โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    จับตา 5 มะเร็งยอดฮิต ก่อนคุกคามชีวิตผู้ชายใกล้ตัว

    7 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ
    อัปเดตเมื่อ: 11 ธ.ค. 2568
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Male
    Package Image
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Female
    Package Image
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection with PET/CT Scan (Male)
    จับตา 5 มะเร็งยอดฮิต ก่อนคุกคามชีวิตผู้ชายใกล้ตัว
    โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ
    อัปเดตเมื่อ: 11 ธ.ค. 2568

    โรคมะเร็งครองแชมป์อัตราการเสียชีวิตของผู้ชายไทยมายาวนาน จากข้อมูลของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุขได้ให้รายละเอียดของอุบัติการณ์โรคมะเร็งในประเทศไทยว่า เพิ่มจำนวนมากขึ้น มีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เฉลี่ย 1.2 แสนคนต่อปี เพราะพฤติกรรมต่าง ๆ ที่คอยทำร้ายสุขภาพคุณสุภาพบุรุษทั้งแบบรู้ตัว (แต่ยังทำ) และแบบไม่รู้ตัว เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ อ้วนลงพุง ขาดการออกกำลังกาย เครียด และนอนดึก ซึ่งล้วนเป็นสาเหตุสำคัญของโรคมะเร็งต่าง ๆ ซึ่ง 5 โรคมะเร็งยอดฮิตที่พบบ่อยในผู้ชายคือสิ่งที่คุณผู้ชายควรรู้และใส่ใจระวังป้องกันก่อนเกิดโรค

     

    1) มะเร็งปอด

    ปัจจุบันโรคมะเร็งกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวของคนเรามากขึ้น โดยอัตราการเกิดของโรคเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนน่าตกใจ และโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยในเพศชายคือ โรคมะเร็งปอด ถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของผู้ชายทั่วโลก ซึ่งสาเหตุหลักของการเกิดโรคเป็นที่รู้กันดีว่ามาจากการสูบบุหรี่ โดยปัจจุบันพบว่า 1 ใน 10 ของผู้สูบบุหรี่จะเป็นโรคมะเร็ง และ 1 ใน 6 คนที่สูบติดต่อกันจะพบว่าส่วนใหญ่เป็นมะเร็งปอด และ 85% ของผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดเกิดจากสารมีพิษในบุหรี่ คือ “ทาร์” โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่จัดเป็นเวลานาน ซึ่งมักมีอาการนำ คือ ไอ บางครั้งอาจมีเลือดปนออกมา หายใจสั้นลง เจ็บหน้าอก หอบเหนื่อยง่ายกว่าปกติ หายใจลำบาก เจ็บบริเวณทรวงอก น้ำหนักลดมากกว่าปกติ มีไข้เรื้อรัง อาจมีสาเหตุจากมะเร็งปอดได้

    ในกรณีที่โรคลุกลาม นอกจากอาการที่ปอดแล้ว อาการจะขึ้นกับอวัยวะที่โรคลุกลามไปถึง ซึ่งอาจเป็นอวัยวะข้างเคียง หรือบริเวณอื่น ๆ ของร่างกายที่โรคกระจายไป เป็นต้น การตรวจพบมะเร็งปอดในระยะแรกเริ่มจึงมีโอกาสรักษาหายได้ โดยมะเร็งปอดเป็นเนื้องอกของปอดชนิดที่โตเร็ว ลุกลามสู่อวัยวะข้างเคียง และกระจายตัวไปยังอวัยวะอื่น ๆ ได้ เกิดขึ้นจากเซลล์ของเนื้อเยื่อในปอดแบ่งตัวเร็วผิดปกติจนควบคุมไม่ได้ ซึ่งนอกจากบุหรี่แล้วอาจมีสาเหตุจากปัจจัยภายนอกอื่น ได้แก่ มลภาวะต่าง ๆ อยู่ในสิ่งแวดล้อม กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ และจากปัจจัยภายใน ได้แก่ ความบกพร่องทางกรรมพันธุ์หรือความเสื่อมของเซลล์ ทำให้ไม่สามารถซ่อมแซมเซลล์ที่ผิดปกติได้

     

    2) มะเร็งต่อมลูกหมาก

    โรคมะเร็งที่พบได้บ่อยในเพศชายอีกหนึ่งชนิดคือ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก จากสถิติอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากถือเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งปอด ซึ่งโรคนี้มักพบในเพศชายอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยล่าสุดจำนวนผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากที่เสียชีวิตในปี พ.ศ. 2557 เท่ากับ 29,480 คน อัตราการเสียชีวิตของมะเร็งต่อมลูกหมากที่น้อยกว่าอาจเนื่องด้วยเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากมีการกระจายตัวช้ากว่า รวมทั้งการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากที่ทำให้วินิจฉัยมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ทำให้ผลการรักษาดีขึ้น ผู้ป่วยมักมาปรึกษาแพทย์ด้วยอาการปัสสาวะติดขัด ปัสสาวะไม่ออก หรือปัสสาวะมีเลือดปน

