โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    การตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ

    5 นาทีในการอ่าน
    แพทย์
    Package Image
    นพ. ธัชยศพัทธ์ อรรฆยากร

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    Package Image
    พญ. ชาร์มิลา เสรี

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    Package Image
    นพ. ปัญญา ลีชาแสน

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    ดูทั้งหมด
    Dr. Thachyossaphat Ukkayagorn
    นพ. ธัชยศพัทธ์ อรรฆยากร
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    การตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ
    สารบัญ
    • การตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจคืออะไร
    • ข้อมูลที่ได้จากการตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ
    • สถานที่ในการตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ
    • ความเสี่ยงของการตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ
    • การเตรียมตัวของผู้ป่วยก่อนการตรวจสรีรวิทยาไฟฟ้า
    • ขั้นตอนการตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ
    • การปฏิบัติตัวหลังการตรวจสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ
    • คำถามหรือข้อสงสัยหลังการตรวจสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ
    • การปฏิบัติตัวหลังการตรวจสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจเมื่อกลับบ้าน
    • อาการผิดปกติที่ควรรีบพบหรือปรึกษาแพทย์
  • ดูทั้งหมด

  • การตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจคืออะไร

    หัตถการที่มีการรุกล้ำร่างกาย ใช้ตรวจประเมินสัญญาณไฟฟ้าและทางเดินไฟฟ้าหัวใจ การตรวจนี้ใช้เพื่อช่วยในการวินิจฉัยหาสาเหตุหัวใจเต้นผิดปกติ หาตำแหน่งในหัวใจที่เป็นจุดกำเนิดคลื่นไฟฟ้าที่ผิดปกติ และเป็นวิธีรักษาหัวใจเต้นผิดปกติที่มีประสิทธิภาพสูง โดยทั่วไปแพทย์จะทราบข้อมูลเกี่ยวกับหัวใจเต้นผิดปกติคร่าว ๆ จากการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง หรือบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะที่มีอาการผิดปกติ การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะที่หัวใจทำงานมากกว่าปกติ โดยการให้ยากระตุ้นหรือการออกกำลังกายโดยการเดินบนสายพานเลื่อน การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง เพื่อช่วยในการวินิจฉัยหาสาเหตุหัวใจเต้นผิดปกติก่อนการตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ

    ข้อมูลที่ได้จากการตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ

    • ทราบถึงจุดกำเนิดและชนิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ผิดปกติ
    • เพื่อให้มีความเข้าใจในหัวใจเต้นผิดปกติชนิดนั้น ๆ ให้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยในการเลือกวิธีการรักษาหรือยาที่เหมาะสม เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุด
    • ถ้าหากทราบถึงจุดกำเนิดคลื่นไฟฟ้าที่ผิดปกติ สามารถทำการจี้รักษาต่อได้เลย
    • ผู้ป่วยบางรายที่มีกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงระดับปานกลางและมีหัวใจห้องล่างเต้นก่อนเวลาอันควร แพทย์จะแนะนำให้ตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจเพื่อดูว่าจะมีโอกาสเกิดหัวใจเต้นผิดปกติที่เป็นอันตรายต่อชีวิตหรือไม่ ถ้าหากกระตุ้นหัวใจแล้วนำไปสู่การเกิดหัวใจเต้นผิดปกติที่เป็นอันตรายต่อชีวิต แพทย์จะรักษาด้วยการผ่าตัดฝังอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ช่วยเปลี่ยนจังหวะการเต้นหัวใจด้วยการช็อคไฟฟ้า
    • ช่วยตรวจหาสาเหตุการเกิดภาวะเป็นลมหมดสติหรือหัวใจหยุดเต้นฉับพลัน
    • เพื่อตรวจหาความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการแสดงดังนี้ เวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม อ่อนแรง ใจสั่น หรือ ภาวะหัวใจเต้นผิดปกติต่าง ๆ ที่ไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นความผิดปกติชนิดใดจากการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
    • นอกจากนี้แพทย์อาจพิจารณาตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจเป็นกรณีไป

    การจี้รักษาคืออะไร

    หลังจากที่ทราบชนิดและจุดกำเนิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่เต้นผิดปกติแล้ว ถ้าหากเป็นหัวใจเต้นผิดปกติที่รักษาได้ด้วยการจี้รักษา แพทย์จะใส่สายสวนพิเศษเข้าไปในหัวใจและวางในตำแหน่งที่เป็นจุดกำเนิดคลื่นไฟฟ้าที่ผิดปกติ ต่อจากนั้นจะส่งคลื่นวิทยุผ่านทางสายสวนพิเศษเพื่อไปทำลายจุดกำเนิดที่ผิดปกตินั้น สามารถใช้รักษาหัวใจเต้นผิดปกติหลายชนิด เช่น หัวใจเต้นผิดปกติจากความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหรือวงจรไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในหัวใจห้องบนหรือระหว่างห้องบนและล่าง หัวใจห้องบนเต้นพริ้ว และหัวใจห้องล่างเต้นก่อนเวลาอันควรและเร็วกว่าปกติ การรักษาด้วยวิธีนี้อาจใช้ร่วมกับการรักษาวิธีอื่นเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการรักษาสูงสุด โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 2 – 6 ชั่วโมง

