โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    ตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiogram - CAG) คืออะไร

    < 1 นาทีในการอ่าน
    แพทย์
    นพ. เกรียงไกร เฮงรัศมี
    นพ. เกรียงไกร เฮงรัศมี

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    ดูทั้งหมด
    Dr. Kriengkrai Hengrussamee
    นพ. เกรียงไกร เฮงรัศมี
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    แพ็กเกจแนะนำ
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ
    ตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiogram - CAG) คืออะไร
    สารบัญ
    • หลอดเลือดหัวใจตีบตันคืออะไร
    • การตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ หรือการสวนหัวใจคืออะไร
    • ขั้นตอนการตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจเป็นอย่างไร
    • เทคนิคการตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจเป็นอย่างไร
    • การตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจใช้เวลานานเท่าไร
    • เตรียมตัวก่อนตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจอย่างไร
    • การปฏิบัติตัวหลังตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจทำอย่างไร
    • ความเสี่ยงจากการตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ
    • ข้อดีของการตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ
    • โรงพยาบาลรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
    • แพทย์ที่ชำนาญการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
    • แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ
    • สรุปบทความ
    • สอบถามเพิ่มเติมที่
    • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสวนหัวใจ (FAQ)
  • ดูทั้งหมด

  • เมื่อมีอาการแน่นหน้าอกรุนแรง โดยเฉพาะขณะออกแรง หรือมีอาการเหนื่อยหอบผิดปกติ แพทย์จะทำการประเมินอาการร่วมกับปัจจัยเสี่ยง ผลการตรวจที่จำเป็น และอาจพิจารณาให้เข้ารับการตรวจหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiogram: CAG) หากสงสัยภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบหรือมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เพื่อหาสาเหตุของอาการและประเมินภาวะหลอดเลือดหัวใจ  บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจอย่างละเอียดว่า การสวนหัวใจ คืออะไร มีขั้นตอนและเทคนิคในการทำอย่างไร พร้อมแนวทางการดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังรับการตรวจ เพื่อให้ผู้ป่วยและญาติมีความเข้าใจ ลดความกังวล และสามารถเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม

    หลอดเลือดหัวใจตีบตันคืออะไร

    ก่อนอื่นเราต้องทำความรู้จักกันก่อนว่า Coronary Artery คือ หลอดเลือดแดงที่อยู่บริเวณภายนอกหัวใจ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า Coronary คือ หลอดเลือดที่ทำหน้าที่นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ

    โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease) หรือ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ คือโรคที่มีการตีบแคบลงของเส้นเลือดหัวใจโคโรนารี เกิดจากคราบไขมัน คราบน้ำตาล และสารต่าง ๆ ที่สะสมอยู่ที่ผนังด้านในของหลอดเลือด ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือด เมื่อการอักเสบเกิดขึ้นซ้ำ ๆ เป็นเวลานานประมาณ 2 – 5 ปี ก็จะเปลี่ยนสภาพเป็นคราบหินปูน ไขมัน และพังผืดเพิ่มขึ้นมากจนทำให้รูด้านในของหลอดเลือดตีบแคบลง

    เมื่อหัวใจที่ทำหน้าที่คล้าย “ปั๊มน้ำ” คอยสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเกิดอุดตันทำให้ ได้รับเลือด สารอาหาร และออกซิเจนไม่เพียงพอ จะทำให้มีอาการแน่นหน้าอกเวลาออกแรง เหนื่อยง่าย และนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว ในบางรายที่คราบไขมันในผนังหลอดเลือดเกิดการแตกหรือฉีกขาด ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดหัวใจอย่างเฉียบพลัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด มีอาการแน่นจุกอกรุนแรง หรืออาจเสียชีวิตทันทีจากหัวใจหยุดเต้นหรือเต้นผิดจังหวะ ที่เรียกกันว่า Heart Attack หรือโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันเฉียบพลัน (Acute Coronary Syndrome) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตถ้าไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมและรวดเร็ว

    การตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ หรือการสวนหัวใจคืออะไร

    การตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ หรือการสวนหัวใจคืออะไร

    การตรวจสวนหัวใจ (Coronary Angiography: CAG) คือ การตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยการใส่สายสวนผ่านหลอดเลือดบริเวณขาหนีบหรือข้อมือผ่านไปยังตำแหน่งหลอดเลือดหัวใจ และทำการฉีดสารทึบรังสีหรือที่เรียกว่าการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiography – CAG) เข้าไปในหลอดเลือดหัวใจโดยตรง เพื่อแสดงรอยโรคของเส้นเลือดหัวใจว่ามีการตีบตัน โดยจะมีการบันทึกภาพและภาพเคลื่อนไหวขณะฉีดสีหัวใจ ทำให้อายุรแพทย์หัวใจผู้ทำหัตถการสวนหัวใจสามารถพิจารณาการรักษาที่เหมาะสมในขั้นตอนต่อไป เช่น การขยายด้วยบอลลูน การใส่ขดลวดค้ำยัน หรือปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อทำการผ่าตัดบายพาส รวมทั้งการรับประทานยาและการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

    ความแตกต่างระหว่าง CTA Coronary กับ การทำ CAG

    • CTA Coronary คือ การตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง เป็นการตรวจเบื้องต้นโดยไม่ต้องใส่สายสวนเข้าไปถึงหลอดเลือดหัวใจ เหมาะสำหรับการประเมินความเสี่ยงและตรวจหาภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบในผู้ป่วยที่แพทย์พิจารณาว่ามีความเหมาะสม
    • CAG หัวใจ หรือ CAG Heart คือการสวนหัวใจและฉีดสีผ่านสายสวน เพื่อดูการตีบตันของหลอดเลือดหัวใจ และหากพบรอยตีบที่เหมาะสม แพทย์อาจพิจารณาทำการรักษาด้วยการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและใส่ขดลวดค้ำยัน (PCI) ได้ในขั้นตอนเดียวกัน

    การทำ CAG + PCI คืออะไร

    เมื่อผู้ป่วยเข้ารับ การสวนหัวใจ และพบรอยตีบหรืออุดตันของหลอดเลือดหัวใจที่มีข้อบ่งชี้ในการรักษา แพทย์อาจพิจารณาทำการรักษาต่อเนื่องทันที ซึ่ง CAG + PCI คือ การตรวจวินิจฉัยด้วยการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (CAG) ร่วมกับการขยายหลอดเลือดหัวใจผ่านสายสวน (Percutaneous Coronary Intervention – PCI)  เช่น การทำบอลลูน และใส่ขดลวดค้ำยัน หรือ Stent

    ในกรณีที่หลอดเลือดหัวใจมีหินปูนเกาะปริมาณมากหรือมีรอยโรคที่ซับซ้อน (Complex PCI) แพทย์อาจพิจารณาใช้เทคโนโลยีเฉพาะทาง เช่น บอลลูนสร้างรอยบาก (Cutting / Scoring Balloon) เทคโนโลยีสลายหินปูนด้วยคลื่นกระแทกภายในหลอดเลือด (Intravascular Lithotripsy: IVL) หรืออุปกรณ์กรอปรับสภาพคราบหินปูน เช่น Rotational Atherectomy และ Orbital Atherectomy เพื่อช่วยปรับสภาพและลดความแข็งของคราบหินปูน ทำให้การขยายหลอดเลือดและการใส่ขดลวดทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    ดังนั้น การทำ CAG + PCI คือ การตรวจวินิจฉัยและการรักษาอย่างต่อเนื่องภายในหัตถการเดียว ช่วยลดระยะเวลาการรอคอยและทำให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

    ขั้นตอนการตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจเป็นอย่างไร

    ขั้นตอนการตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ

    การตรวจสวนหัวใจจะดำเนินการในห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ (Cardiac Catheterization Laboratory) หรือที่เรียกว่าห้อง Cath Lab โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