    ส่วนใหญ่ในระยะแรก ๆ มักไม่แสดงอาการ หรืออาจจะมีอาการคล้ายโรคต่อมลูกหมากโต รวมทั้งปัสสาวะหรือน้ำอสุจิมีเลือดปน มะเร็งในระยะต้นสามารถตรวจพบได้เมื่อแพทย์ตรวจร่างกาย โดยสวมถุงมือคลำต่อมลูกหมากผ่านทางช่องทวารหนัก เมื่อมีการตรวจเช็กสุขภาพประจำปีและหรือตรวจเลือดร่วมด้วย เพื่อหาระดับของค่า PSA เอนไซม์ต่อมลูกหมาก ในปัจจุบันสามารถตรวจวินิจฉัยมะเร็งต่อมลูกหมากได้เร็วขึ้นจากการตรวจคัดกรองด้วยการใช้นิ้วคลำทางทวาร และการตรวจหาสาร PSA ในเลือด โดยแนะนำให้ตรวจในผู้ชายอายุประมาณ 45 – 50 ปี โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากตั้งแต่อายุน้อย

     

    3) มะเร็งลำไส้ใหญ่

    มะเร็งลำไส้ใหญ่ถูกจัดเป็นมะเร็งที่พบมากในผู้ชาย โดยผู้ชายจะมีโอกาสเสี่ยงพบมากขึ้นเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป กลุ่มเสี่ยงสูงคือ บุคคลที่มีประวัติครอบครัวใกล้ชิดเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เช่น บิดามารดา พี่น้องหรือบุตร มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งชนิดนี้ประมาณ 2/3 ของประชากรปกติ แต่ในความจริงแล้วกลับพบว่าประมาณ 80% ของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ใหม่ไม่ใช่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

    ลำไส้ส่วนปลายเป็นท่อกลวงยาวประมาณ 5 – 6 ฟุต ท่อความยาว 5 ฟุตแรกคือส่วนของลำไส้ใหญ่และต่อกับลำไส้ตรงที่ยาวประมาณ 6 นิ้ว ส่วนต่อจากลำไส้ตรงคือทวารหนัก หน้าที่ของลำไส้ใหญ่คือ แปรของเสียเหลวให้เป็นอุจจาระแข็ง อาหารจะใช้เวลาเดินทางมาสู่ลำไส้ใหญ่ประมาณ 3 – 8 ชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหาร ช่วงเวลานี้สารอาหารจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ส่วนที่ไม่ถูกดูดซึมจะเป็นของเสียเหลว

    ปัจจัยในการดำรงชีวิตอาจทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ คือ รับประทานอาหารมันและเนื้อแดงมาก แต่รับประทานผักและผลไม้น้อย รับประทานอาหารที่ให้พลังงานสูง ออกกำลังกายน้อย และโรคอ้วน การสูบบุหรี่และดื่มสุราจัดอาจมีผลต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ในระยะแรกผู้ป่วยอาจไม่แสดงอาการเลือดออกทางทวารหนัก หรืออุจจาระปนเลือด หรือถ่ายเป็นเลือดอุจจาระมีรูปร่างเปลี่ยนไป (เป็นเส้นเล็กลง) ปวดเกร็งในท้อง มะเร็งลำไส้ตรงส่วนใหญ่มักแสดงอาการต่างจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการดังกล่าวคือ อุจจาระปนเลือด, ท้องผูกสลับกับท้องเดินอย่างไม่มีสาเหตุ, ขนาดของเส้นอุจจาระเปลี่ยนไป และปวดเบ่ง คืออาการรู้สึกปวดถ่ายในขณะที่ไม่มีอุจจาระหรือไม่สามารถขับถ่ายออกได้ ถ้าก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นอาจไปเบียดอวัยวะข้างเคียงอาจก่อให้เกิดอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือปวด เนื่องจากมีการกดทับที่ก้นหรือฝีเย็บ หากมีอาการดังกล่าวควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

     

