โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    สุขภาพดีลดเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจตีบตัน

    4 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    นพ. วิฑูรย์ ปิติเกื้อกูล

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    อัปเดตเมื่อ: 11 ธ.ค. 2568
    Dr. Vitoon Pitiguagool
    นพ. วิฑูรย์ ปิติเกื้อกูล
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพาน Superior Heart Screening EST
    สุขภาพดีลดเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    อัปเดตเมื่อ: 11 ธ.ค. 2568

    หลอดเลือดหัวใจตีบเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ซึ่งอาจรุนแรงและเป็นต้นเหตุของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายหรือหัวใจล้มเหลว เรียกได้ว่าคืออีกหนึ่งวิกฤติที่เป็นอันตรายถึงชีวิต หากด้วยพฤติกรรมวิถีชีวิตและการบริโภคของคนยุคใหม่ที่เปลี่ยนไป กำลังเป็นปัจจัยที่สร้างความเสี่ยงด้านสุขภาพและต่อหัวใจของเรา เห็นได้จากสถิติคนไทยในปัจจุบันเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันมากเป็นอันดับต้น ๆ
     

    หลอดเลือดหัวใจตีบ

    ปกติคนเรามีเส้นเลือดหรือหลอดเลือดใหญ่และหลอดเลือดขนาดเล็กที่ส่งเลือดออกจากหัวใจไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมทั้งหัวใจ โดยปกติหลอดเลือดขนาดเล็กจะมีขนาดเพียง 2 – 4 มิลลิเมตร หากถูกไขมันเกาะหรือพอกสะสมรวมถึงอาจมีแคลเซียม (Plaque) ไปเกาะทับ  จนทำให้หลอดเลือดตีบแคบลงจนเลือดไหลผ่านไม่สะดวก หากอยู่ในจุดที่ตีบมาก ๆ หรือไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจได้มากพอก็อาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันและภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้


    อาการหลอดเลือดหัวใจตีบ

    คนไข้ที่มาตรวจและพบว่าเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ส่วนใหญ่มักมีอาการแน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก บางรายมีอาการแน่นหน้าอก โดยชี้ตำแหน่งที่ชัดเจนไม่ได้ หรือปวดร้าวไปถึงกรามหรือแขน โดยเฉพาะซีกซ้าย บางรายมีอาการหายใจไม่เต็มอิ่ม (Shortness of Breathing) เหนื่อยง่าย ออกกำลังกายแล้วเหนื่อยผิดปกติหรือเจ็บหน้าอกมากขึ้น บางคนอยู่ ๆ ก็ออกกำลังกายได้น้อยลง เหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนว่า อาจมีอาการเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ สำหรับบางคนอาจไม่มีอาการชัดเจนแบบนี้ก็ได้ แต่มาด้วยอาการจุกแน่นลิ้นปี่ก็มี บางคนมาด้วยอาการจุกตรงคอหรือปวดกรามก็มี


    ปัจจัยเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจตีบ

    หนึ่งในปัจจัยที่เป็นต้นเหตุทำให้หลอดเลือดไปเลี้ยงหัวใจมีอาการตีบหรือตัน คือการมีไขมันในเส้นเลือดสูง ปกติร่างกายมีไขมัน 2 ชนิด คือ ไขมันดี (HDL) และไขมันเลว (LDL) หรือคอเลสเตอรอล ไขมันดีมีหน้าที่ช่วยลดการเกาะพอกที่ผนังเส้นเลือด ส่วนไขมันเลวคือการเพิ่มโอกาสเกาะหรือพอกมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคนี้ควรมีไขมันดีอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของไขมันเลวเพื่อป้องกันไม่ให้โอกาสตีบซ้ำหรือตีบมากขึ้น