    • ผู้ป่วยนอนหงายบนเตียง X-ray และมีการผูกเข็มขัดนิรภัยที่ลำตัวและขา
    • ติด Electrodes บริเวณหน้าอก แขน หรือขา ติดเครื่องวัดและติดตามความดันที่แขนตลอดเวลา รวมถึงตัววัดระดับออกซิเจนที่นิ้วมือ
      • เครื่อง X-ray จะขยับไปมาและรอบ ๆ เตียงและบริเวณหน้าอกไปจนถึงศีรษะของผู้ป่วย
    • เปิดเส้นเลือดดำที่แขนเพื่อให้น้ำเกลือ
    • ส่วนใหญ่ไม่มีการวางยาสลบ ผู้ป่วยจะตื่นตลอดเวลา ทำตามที่สั่งได้ อาจใช้ยาเพื่อให้ผ่อนคลายระหว่างการตรวจ
    • สำหรับในรายที่มีความวิตกกังวลสูง แพทย์จะพิจารณาการให้ยาเพื่อลดความวิตกกังวลหรือยานอนหลับเพื่อให้ได้รับความร่วมมือจากผู้ป่วยในการทำหัตถการ
    • ผู้ป่วยอาจถูกขอให้หายใจเข้าออกลึก ๆ กลั้นหายใจ ไอบางครั้งขณะทำการตรวจรักษา

    เทคนิคการตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจเป็นอย่างไร

    • อาจใช้สารห้ามการแข็งตัวของเลือดในระหว่างการตรวจและทำหัตถการ
    • อาจโกนขนที่บริเวณขาหนีบหรือข้อมือเล็กน้อย ทำความสะอาดและทำการเช็ดล้างเชื้อ รวมไปถึงให้ยาชาเฉพาะที่ที่ขาหนีบหรือข้อมือ
    • หลอดเลือดแดงใหญ่ที่ขาหนีบหรือข้อมือจะถูกใส่สายสวน (Catheter) โดยใช้เข็มแทงเข้าไปที่เส้นเลือดและนำท่อพลาสติก (Sheath) ใส่คาไว้ที่หลอดเลือดระหว่างทำหัตถการ ขั้นตอนนี้ผู้ป่วยจะไม่เจ็บหรือรู้สึกเล็กน้อย หากเจ็บต้องแจ้งแพทย์ทันที
    • สารทึบรังสีจะถูกฉีดเข้าไปในหลอดเลือดผ่านท่อนำ (Catheter) ผู้รับการตรวจอาจรู้สึกออกร้อนวูบวาบเล็กน้อยเมื่อมีสารทึบรังสีเข้าไปในร่างกาย โดยจะปรากฏภาพสายสวนและหลอดเลือดชัดเจนบนจอ X-ray และแพทย์ทำการวิเคราะห์ผล
    • วิธีรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ขึ้นอยู่กับผลการตรวจ โดยในระหว่างการตรวจอาจมีการใส่สายเข้าไปเพิ่มเติมและจะมีการให้ข้อมูลก่อนที่จะทำการรักษาด้วยการทำบอลลูนหรือใส่ขดลวดเข้าไป ในขณะทำการขยายบอลลลูนอาจจะรู้สึกแน่นอกบ้าง

    เทคนิคการตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ

    การตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจใช้เวลานานเท่าไร

    โดยทั่วไปการตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ หรือการทำ CAG จะใช้เวลาตรวจประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง เมื่อต้องได้รับการขยายหลอดเลือดที่ตีบด้วยบอลลูนและใส่ขดลวดค้ำยันใช้เวลาอีกประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หรือน้อยกว่าขึ้นกับรอยโรคที่ตีบตันว่าสามารถทำได้ง่ายหรือยาก 

    อย่างไรก็ตามในบางครั้งอาจใช้เวลาในการตรวจมากขึ้น โดยเฉพาะถ้ามีการทำหัตถกรรมอื่นร่วมด้วย เช่น การใช้สว่านกรอหัวเพชรในรายที่มีการตีบของหลอดเลือดร่วมกับคราบหินปูนที่หนา เป็นต้น รวมถึงขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนตรวจและการห้ามเลือด หรือสังเกตอาการหลังหัตถการอาจจะเพิ่มระยะเวลาในการตรวจทั้งหมดให้เพิ่มขึ้นได้