    4) มะเร็งตับ

    โรคมะเร็งตับเป็นอีกโรคยอดฮิตสำหรับคุณผู้ชายทั้งหลาย สมัยก่อนเราจะได้ยินว่า หากกินเหล้ามาก ๆ จะเป็นตับแข็ง แล้วยังเชื่อว่าเป็นตับแข็งแล้วจะเป็นมะเร็งตับ หรือบางคนกลับเข้าใจไปว่าเป็นโรคเดียวกันด้วยซ้ำไป ปัจจุบันคนไทยอาจดื่มเหล้าลดลง ทำให้คนที่เป็นโรคตับแข็งจากการดื่มเหล้าพบได้น้อยลงไปด้วย แต่เมื่อไม่นานมานี้พบว่า คนไข้คนหนึ่งที่ตับอักเสบจากการกินยาดอง หรืออาหารหมักดองเกือบทุกวัน จนกระทั่งมีตับแข็งระยะเริ่มต้น และตรวจพบก้อนเนื้อที่อาจเป็นมะเร็งตับ ซึ่งจะเห็นได้ว่า แม้เราไม่ได้กินเหล้า แต่หากกินอาหารที่มีส่วนผสมของเหล้าหรือแอลกอฮอล์ติดต่อกันนาน ๆ อาจทำให้ตับทำงานหนักทุกวันจนเป็นตับแข็งและมะเร็งได้ แต่สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดคือ การที่เราเป็นโรคตับอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เช่น ชนิด B และชนิด C (B พบได้บ่อยกว่า) ส่วนมากมักได้รับเชื้อจากคุณแม่ตั้งแต่แรกคลอด หรืออาจติดจากสามี – ภรรยา

    ในสมัยก่อนที่การบริจาคเลือดไมได้มีการตรวจสอบเชื้อได้ดีอย่างในปัจจุบัน ทำให้มีเลือดของผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบติดต่อกันจากการให้เลือดได้ แต่ในปัจจุบันสามารถคัดกรองได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นอาจจะพอสังเกตได้ว่า ไวรัสตับอักเสบ B และ C สามารถติดต่อได้เหมือนโรคเอดส์ แต่ที่สำคัญคือ ติดต่อได้ง่ายกว่า เปอร์เซ็นต์ที่ได้รับเชื้อแล้วจะเป็นโรคจะมีสูงกว่า เมื่อได้รับเชื้อเข้าไปในเลือดแล้ว เชื้อไวรัสจะไปรวมที่ตับ ทำให้ตับอักเสบ ส่วนจะมีอาการของโรคตับอักเสบหรือไม่ ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของแต่ละคน บางคนแทบไม่มีอาการ เป็นแล้วหายเอง และมีภูมิต้านทานในตัว แต่บางคนเป็นแล้วเชื้อไม่หายไปจากตัว กลายเป็นชนิดเรื้อรังหรือเป็นพาหะติดต่อผู้อื่นได้ พอตับอักเสบนาน ๆ เข้าเป็น 10 – 20 ปี ก็ทำให้เซลล์ตับเป็นพังผืด เหี่ยวลง จนอาจกลายเป็นโรคตับแข็ง ซึ่งบางเซลล์ในล้าน ๆ เซลล์ อาจพัฒนาเป็นมะเร็งตับได้ แต่ก็มีเหมือนกันในกรณีที่เป็นตับอักเสบ แต่ไม่มีตับแข็ง แล้วกลายเป็นมะเร็งตับได้เช่นกัน

    คนที่มีไขมันพอกในตับมาก ๆ (Fatty Liver) โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานบางคน ปัจจุบันถือว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดตับแข็งได้เหมือนกัน อาจต้องปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจตับด้วยอัลตราซาวนด์หรือตรวจเลือดหามะเร็งตับตามความเหมาะสม แต่เมื่อก้อนมะเร็งโตขึ้นแล้ว อาจส่งผลแสดงอาการต่าง ๆ ได้ เช่น ปวด แน่นท้องบริเวณด้านขวาบน หรือหากเป็นก้อนตรงตับกลีบซ้าย อาจมีอาการบริเวณลิ้นปี่ และมีอาการเหม็นเบื่ออาหาร ทานไม่ค่อยได้ ซึ่งส่งผลให้น้ำหนักลดลงโดยไม่รู้ตัว บางคนอาจมีอาการเกี่ยวกับการย่อยอาหาร ท้องอืด อาหารไม่ย่อย เพราะเคมีน้ำดีในตับบกพร่อง คนที่ก้อนโตมากขึ้นอาจคลำก้อนได้บริเวณใต้ชายโครงขวา รู้สึกท้องโต แน่นตึง บางคนอาจมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง หรือมีน้ำไปที่ช่องท้องที่เรียกว่า ท้องมาน เกิดขึ้นได้หากก้อนลุกลามมาก แต่อาการเหล่านี้บางครั้งอาจเกิดจากภาวะตับแข็งเฉย ๆ โดยที่ยังไม่ได้เป็นมะเร็ง หากมีอาการสงสัยว่าจะเป็นโรคมะเร็งตับ อย่าเพิ่งตื่นตระหนก เพราะส่วนมากแล้วมักจะไม่มีอาการของโรคมะเร็งตับจริง ๆ ควรรีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการต่อไป

     