    สถานที่ในการตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ

    ตรวจที่ห้องปฏิบัติการสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งก็คือห้องปฏิบัติการสวนหัวใจแต่มีเครื่องมือและอุปกรณ์การตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าเพิ่มเข้ามา และใช้เครื่องแสดงคลื่นไฟฟ้าหัวใจกับเครื่องแสดงภาพภายในของหัวใจ

    ความเสี่ยงของการตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ

    ปัจจัยเสี่ยงต่อชีวิตพบได้น้อยมาก โดยทั่วไปเป็นหัตถการที่ค่องข้างปลอดภัย ปัจจัยเสี่ยงที่พบได้แต่ไม่มากมีดังต่อไปนี้

    • มีเลือดออกหรือการอักเสบติดเชื้อที่ใส่สายสวนที่ขาหนีบ
    • ความเสียหายต่อเส้นเลือดดำหรือแดงที่ใส่สายสวน
    • กล้ามเนื้อหัวใจฉีกขาดและก่อให้เกิดเลือดออกในเยื่อหุ้มหัวใจ ซึ่งจะต้องทำการเจาะเอาเลือดออกโดยเร่งด่วน
    • กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
    • การเกิดลิ่มเลือดขณะตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหรือการจี้รักษาแล้วนำไปสู่การอุดตันของเส้นเลือดในสมอง
    • การสัมผัสรังสีเอ็กซเรย์ โดยเฉพาะในภาวะตั้งครรภ์
    • การกระตุ้นให้เกิดหัวใจเต้นผิดปกติ
    • การแพ้สารทึบรังสีหรือยาบางชนิด
    • โอกาสเสียชีวิตน้อยมาก

    การเตรียมตัวของผู้ป่วยก่อนการตรวจสรีรวิทยาไฟฟ้า

    • ผู้ป่วยต้องงดอาหารและเครื่องดื่มก่อนการตรวจ 6 – 8 ชั่วโมง อาจดื่มน้ำได้บ้างเมื่อต้องรับประทานยา เมื่อกระหายน้ำอาจอมน้ำกลั้วคอแต่ไม่ควรกลืนลงไป
    • ควรปรึกษาแพทย์ว่าจำเป็นต้องงดยาชนิดใดที่ใช้อยู่หรือไม่
    • ผู้ป่วยควรอาบน้ำทำความสะอาดบริเวณขาหนีบและต้นขาทั้ง 2 ข้าง
    • ให้มีญาติหรือเพื่อนมาส่งคุณในวันนัดทำหัตถการและมีคนมารับคุณกลับบ้าน ซึ่งอาจจะเป็นวันเดียวกันหรือวันถัดไป
    • หากคุณใส่เครื่องช่วยการได้ยิน ให้คุณใส่มาในวันนัดทำหัตถการ หากปกติคุณใส่แว่นตา ให้นำแว่นตามาด้วย

    ขั้นตอนการตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ

    • เริ่มด้วยการเจาะเลือดที่แขนเพื่อใส่สายน้ำเกลือและให้ยา
    • เจ้าหน้าที่จะโกนขนบริเวณขาหนีบและตามด้วยการทำความสะอาดบริเวณนั้นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค
    • ผู้ป่วยจะได้รับยาระงับความรู้สึกเพื่อให้ผ่อนคลาย และง่วงนอน
    • เจ้าหน้าที่จะติดแผ่นรับสัญญาณไฟฟ้าที่หน้าอกของผู้ป่วยเพื่อเฝ้าดูจังหวะและอัตราการเต้นของหัวใจตลอดเวลา
    • แพทย์จะฉีดยาชาที่บริเวณขาหนีบข้างเดียวหรือสองข้าง เพื่อจะใส่สายสวนพิเศษเข้าทางหลอดเลือดดำไปที่หัวใจ หลังจากที่ได้จัดวางสายสวนพิเศษในตำแหน่งต่าง ๆ ของหัวใจ อุปกรณ์เหล่านี้จะต่อกับระบบคอมพิวเตอร์เพื่อรับและแปลงสัญญาณไฟฟ้าเหล่านี้ แพทย์จะประเมินการนำสัญญาณไฟฟ้าในหัวใจ
    • แพทย์จะกระตุ้นหัวใจให้เต้นเร็วขึ้นเพื่อชักนำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดปกติเพื่อทำการศึกษาและรักษาต่อไป แพทย์จะใส่สายสวนหัวใจพิเศษไปยังตำแหน่งที่มีคลื่นกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติ และจะส่งคลื่นวิทยุไปทำลายตำแหน่งนั้น ๆ เมื่อหัตถการสำเร็จเสร็จสิ้น แพทย์จะดึงสายสวนออกจากร่างกายผู้ป่วยและจะกดบริเวณที่ถอดสายสวนไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดออกเป็นเวลาประมาณ 10 – 15 นาทีกรณีที่เป็นหลอดเลือดดำ และนานประมาณ 30 นาทีกรณีที่เป็นหลอดเลือดแดง

