โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    สัญญาณเตือนต้องรู้ก่อนเป็นมะเร็งตับ

    5 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    นพ. ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ

    โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ

    อัปเดตเมื่อ: 23 ก.พ. 2569
    Dr. Thiravud Khuhaprema
    นพ. ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ
    โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Male
    สัญญาณเตือนต้องรู้ก่อนเป็นมะเร็งตับ
    โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ
    อัปเดตเมื่อ: 23 ก.พ. 2569

    โรคมะเร็งตับยังคงเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของมะเร็งทั้งหมด โดยเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในเพศชาย และพบมากเป็นอันดับ 3 ในเพศหญิง เมื่อเป็นแล้วมีโอกาสเสียชีวิตได้ถึง 87% หรือในทางกลับกันมีโอกาสอยู่รอดเพียง 13% เท่านั้น หากมีสัญญาณเตือน น้ำหนักลด ท้องอืด แน่นท้อง ควรรู้เท่าทัน ระวังป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากมะเร็งตับ

    รอบรู้เรื่องตับ

    ตับเป็นอวัยวะภายในที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายมนุษย์ ทำหน้าที่สะสมสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งถูกดูดซึมจากลำไส้ และนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ โดยสารอาหารนั้นอาจจะถูกเปลี่ยนแปลง (Metabolize) จากในตับไปเป็นพลังงานหรือไปใช้เพื่อซ่อมแซมอวัยวะต่าง ๆ นอกจากนี้ตับจะหลั่งน้ำดีเข้าไปในลำไส้เพื่อช่วยดูดซึมสารอาหารโดยเฉพาะไขมัน และยังทำหน้าที่สลายแอลกอฮอล์ ยา และของเสียที่เป็นพิษ เพื่อขับออกทางปัสสาวะและอุจจาระ

    ตับประกอบด้วยเซลล์มากมาย ทั้งเซลล์ตับ (Hepatocyte) เซลล์ของเส้นเลือด และเซลล์ของท่อน้ำดี ซึ่งเซลล์ท่อน้ำดีนี้จะขยายต่อออกมานอกตับ เป็นท่อน้ำดีเพื่อระบายน้ำดีออกไปยังถุงน้ำดีและลำไส้เล็ก เซลล์ต่าง ๆ ที่อยู่ในตับเมื่อเกิดการกลายพันธุ์ก็จะกลายเป็นเซลล์ของเนื้องอกหรือเซลล์มะเร็งที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ จะเจริญเติบโตด้วยตัวมันเองในตับและกระจายไปยังอวัยวะต่าง ๆ มะเร็งที่เกิดจากเซลล์ที่แตกต่างกันนี้มาจากสาเหตุของการเกิดมะเร็งที่ต่างกันจึงทำให้วิธีการรักษาและการพยากรณ์โรคแตกต่างกันไป

    มะเร็งตับ

    มะเร็งตับประกอบด้วย มะเร็งชนิดที่เกิดขึ้นจากเซลล์ที่อยู่ในตัวของตับเอง ที่พบได้บ่อยในประเทศไทยมีอยู่ 2 ชนิดคือ