    เตรียมตัวก่อนตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจอย่างไร

    • งดรับประทานอาหารและดื่มน้ำก่อนการทำหัตถการ 4 – 6 ชั่วโมง (ในรายที่ใช้ยาชาเฉพาะที่ แพทย์อาจอนุญาตให้จิบน้ำเปล่าได้)
    • งดดื่มชา กาแฟ
    • ให้นำยาทุกชนิดที่รับประทานเป็นประจำมาโรงพยาบาล เพื่อปรึกษาแพทย์ว่ายาตัวไหนสามารถรับประทานต่อได้ หรือยาตัวไหนให้งดรับประทาน
    • หากเป็นโรคเบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์ว่าต้องใช้อินซูลินในตอนเช้าหรือไม่
    • ที่สำคัญที่สุด ต้องแจ้งแพทย์ผู้ดูแลหากแพ้อาหารทะเลหรือเคยมีประวัติแพ้สารทึบรังสีมาก่อน

    การปฏิบัติตัวหลังตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจทำอย่างไร

    หลายคนมักกังวลว่า เมื่อเข้ารับการสวนหัวใจจะต้องพักฟื้นกี่วัน หรือ ฉีดสีหัวใจพักฟื้นกี่วัน ซึ่งการดูแลตัวเองอย่างถูกต้องมีขั้นตอนดังนี้

    • หลังตรวจเสร็จเรียบร้อย สาย Sheath และสายสวนจะถูกถอดออกจากขาหนีบหรือข้อมือ มีการกดห้ามเลือดประมาณ 15 – 30 นาทีแล้วใช้ผ้ากอซปิดบริเวณแผลบริเวณขาหนีบและใช้พลาสเตอร์พิเศษปิดทับเพื่อป้องกันเลือดออก สำหรับในรายที่ทำที่ข้อมือจะ ได้รับการใส่สายข้อมือที่มีบอลลูนกดห้ามเลือดหลังนำสายสวนออก
    • ผู้รับการตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจถูกส่งไปยังห้องพักฟื้นเพื่อสังเกตอาการและติดตามดูสัญญาณชีพ หากเป็นปกติแพทย์จะให้กลับไปที่ห้องพักผู้ป่วย หลังจากนั้นจะติดตามสัญญาณชีพต่ออีกประมาณ 6 – 8 ชั่วโมง พร้อมทั้งติดตามดูว่ามีปัญหาเรื่องเลือดออกหรือไม่ ระหว่างนี้จะมีการบันทึกสัญญาณชีพและสังเกตภาวะเลือดออก
    • ผู้รับการตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจสามารถกลับบ้านได้ประมาณ 24 – 48 ชั่วโมงหลังทำหัตถการถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนและไม่ได้ทำหัตถการต่อ บางรายอาจต้องอยู่โรงพยาบาลนานกว่าตามอาการทางคลินิก ความซับซ้อนของหัตถการหรือผลแทรกซ้อนที่ต้องรักษาในบางรายตามดุลยพินิจของอายุรแพทย์หัวใจที่ทำหัตถการ
    • หลังทำหัตถการผู้เข้ารับการตรวจจำเป็นต้องดื่มน้ำเพื่อชะล้างสารทึบรังสีออกจากร่างกายและรับประทานอาหารได้เมื่อทุกอย่างปกติและเรียบร้อยดี
    • ยาที่รับประทานประจำ แพทย์ที่ดูแลจะแนะนำว่าจะให้เริ่มทานได้เมื่อไร 
    • รอยเข็มบริเวณขาหนีบและข้อมืออาจมีรอยเขียวช้ำและเป็นตุ่มนูนเล็กน้อย ทำแผลและปิดแผลไว้ประมาณ 2 – 3 วันด้วยผ้ากอซและแผ่นกันน้ำ การอาบน้ำทำได้หลังจากที่แพทย์อนุญาตให้เดินได้ อาจเจ็บเล็กน้อยหลังทำหัตถการประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นสามารถกลับไปทำงานได้
    • ห้ามออกกำลังกายหนักและยกของหนักหลังการทำหัตถการประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ 

    การปฏิบัติตัวหลังตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ

    ความเสี่ยงจากการตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ

    ภาวะแทรกซ้อนจากการสวนหลอดเลือดหัวใจ (CAG) นั้นสามารถพบได้น้อยมาก แต่หากมีอาการดังต่อไปนี้ควรกลับมาพบแพทย์เฉพาะทางหัวใจทันที