    ขณะที่ความดันโลหิตสูง รวมถึงโรคอย่างเบาหวาน การสูบบุหรี่ และความเครียด ตลอดจนน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานรวมถึงชีพจรล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เส้นเลือดตีบเร็วขึ้นได้ทั้งหมดเช่นกัน หากหัวใจเต้นเร็วแสดงว่าหัวใจต้องการเลือดและอาหารไปเลี้ยงค่อนข้างมาก ดังนั้นหัวใจควรเต้นช้าเพื่อใช้พลังงานจากอาหารและเลือดน้อยลง สำหรับในคนที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ชีพจรจะค่อนข้างช้าที่ 60 – 70 และความดันไม่สูงเกินไป คือ ควรอยู่ในระหว่าง 120 – 140 แต่ไม่ควรเกิน 150 เพื่อลดแรงกระแทกจนเกิดแผลที่ผนังของเลือด


    ตรวจรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบ

    ในกระบวนการตรวจหาโรคและการรักษา ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการแพทย์ที่หลากหลาย ซึ่งขึ้นอยู่กับความสถานการณ์ของผู้ป่วย การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram) อาจใช้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น แต่ในการตรวจระดับที่ลึกลงไปแล้ว สามารถทำได้หลายวิธี อาทิ การวิ่งสายพาน การทำอัลตราซาวนด์หัวใจ (Exercise Stress Echo) ซึ่งเป็นการใช้คลื่นสะท้อนความถี่สูง สำหรับคนไข้วิ่งบนสายพานไม่ไหว แพทย์จะใช้วิธีที่เรียกว่า Dobutamine Echocardiogram เป็นการฉีดยาเข้าไปในเส้นเลือด ซึ่งเป็นการกระตุ้นหัวใจที่เลียนแบบการวิ่งบนสายพาน นอกจากนี้ยังมีการตรวจโดยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หัวใจ ส่วนวิธีการสวนหัวใจหรือฉีดสี ถือเป็นการตรวจที่ให้ผลชัดเจนที่สุด สามารถดูว่าเส้นเลือดไหนตีบมากน้อยเพียงใดเพื่อนำมาหาแนวทางการรักษาต่อไป

    โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่มีอาการโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตันอย่างมีนัยสำคัญจะต้องตีบอย่างน้อย 50 – 60% ขึ้นไป ถ้าน้อยกว่านั้นถือว่ามีการตีบ แต่เลือดยังไปเลี้ยงหัวใจพอก็จะรักษาด้วยการให้ยา ในด้านทางการรักษา หากเส้นเลือดหัวใจตีบไม่มาก แต่ทดสอบสมรรถภาพหัวใจแล้วผลออกมาเนกาทีฟ คือเลือดยังไปเลี้ยงหัวใจพอ กลุ่มนี้สามารถรักษาได้โดยทานยาป้องกันเกล็ดเลือดแข็งตัว และควบคุมปัจจัยเสี่ยง ส่วนการรักษาโดยการทำบอลลูนหรือถ่างขยายเส้นเลือด พร้อมใส่ขดลวด จะใช้สำหรับกลุ่มที่มีเส้นเลือดหัวใจตีบที่มีนัยสำคัญ (มากกว่า 60 – 70%)


    ผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจตีบ

    การผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจตีบจะทำเมื่อเส้นเลือดตีบมาก ๆ หลาย ๆ เส้น หรือตีบที่ขั้วเส้นเลือดบางตำแหน่ง อาจใช้การรักษาโดยบอลลูนหรือขดลวดถ่างขยายได้ ทั้งนี้ต้องอยู่ที่การประเมินของแพทย์ทำบอลลูนและแพทย์ที่ฉีดสีว่ามีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากน้อยแค่ไหน ไม่เช่นนั้นต้องเลือกวิธีการผ่าตัดแทน

    ในด้านการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีการทำบายพาส มี 2 เทคนิคที่นิยมคือ การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ แบบต้องใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม (On – Pump CABG) เพื่อหยุดการทำงานของหัวใจทั้งหมด และการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ โดยไม่ใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม (Off – Pump CABG) หรือที่เรียกว่าเทคนิคผ่าตัดแบบไม่ต้องหยุดหัวใจ ซึ่งเป็นการใช้เครื่องมือพิเศษ Stabilizer เพื่อทำการหยุดนิ่งเฉพาะที่จุดที่ทำต่อเส้นเลือดเท่านั้น