    1. มะเร็งตับชนิดเซลล์ท่อน้ำดีในตับ (Cholangiocarcinoma) เป็นมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ที่บุท่อน้ำดีที่อยู่ในตับ สาเหตุมาจากโรคพยาธิใบไม้ในตับ พบได้บ่อยทางภาคอีสาน รวมถึงการรับประทานอาหารบางชนิดที่มีสารก่อมะเร็ง เช่น สารดินประสิว (Nitrosamine) ที่มีอยู่ในอาหารประเภทหมัก และอาหารจำพวกรมควัน เป็นต้น มะเร็งตับชนิดเซลล์ท่อน้ำดีนี้ การตรวจค้นหาระยะเริ่มแรกยังไม่มีวิธีการที่ดี และเมื่อเป็นแล้ววิธีการรักษาจะค่อนข้างยุ่งยาก และผลการรักษายังไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นการป้องกันไม่ให้เกิดมะเร็งชนิดนี้ที่ดีที่สุด คือ งดการรับประทานปลาน้ำจืดดิบและอาหารที่มีสารดินประสิวปนเปื้อน
    2. มะเร็งตับชนิดเซลล์ตับ (Hepatocellular Carcinoma) มะเร็งตับชนิดนี้พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย สาเหตุของการเกิดมะเร็งชนิดเซลล์ตับคือ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี ซึ่งสามารถติดต่อได้ทางเลือด การติดจากแม่ไปสู่ลูกในครรภ์ ทางเพศสัมพันธ์ เมื่อเชื้อไวรัสเข้าไปอยู่ในเซลล์ตับก็สามารถกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรังหรือกลายเป็นพาหะติดต่อผู้อื่นได้โดยตัวเองไม่มีอาการ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้กลายเป็นมะเร็งตับได้ เช่น ผู้ป่วยตับแข็งที่มาจากการดื่มแอลกอฮอล์จัด หรือจากไขมันพอกตับเป็นเวลานาน ๆ รวมถึงสารพิษที่ปนเปื้อนอยู่ในถั่วลิสง พริกแห้ง กระเทียม ธัญพืชต่าง ๆ ซึ่งมาจากเชื้อราที่มีสารอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) โดยสารนี้จะเป็นตัวเสริมให้เป็นมะเร็งเซลล์ตับในผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีได้ง่ายขึ้น การป้องกันมะเร็งตับชนิดเซลล์ตับ คือ การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีและการหลีกเลี่ยงการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีทางกระแสเลือดหรือเพศสัมพันธ์จากผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง และมะเร็งตับ ที่เกิดจากมะเร็งชนิดอื่น ๆ กระจายมายังตับได้ง่าย มะเร็งชนิดนี้จะพบในประเทศแถบตะวันตกมากกว่าประเทศในแถบเอเชีย

    สัญญาณเตือนต้องรู้ก่อนเป็นมะเร็งตับ

    อาการมะเร็งตับ

    มะเร็งตับในระยะแรกนั้นมักไม่แสดงอาการ แต่เมื่อโรคมะเร็งโตมากขึ้น ผู้ป่วยอาจมีอาการ

    • อ่อนเพลีย
    • เบื่ออาหาร
    • น้ำหนักลด
    • ท้องอืด
    • ปวดหรือเสียวชายโครงด้านขวา
    • จุกเสียดแน่นท้อง
    • อาจปวดร้าวไปยังไหล่ขวาหรือใต้สะบักด้านขวา

    เมื่อมะเร็งทำลายหน้าที่ของตับมากขึ้นหรือเกิดการอุดตันของท่อน้ำดี ผู้ป่วยอาจจะมีอาการ

    • ตัวเหลือง
    • ตาเหลือง
    • ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้ม
    • ท้องบวม
    • ขาบวม
    • ไข้ต่ำ ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ

    ***เมื่อมะเร็งเป็นมากแล้วสามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ได้ เช่น กระดูก 

    ตรวจวินิจฉัยมะเร็งตับ

    การตรวจเพื่อค้นหามะเร็งตับระยะแรกเริ่มนั้น สำหรับมะเร็งท่อน้ำดียังไม่มีวิธีใดดีที่สุด แต่สำหรับมะเร็งตับและเซลล์ตับนั้น สามารถเฝ้าระวังโดยการตรวจอัลตราซาวนด์ตับ หรือตรวจเลือดหาสารบ่งชี้มะเร็งตับที่เรียกว่า Alpha – Fetoprotein (AFP) ทุก 6 – 12 เดือน ซึ่งมีหลักฐานว่าจะสามารถค้นหามะเร็งตับระยะแรกเริ่มได้ ซึ่งเมื่อพบว่ามีก้อนผิดปกติในตับแล้ว การวินิจฉัยโรคมะเร็งตับก็อาจจะตรวจด้วย CT Scan หรือ MRI ตับ ในบางรายอาจจำเป็นต้องเจาะชิ้นเนื้อมาตรวจ