    การปฏิบัติตัวหลังการตรวจสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ

    • หลังการตรวจสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ ผู้ป่วยจะต้องพักฟื้นที่ห้องพักฟื้นเพื่อสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด โดยผู้ป่วยอาจกลับบ้านได้ภายในวันที่ตรวจหรืออาจต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล 1 วัน
    • ผู้ป่วยต้องนอนราบเป็นเวลาหลายชั่วโมง
    • เจ้าหน้าที่จะคอยดูแลตลอดและจะมาถามอาการและตรวจที่ขาหนีบเป็นระยะ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเลือดออกผิดปกติที่ขาหนีบ
    • หลังจากที่ผู้ป่วยเริ่มตื่น แพทย์จะมาอธิบายและสรุปผลการทำหัตถการให้ทราบ รวมถึงระยะเวลาการกลับไปทำงาน หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ตามปกติ

    คำถามหรือข้อสงสัยหลังการตรวจสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ

    ในขณะที่แพทย์อธิบายผลการตรวจสรีรวิทยาไฟฟ้า หากผู้ป่วยมีข้อสงสัยหรือคำถาม ควรสอบถามแพทย์ ต่อไปนี้คือตัวอย่างคำถามที่ผู้ป่วยถามแพทย์ 

    • ผลการตรวจสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจเป็นอย่างไร หัวใจเต้นผิดปกติเกิดจากความผิดปกติคลื่นไฟฟ้าหัวใจชนิดใดและตำแหน่งไหน ได้รับการจี้รักษาหรือไม่ หากไม่ได้รับการจี้รักษาหรือได้รับการจี้รักษาแล้ว จำเป็นต้องกินยารักษาต่อหรือไม่
    • ถามถึงแผนการรักษาในระยะยาว
    • ถามถึงผลแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้น
    • มีความจำเป็นที่จะต้องผ่าตัดฝังอุปกรณ์ที่ช่วยคุมอัตราการเต้นหัวใจหรือปรับจังหวะการเต้นหัวใจด้วยการช็อกไฟฟ้าหรือไม่

    การปฏิบัติตัวหลังการตรวจสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจเมื่อกลับบ้าน

    • ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และแพทย์อย่างเคร่งครัด
    • สามารถเปลี่ยนผ้าปิดแผลได้ทุกวัน อย่าให้แผลที่ขาหนีบโดนน้ำ
    • ควรกินยาตามคำแนะนำของแพทย์
    • ผู้ป่วยต้องงดทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมากหรือยกของหนักเป็นเวลา 5 – 7 วัน
    • ผู้ป่วยไม่ควรแช่น้ำในอ่างน้ำหรือในสระน้ำเป็นเวลา 5 – 7 วัน
    • ผู้ป่วยอาจมีอาการเจ็บแผลบริเวณขาหนีบที่ใส่สายสวนอยู่ระยะหนึ่ง ซึ่งอาจมีแผลฟกช้ำหรือนูนขึ้นเล็กน้อย

    อาการผิดปกติที่ควรรีบพบหรือปรึกษาแพทย์

    • มีอาการปวด บวม หรือฟกช้ำมากขึ้น หรือมีเลือดออกที่ขาหนีบบริเวณที่ใส่สายสวน
    • ถ้าหากมีเลือดออกที่บริเวณขาหนีบที่ใส่สายสวน ผู้ป่วยควรนอนราบและกดห้ามเลือด และควรติดต่อแพทย์โดยเร็ว
    • มีอาการที่อาจแสดงถึงการอักเสบที่ขาหนีบบริเวณที่ใส่สายสวน เช่น มีไข้ มีปวด บวม แดง ร้อน หรือมีน้ำหรือหนองไหลออกมา
    • มีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ หรือสี หรือเกิดการบวมที่ขา หรือแขนด้านที่เกี่ยวข้องกับหัตถการ
    • รู้สึกอ่อนแรงหรืออ่อนเพลียมาก
    • มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หรือหายใจติดขัด
    • หัวใจเต้นผิดปกติ
    • วิงเวียนศีรษะหรือหน้ามืดเป็นลม

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ห้องตรวจสมรรถภาพหัวใจ

    ชั้น 2 อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดให้บริการ ทุกวัน เวลา 07.00 – 16.00 น.

    0 2310 3370

    0 2755 1371

    [email protected]

    @hearthospital

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    บริการทางการแพทย์

    ดูบริการอื่น ๆ

    บริการทางการแพทย์

    การตรวจด้วยการออกกำลัง Exercise stress test (EST) Image
    การตรวจด้วยการออกกำลัง Exercise stress test (EST)
    ตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiogram) Image
    ตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiogram)
    การตรวจอัลตราซาวนด์การไหลเวียนของหลอดเลือดแดงใหญ่ไปเลี้ยงสมองที่คอ Image
    การตรวจอัลตราซาวนด์การไหลเวียนของหลอดเลือดแดงใหญ่ไปเลี้ยงสมองที่คอ
    ดูบริการอื่น ๆ