    5) มะเร็งศีรษะและลำคอ

    มะเร็งศีรษะและลำคอ (Head and Neck Cancer) นับเป็นอีกโรคที่คุณผู้ชายไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นปัญหาที่สาธารณสุขระดับโลกให้ความสำคัญ ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยใหม่เกิดขึ้นประมาณ 540,000 รายทั่วโลก และเสียชีวิตกว่า 271,000 รายต่อปี ส่วนใหญ่โรคนี้มีสาเหตุจากเยื่อเมือกบุภายในของอวัยวะบริเวณศีรษะและลำคอ ได้แก่ ช่องปาก ซึ่งประกอบด้วยริมฝีปาก กระพุ้งแก้ม เนื้อเยื่อใต้ลิ้น รอบ ๆ ลิ้น เหงือก ลิ้น และเพดานแข็ง คอหอยส่วนปาก ซึ่งประกอบด้วย โคนลิ้น ต่อมทอนซิล เพดานอ่อน และลิ้นไก่ โพรงหลังจมูก กล่องเสียง ต่อมไทรอยด์ เนื้อเยื่อรอบกล่องเสียง โพรงจมูก และโพรงไซนัส และต่อมน้ำลายต่าง ๆ

    สาเหตุการเกิดโรคมะเร็งศีรษะและลำคอยังไม่ทราบชัดเจน แต่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ คือ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การขาดวิตามิน และเกลือแร่ การบริโภค หมาก ยาฉุน การมีแผลเรื้อรังในช่องปากจากโรคต่าง ๆ การติดเชื้อไวรัสบางชนิดที่สำคัญ เช่น เชื้อไวรัสอีบีวี (EB virus) ไวรัสเอชพีวี (HPV viruses) และไวรัสเอชไอวี (HIV virus) สำหรับประเทศไทยพบว่า ปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งศีรษะและลำคอมาจากการดื่มเหล้าและการสูบบุหรี่ ส่วนการเคี้ยวหมากร่วมกับใบยาสูบเป็นพฤติกรรมที่พบบ่อยในอดีต และเป็นปัจจัยที่สำคัญในการเกิดมะเร็งช่องปาก โดยเฉพาะบริเวณกระพุ้งแก้ม ผู้ป่วยบางรายอาจมีความผิดปกติระดับยีนที่เสริมให้เกิดมะเร็งจากการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุเสริมอื่น ๆ ได้แก่ ภาวะภูมิคุ้มกันความผิดปกติทางพันธุกรรมอาจมีส่วนทำให้เกิดมะเร็งศีรษะและลำคอ นอกจากนี้การใช้ฟันปลอมที่ไม่พอดี ทำให้เกิดการเสียดสีกับเยื่อบุภายในปากก็อาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองจนเป็นแผล ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ให้เกิดขึ้นเป็นประจำก็อาจทำให้เกิดมะเร็งได้ในระยะยาว และอีกสาเหตุที่พบมากขึ้นในต่างประเทศคือ การได้รับเชื้อ Human Papillomavirus หรือ HPV (ไวรัสตัวเดียวกับที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก) จากการมีคู่นอนหลายคน การทำออรัลเซ็กส์ ก็อาจจะเป็นมะเร็งในช่องปาก คอหอย และต่อมทอนซิลได้

     

    อย่างไรก็ตามวิธีดูแลตัวเองเพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งนั้นเริ่มต้นทำง่าย ๆ คือ การเลิกบุหรี่และเลิกดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทุกหมู่อาหารในปริมาณเหมาะสม รักษาน้ำหนักให้เป็นไปตามเกณฑ์ ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6 – 8 แก้ว หมั่นตรวจเช็กร่างกายสม่ำเสมอ อย่าละเลยการสังเกตอาการด้วยตนเอง หากพบความผิดปกติควรปรึกษาแพทย์ ตรวจเช็กสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หากตรวจพบแต่เนิ่น ๆ จะได้รีบรักษาอย่างทันท่วงที มีโอกาสหายขาดได้สูง

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์มะเร็งเฉพาะโรค

    02 755 1188 (สายด่วนมะเร็ง 8:00 น. - 20:00 น.)

    02 310 3000 (24 ชั่วโมง)

    1719 (Local Only 24 ชั่วโมง)

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Maleชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Male
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Male

    46,200 บาท

    79,620 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Femaleชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Female
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Female

    56,600 บาท

    97,440 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection with PET/CT Scan (Male)ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection with PET/CT Scan (Male)
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection with PET/CT Scan (Male)

    72,400 บาท

    181,695 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci Xi กับมะเร็งปอด Image
    หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci Xi กับมะเร็งปอด
    ทำความรู้จักกับเชื้อไวรัส HPV Image
    ทำความรู้จักกับเชื้อไวรัส HPV
    มะเร็งปากมดลูก ภัยร้ายที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม Image
    มะเร็งปากมดลูก ภัยร้ายที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