    รักษามะเร็งตับ

    การรักษาโรคมะเร็งตับ จำเป็นต้องมีการวางแผนการรักษาโดยทีมแพทย์ที่มีความชำนาญในการรักษามะเร็งตับ (Multidisciplinary Team) เพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย  มะเร็งตับมีหลายรูปแบบการรักษา เช่น การผ่าตัด แต่เนื่องจากมะเร็งตับมักจะพบในผู้ป่วยที่มีตับอักเสบเรื้อรังหรือมีตับแข็งอยู่ด้วย ฉะนั้นการผ่าตัดตับอาจจะทำได้ในผู้ป่วยประมาณ 20% ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งตับขนาดไม่ใหญ่ แต่มีตับแข็งมาก อาจจะต้องใช้วิธีการเปลี่ยนตับ ซึ่งวิธีการเปลี่ยนตับนั้นยังไม่แพร่หลายในประเทศไทย เนื่องจากยังมีผู้บริจาคตับไม่มาก หรือในกรณีที่มะเร็งตับเป็นก้อนใหญ่ หรือมีหลายก้อนไม่สามารถจะผ่าตัดตับได้ อาจจะใช้วิธีการฉีดยาเคมีบำบัด เป็นการรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) ใช้ยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy) หลายชนิดเป็นที่ยอมรับว่ารักษาได้ผลดีที่สุดสำหรับมะเร็งตับชนิดเซลล์ตับ โดยการใช้ยาต้านมะเร็งที่มีฤทธิ์เฉพาะเจาะจงที่เซลล์มะเร็งที่ตับ มีการวิจัยเพื่อนำไปสู่การรักษาที่ชัดเจนยิ่งขึ้น (Precision Medicine) โดยตรวจหายีนจำเพาะมะเร็งตับเพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพและสามารถใช้ยาภูมิคุ้มกันรักษา Immunotherapy มารักษามะเร็งตับได้ด้วย

    สัญญาณเตือนต้องรู้ก่อนเป็นมะเร็งตับ

    เนื่องจากมะเร็งตับระยะเริ่มแรกไม่มีอาการ เมื่อมีอาการแล้วโอกาสการรักษาจึงมีน้อย การคัดกรองหรือเฝ้าระวังมะเร็งตับให้พบในระยะแรกเริ่มจึงเป็นวิธีที่มีโอกาสหายมากที่สุด การค้นหาให้ได้มะเร็งระยะเริ่มต้น  ได้แก่ การรักษาด้วยความร้อนจากคลื่นความถี่วิทยุสูง (RF) หรือคลื่นไมโครเวฟ โดยคลื่นดังกล่าวจะส่งผ่านเข็มเล็ก ๆ ที่แทงผ่านเข้าไปในก้อนมะเร็งในตับ ซึ่งได้ผลดีในมะเร็งตับที่เล็กกว่า 3 เซนติเมตร

    ในมะเร็งตับที่ก้อนใหญ่หรือมีหลายก้อนไม่สามารถจะผ่าตัดตับได้ อาจจะใช้วิธีการฉีดยาเคมีบำบัดและสารไปอุดตันกระแสเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็งตับ ด้วยการสอดท่อเล็ก ๆ ที่เรียกว่า สายสวน (Catheter) ผ่านทางเส้นเลือดที่ขาหนีบหรือที่แขน เข้าไปยังเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงตับ ซึ่งเราเรียกว่า TACE (Transarterial Chemoembolization) หรือบางครั้งเรียกว่า TOCE (Transarterial Oil Chemoembolization) ซึ่งวิธีการเหมือนกัน แต่จะแตกต่างกันตรงที่จะผสมยาเคมีบำบัดกับสารที่เป็นน้ำมันคือ lipiodol สามารถอุดตันหลอดเลือดได้ดีกว่า และอาจจะต้องฉีดเพื่ออุดตันเส้นเลือดหลายครั้ง เพื่อลดการฉีดหลาย ๆ ครั้ง แพทย์จะใช้การฉีดสารกัมมันตภาพรังสีเข้าทางเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงตับเพื่อเป็นการฉายแสงจากภายในเรียกว่า SIRT (Selective Internal Radiation Therapy) ซึ่งการรักษาชนิดนี้เหมาะกับมะเร็งตับที่มีการลุกลามไปยังหลอดเลือดดำของตับด้วย