    จากรายงานวิชาการในต่างประเทศ มีสถิติในสหรัฐอเมริกาพบว่า การผ่าตัดโดยไม่หยุดหัวใจเหมาะกับกลุ่มผู้ป่วยที่มีอัตราการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจไม่ดี ไตทำงานไม่ดี และคนไข้กลุ่มสูงอายุ หรือมีเส้นเลือดไปเลี้ยงสมองตีบหรือเคยเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต ขณะที่การทำผ่าตัดโดยใช้ปอดและหัวใจเทียมหยุดหัวใจทั้งหมด ต้องให้ยาละลายลิ่มเลือดมากกว่า 3 เท่า เพราะฉะนั้นจะมีโอกาสเสียเลือดและให้เลือดมากกว่า ซึ่งที่โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพทำเทคนิคผ่าตัดแบบไม่หยุดหัวใจมาพันกว่าราย

    แม้เป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันที่ทำการรักษาหรือผ่าตัดไปแล้วก็สามารถรักษาและยืดอายุได้อีกนับสิบปี หากระมัดระวังดูแลสุขภาพตัวเองและปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด สิ่งสำคัญคือหลังการรักษาหรือผ่าตัดแล้วต้องควบคุมปัจจัยเสี่ยง เช่น การรับประทานอาหารที่มีไขมันน้อย ปลา ผัก ออกกำลังกายสม่ำเสมอและต่อเนื่อง จะช่วยให้ความดันลดลงและชีพจรเต้นช้าลง ทำให้ไขมันตัวดีเพิ่มขึ้น ไม่เครียด ไม่สูบบุหรี่ และคุมโรคประจำตัวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโอกาสเป็นใหม่อีกหรือช้าลง

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. วิฑูรย์ ปิติเกื้อกูล

    ศัลยศาสตร์ทรวงอก

    นพ. วิฑูรย์ ปิติเกื้อกูล

    ศัลยศาสตร์ทรวงอก

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์ศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก

    ชั้น 2 โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    เปิดให้บริการ ทุกวัน เวลา 07.00 – 16.00 น.

    0 2310 3033

    0 2755 1033

    [email protected]

    @hearthospital

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพาน Superior Heart Screening ESTชุดตรวจสุขภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพาน Superior Heart Screening EST
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพาน Superior Heart Screening EST

    9,900 บาท

    15,775 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง Superior Heart Screening Echoชุดตรวจสุขภาพหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง Superior Heart Screening Echo
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง Superior Heart Screening Echo

    9,900 บาท

    16,045 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจตรวจคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ (CT Coronary Calcium Score)แพ็กเกจตรวจคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ (CT Coronary Calcium Score)
    แพ็กเกจตรวจคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ (CT Coronary Calcium Score)

    5,200 บาท

    7,400 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ผ่าตัดเนื้องอกหัวใจแผลเล็กผ่านกล้อง 3 มิติ Totally 3D Endoscopic Cardiac Tumor Removal  Image
    ผ่าตัดเนื้องอกหัวใจแผลเล็กผ่านกล้อง 3 มิติ Totally 3D Endoscopic Cardiac Tumor Removal
    ผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจแผลเล็ก  Minimally Invasive Cardiac Surgery Coronary Artery Bypass Grafting (MICS CABG) Image
    ผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจแผลเล็ก Minimally Invasive Cardiac Surgery Coronary Artery Bypass Grafting (MICS CABG)
    การผ่าตัดหัวใจแผลเล็ก Minimally Invasive Cardiac Surgery (MICS) Image
    การผ่าตัดหัวใจแผลเล็ก Minimally Invasive Cardiac Surgery (MICS)
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