system devices: a multicenter collaborative study: the PRAGMATIC Plus Initiativ(Pooled-Rotterdam-Milano-Toulouse In Collaboration). J AmColl Cardiol. 2013;61(8):830-836.
    6. Gilard M, Eltchaninoff H, Iung B, et al; FRANCE Investigators. Registry of transcatheter aortic-implantation in high-risk patients. N Engl J Med2012;366(18):1705-1715.
    7. Abdel-Wahab M, Mehilli J, Frerker C, et al. Comparison of balloon-expandable vs self-expandable valves in patients undergoing transcatheter aortic valve replacement: the CHOICE randomized clinical trial. JAMA. doi:10.1001 /jama.2014.3316.
    8. Athappan G, Patvardhan E, Tuzcu EM, et al. Incidence, predictors, and outcomes of aortic regurgitation after transcatheter aortic valve replacement: meta-analysis and systematic review of literature. J AmColl Cardiol. 2013;61(15):15851595.
    9. Athappan G, Gajulapalli RD, Sengodan P, et al. Influence of TAVR strategy and valve design on stroke after transcatheter aortic valve replacement: a meta-analysis and systematic review of literature [published online March 13, 2014]. J AmColl Cardiol. doi:10.1016/j.jacc.2014.02.540.

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์ศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก

    ชั้น 2 โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    เปิดให้บริการ ทุกวัน เวลา 07.00 – 16.00 น.

    0 2310 3033

    0 2755 1033

    [email protected]

    @hearthospital

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ผ่าตัดซ่อม หรือ เปลี่ยนลิ้นหัวใจแผลเล็กผ่านกล้อง 3 มิติ (ไม่ตัดกระดูกหน้าอก)ผ่าตัดซ่อม หรือ เปลี่ยนลิ้นหัวใจแผลเล็กผ่านกล้อง 3 มิติ (ไม่ตัดกระดูกหน้าอก)
    ผ่าตัดซ่อม หรือ เปลี่ยนลิ้นหัวใจแผลเล็กผ่านกล้อง 3 มิติ (ไม่ตัดกระดูกหน้าอก)

    1,400,000 บาท

    1,420,000 บาท

    รายละเอียด
    ผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจแผลเล็ก MICS CABG (ไม่ตัดกระดูกหน้าอก)ผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจแผลเล็ก MICS CABG (ไม่ตัดกระดูกหน้าอก)
    ผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจแผลเล็ก MICS CABG (ไม่ตัดกระดูกหน้าอก)

    1,500,000 บาท

    1,650,000 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจสวนหัวใจและผ่าตัดหัวใจแพ็กเกจสวนหัวใจและผ่าตัดหัวใจ
    แพ็กเกจสวนหัวใจและผ่าตัดหัวใจ

    54,000 - 1,500,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    บริการทางการแพทย์

    ดูบริการอื่น ๆ

    บริการทางการแพทย์

    เครื่องหัวใจ-ปอดเทียมแบบเคลื่อนย้าย (ECMO) Image
    เครื่องหัวใจ-ปอดเทียมแบบเคลื่อนย้าย (ECMO)
    การรักษาหลอดเลือดหัวใจแบบไม่ผ่าตัด โดยการใช้บอลลูนขยายหลอดเลือด การใส่ขดลวด Percutaneous Coronary Intervention (PCI) Image
    การรักษาหลอดเลือดหัวใจแบบไม่ผ่าตัด โดยการใช้บอลลูนขยายหลอดเลือด การใส่ขดลวด Percutaneous Coronary Intervention (PCI)
    ห้องผ่าตัดอัจฉริยะ Hybrid Operating Room Full Function Image
    ห้องผ่าตัดอัจฉริยะ Hybrid Operating Room Full Function
    ดูบริการอื่น ๆ