    ความก้าวหน้าของการรักษาโรคมะเร็งตับอีกหนึ่งวิธีคือ การนำเอาวิธีฉายแสงมาฉายทำลายมะเร็งตับ เครื่องฉายแสงในปัจจุบันนั้นสามารถปรับความเข้มข้นของรังสีและสามารถฉายแสงได้ 3 มิติ หรือ 4 มิติ ทำให้ตับที่ไม่ได้เป็นมะเร็งได้รับอันตรายน้อยลง จึงได้นำการฉายแสงกลับมาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งตับมากขึ้นที่เรียกว่า SBRT (Stereo Body Tactic Radiation Therapy) ใช้เครื่องเร่งอนุภาคอิเล็กตรอนให้เกิดรังสีเอกซ์ฉายไปที่มะเร็งตับ ทำให้มะเร็งตับตาย นอกจากนี้มีการนำเอาอนุภาคโปรตอนหรือคาร์บอน (Heavy Ion) มาใช้ในการรักษามะเร็งตับ เนื่องจากใช้เวลาในการฉายรังสีเพียงระยะสั้น ๆ ด้วยความเข้มข้นสูง

    ป้องกันมะเร็งตับ

    • การป้องกันมะเร็งตับชนิดเซลล์ท่อน้ำดี คือ การหลีกเลี่ยงการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ และการบริโภคสารก่อมะเร็ง (Nitrosamine)
    • การป้องกันมะเร็งตับชนิดเซลล์ตับ คือ การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีและการหลีกเลี่ยงการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีทางกระแสเลือดหรือเพศสัมพันธ์ ซึ่งผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับชนิดเซลล์ตับ คือ ผู้ที่เป็นพาหะโรคตับอักเสบบี ผู้เป็นโรคตับอักเสบเรื้อรังบีและซี ผู้เป็นโรคตับแข็ง ควรได้รับการติดตามโดยทำอัลตราซาวน์และเจาะเลือดหาสารบ่งชี้มะเร็งตับ AFP ทุก 6 เดือน

     

    มะเร็งตับ เป็นมะเร็งที่ป้องกันได้ หากมีการตรวจคัดกรอง เฝ้าระวัง และพบในระยะแรกเริ่ม เป็นวิธีที่ดีและผู้ป่วยมีโอกาสในการรักษาหาย ควรเลือกสถานพยาบาลที่มีความพร้อมที่ประกอบด้วยทีมแพทย์ที่มีความชำนาญหลากหลายสาขา เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ดี ให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตเป็นปกติได้ดังเดิม

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ

    ศัลยศาสตร์

    ศัลยศาสตร์มะเร็งวิทยา

    นพ. ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ

    ศัลยศาสตร์

    ศัลยศาสตร์มะเร็งวิทยา
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์อายุรกรรมมะเร็งวัฒโนสถ

    วันจันทร์, พฤหัสบดี, เสาร์ และอาทิตย์ : เปิดบริการ 07.00 – 17.00 น.

    วันอังคาร, พุธ และศุกร์ : เปิดบริการ 07.00 – 18.00 น.

    02 755 1188 (สายด่วนมะเร็ง 8:00 น. - 20:00 น.)

    0 2310 3000 (24 ชั่วโมง)

    1719 (Local Only 24 ชั่วโมง)

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Maleชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Male
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Male

    46,200 บาท

    79,620 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Femaleชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Female
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Female

    56,600 บาท

    97,440 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection with PET/CT Scan (Male)ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection with PET/CT Scan (Male)
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection with PET/CT Scan (Male)

    72,400 บาท

    181,695 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ยามุ่งเป้ายับยั้งรักษามะเร็ง Image
    ยามุ่งเป้ายับยั้งรักษามะเร็ง
    Comprehensive Genomic Profiling ตรวจรหัสพันธุกรรมมะเร็งแบบเป็นชุดเฉพาะบุคคล Image
    Comprehensive Genomic Profiling ตรวจรหัสพันธุกรรมมะเร็งแบบเป็นชุดเฉพาะบุคคล
    ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) นวัตกรรมเพื่อรักษาผู้ป่วยมะเร็ง Image
    ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) นวัตกรรมเพื่อรักษาผู้ป่วยมะเร็ง
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