    • เลือดออกผิดปกติ มีจ้ำเลือดอันใหม่หรือขนาดใหญ่ขึ้นบริเวณที่ทำการเจาะเส้นเลือด
    • ปวดมากขึ้น ขัดหรือเคืองบริเวณที่ทำหัตถการ
    • อักเสบหรือติดเชื้อ เช่น แดงขึ้น ร้อนขึ้น มีสารน้ำออกมาจากบริเวณที่ทำหัตถการ มีไข้ขึ้น
    • การเปลี่ยนแปลงของสีและอุณหภูมิของขาข้างที่ทำ เช่น เย็นขึ้น เขียวขึ้น หรือม่วงมากขึ้น
    • หน้ามืด เป็นลม อ่อนแรง
    • อาการแน่นเจ็บหน้าอก หายใจขัด หายใจลำบากมากขึ้น
    • ถ้าบริเวณที่ทำหัตถการมีเลือดออกหรือบวมแดงมากขึ้นให้กดบริเวณแผลที่ทำแล้วติดต่อแผนกฉุกเฉินโดยด่วน

    ความเสี่ยงจากการตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ

    ข้อดีของการตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ

    • ตรวจวินิจฉัยหลอดเลือดหัวใจตีบตันหรือคราบตะกรันที่หัวใจ
    • รู้ตำแหน่งการตีบของเส้นเลือดและความรุนแรงของการตีบของหลอดเลือด
    • เช็กผลการใส่ขดลวดและบอลลูน ติดตามผลการทำหัตถการครั้งที่ผ่านมา
    • ดูการไหลเวียนของหลอดเลือดหัวใจ
    • ทำหัตถการ บอลลูน และใส่ขดลวดหลังฉีดสีได้ทันที

    อย่างไรก็ตามการตัดสินใจร่วมกันระหว่างทีมแพทย์ที่ทำการตรวจและผู้ป่วย รวมถึงญาติเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการแนะนำการรักษาขั้นต่อไป และทำได้ทันทีหลังการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจเสร็จเรียบร้อย

    โรงพยาบาลรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน

    คลินิกอายุรกรรมโรคหัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ พร้อมดูแลรักษาทุกความผิดปกติของหัวใจในทุกมิติ โดยแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญและทีมสหสาขาที่มากด้วยประสบการณ์ ตลอดจนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อให้ผู้ป่วยมีสุขภาพหัวใจที่แข็งแรงยืนยาว

    แพทย์ที่ชำนาญการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน

    นพ.เกรียงไกร เฮงรัศมี ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง

    แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ

    แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ ราคาเริ่มต้นที่ 9,900 บาท

    คลิกที่นี่ 

    สรุปบทความ

    การตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ (CAG) เป็นการตรวจมาตรฐานอ้างอิง (Gold Standard) ที่ช่วยให้แพทย์ประเมินตำแหน่งและความรุนแรงของภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตันได้อย่างละเอียด หากพบรอยตีบที่มีข้อบ่งชี้และผู้ป่วยมีความเหมาะสม แพทย์อาจพิจารณาทำการรักษาด้วยการขยายหลอดเลือดหัวใจผ่านสายสวน (PCI) เช่น การทำบอลลูนและใส่ขดลวดค้ำยัน (Stent) ต่อเนื่องภายในหัตถการเดียวกัน การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจ การแจ้งประวัติสุขภาพและยาที่ใช้เป็นประจำ รวมถึงการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ทั้งก่อนและหลังทำหัตถการ จะช่วยให้การตรวจและการรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกอายุรกรรมโรคหัวใจ

    ชั้น 1 โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    เปิดบริการทุกวัน
    เวลา 07:00 – 16:00 น.

    0 2310 3370

    0 2755 1371

    [email protected]

    @hearthospital

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสวนหัวใจ (FAQ)

    1. การสวนหัวใจน่ากลัวหรือไม่ และต้องดมยาสลบไหม?

    การสวนหัวใจไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่ โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ ผู้ป่วยยังคงรู้สึกตัวและสามารถสื่อสารกับแพทย์ได้ตลอดหัตถการ โดยแพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่บริเวณข้อมือหรือขาหนีบ ซึ่งช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างทำหัตถการ และอาจพิจารณาให้ยาคลายความกังวลในบางรายเพื่อช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

    2. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือโรคไต สามารถทำ CAG ได้หรือไม่?

    สามารถทำได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์อย่างใกล้ชิด ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรแจ้งยาที่ใช้ รวมถึงอินซูลินหรือยาลดน้ำตาลชนิดต่างๆ เพื่อให้แพทย์พิจารณาการปรับยาอย่างเหมาะสม ส่วนผู้ป่วยโรคไต แพทย์จะประเมินการทำงานของไตก่อนการตรวจ และวางแผนลดความเสี่ยงจากการใช้สารทึบรังสี เช่น การให้สารน้ำอย่างเหมาะสม 

    3. รอยช้ำบริเวณขาหนีบหรือข้อมือหลังทำหัตถการ อันตรายไหม?

    อาการบวมเล็กน้อยหรือมีรอยช้ำบริเวณตำแหน่งเจาะหลอดเลือดสามารถพบได้หลังทำหัตถการ และมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม หากรอยช้ำขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ปวดบวมมาก  มีเลือดออกไม่หยุด ควรกดบริเวณดังกล่าวหากสามารถทำได้ และรีบกลับมาพบแพทย์หรือเข้ารับการรักษาฉุกเฉินทันที

    4. การสวนหัวใจอันตรายไหม?

    การสวนหลอดเลือดหัวใจเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย โดยภาวะแทรกซ้อนรุนแรงพบได้น้อย แต่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนบางอย่าง เช่น เลือดออกหรือรอยช้ำบริเวณตำแหน่งเจาะหลอดเลือด ภาวะแพ้สารทึบรังสี ภาวะไตทำงานลดลง หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ หากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หายใจเหนื่อย เลือดออกไม่หยุด แขนหรือขาข้างที่ทำหัตถการมีอาการบวมมาก เย็น ชา หรือมีสีผิวเปลี่ยนไป ควรรีบพบแพทย์ทันที

    5. หลังจากสวนหัวใจพักฟื้นกี่วัน?

    หากเป็นการตรวจ CAG เพื่อวินิจฉัยเพียงอย่างเดียว ผู้ป่วยหลายรายสามารถกลับบ้านได้ภายในวันเดียวหรือพักรักษาตัวระยะสั้นตามดุลยพินิจของแพทย์ และมักกลับไปทำกิจวัตรประจำวันหรือทำงานที่ไม่ใช้แรงมากได้ภายในไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม หากมีการรักษาด้วยบอลลูนและใส่ขดลวด (PCI) ร่วมด้วย ระยะเวลาพักฟื้นอาจแตกต่างกันตามความซับซ้อนของหัตถการและสภาพร่างกายของผู้ป่วย

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกอายุรกรรมโรคหัวใจ

    ชั้น 1 โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    เปิดบริการทุกวัน
    เวลา 07:00 - 16:00 น.

    0 2310 3370

    0 2755 1371

    [email protected]

    @hearthospital

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจแพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ

    9,900 - 29,400 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    บริการทางการแพทย์

    ดูบริการอื่น ๆ

    บริการทางการแพทย์

    การตรวจหัวใจด้วยเครื่องสะท้อนเสียงความถี่สูง (Echocardiogram) Image
    การตรวจหัวใจด้วยเครื่องสะท้อนเสียงความถี่สูง (Echocardiogram)
    การตรวจอัลตราซาวนด์การไหลเวียนของหลอดเลือดแดงใหญ่ไปเลี้ยงสมองที่คอ Image
    การตรวจอัลตราซาวนด์การไหลเวียนของหลอดเลือดแดงใหญ่ไปเลี้ยงสมองที่คอ
    การตรวจด้วยเตียงยกระดับ (Tilt Table Test) Image
    การตรวจด้วยเตียงยกระดับ (Tilt Table Test)
    ดูบริการอื่น ๆ