โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    มะเร็งผิวหนังดูแลจัดการได้

    6 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    นพ. วุฒิ สุเมธโชติเมธา

    โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ

    อัปเดตเมื่อ: 17 ม.ค. 2569
    Dr. Wutthi Sumetchotimaytha
    นพ. วุฒิ สุเมธโชติเมธา
    โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Male
    มะเร็งผิวหนังดูแลจัดการได้
    โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ
    อัปเดตเมื่อ: 17 ม.ค. 2569

    มะเร็งผิวหนัง คือ เซลล์ผิวหนังที่เติบโตผิดปกติและควบคุมไม่ได้ โดยสามารถแบ่งเป็น 3 ชนิดใหญ่ ๆ คือ มะเร็งเบเซลเซลล์ มะเร็งสเควมัสเซลล์ และมะเร็งเมลาโนมา

    มะเร็งเบเซลเซลล์

    มะเร็งเบเซลเซลล์ (Basal Cell Carcinoma หรือ BCC) เป็นมะเร็งผิวหนังที่พบบ่อยที่สุด กว่า 80% ของผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังจะเป็นมะเร็งชนิดนี้ มักปรากฏบนผิวหนังที่โดนแดดบ่อย ๆ เช่น ใบหน้า ลำคอ และมือ มะเร็งชนิดนี้เติบโตช้าและไม่ค่อยกระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย

    ลักษณะและอาการมะเร็งเบเซลเซลล์

    • ตุ่มสีขุ่นมันวาวคล้ายไข่มุก อาจมีเลือดซึมออกมา หรือเป็นก้อนแข็ง
    • รอยโรคเหมือนแผลเป็นแบน ๆ สีเนื้อหรือสีน้ำตาล
    • แผลที่มีเลือดออกหรือแผลพุพองที่หายแล้วแต่กลับมาเป็นอีก
    • ก้อนเนื้อสีชมพูที่มีขอบนูนและเป็นรอยบุ๋มเป็นเกล็ดขรุขระตรงกลาง
    • ตุ่มใส ๆ สีชมพู หรือเป็นมันเงามีเส้นเลือดเล็ก ๆ อยู่บนพื้นผิว
    • รอยโรคสีขาวมันวาวเหมือนแผลเป็น ไม่มีเส้นขอบที่ชัดเจน

    มะเร็งผิวหนังดูแลจัดการได้ 

    มะเร็งสเควมัสเซลล์

    มะเร็งสเควมัสเซลล์ (Squamous Cell Carcinoma หรือ SCC) เป็นมะเร็งผิวหนังที่พบมากเป็นอันดับที่ 2 มักปรากฏบนผิวหนังบริเวณที่โดนแสงแดดเหมือนกัน แต่สามารถพัฒนาไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้ สเควมัสเซลล์สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วและมีความเสี่ยงในการแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายมากกว่ามะเร็งเบเซลเซลล์

    ลักษณะและอาการมะเร็งสเควมัสเซลล์

    • สะเก็ดบนผิว ซึ่งอาจมีผิวขรุขระหรือมีเลือดออก
    • ก้อนแข็ง ๆ บนผิวหนังที่อาจมีลักษณะขรุขระ
    • แผลที่เป็นแล้วไม่หาย หรือหายแล้วกลับมาเป็นอีก
    • แผลตกสะเก็ดที่อาจมีสะเก็ดแข็งหรือขรุขระ
    • ลักษณะคล้ายหูดที่มีผิวรอบนอกแข็งและมีเลือดออก
    • ก้อนนูนที่ตรงกลางบุ๋ม อาจมีเลือดออกหรือผิวขรุขระ

    ขั้นตอนการตรวจมะเร็งเบเซลเซลล์และมะเร็งสเควมัสเซลล์

    การตรวจหารอยโรคมะเร็งเบเซลเซลล์และมะเร็งสเควมัสเซลล์ มีขั้นตอนดังต่อไปนี้ 

    • การตรวจผิวหนังที่มีการผิดปกติโดยแพทย์ผิวหนัง
    • การตรวจชิ้นเนื้อผิวหนังโดยการตัดเนื้อเยื่อผิวหนังบางส่วนออกไปเพื่อส่องกล้องจุลทรรศน์ตรวจหาเซลล์มะเร็ง
    • การตรวจวินิจฉัยโรคด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อาทิ X-rays, CT Scan และ MRI เพื่อตรวจหาการแพร่กระจายของโรคไปยังอวัยวะใกล้เคียงอื่น ๆ

    รักษามะเร็งเบเซลเซลล์และมะเร็งสเควมัสเซลล์

    โรคมะเร็งเบเซลเซลล์และมะเร็งสเควมัสเซลล์ขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง และความลึกของก้อนเนื้อ รวมถึงอายุ สุขภาพ ความชอบส่วนตัวของผู้ป่วย และพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย วิธีการรักษามีดังต่อไปนี้

    • การขูดและจี้ด้วยไฟฟ้า: ขั้นตอนการทำหัตถการด้วยเครื่องมือขูดเนื้อเยื่อที่เป็นมะเร็งออก โดยจี้ด้วยเข็มไฟฟ้าเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งให้หมด
    • การผ่าตัดชิ้นเนื้อ: ก้อนเนื้อและผิวหนังโดยรอบจะถูกตัดออก แพทย์สามารถให้ยาชาเฉพาะที่และผ่าตัดแบบผู้ป่วยนอกที่โรงพยาบาล
    • การผ่าตัดแบบ Mohs (Mohs Surgery): เทคนิคการผ่าตัดเฉพาะทางโดยการนำเอาเนื้องอกออกทีละชั้น ๆ เพื่อตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศน์จนไม่เหลือเซลล์มะเร็ง
    • การรักษาด้วยความเย็น: การจี้เย็นเนื้อเยื่อที่เป็นมะเร็งด้วยไนโตรเจนเหลว
    • การใช้ยาทา: สำหรับมะเร็งเบเซลเซลล์ที่ไม่รุนแรงสามารถรักษาได้ด้วยยาทา เช่น imiquimod และ 5-fluorouracil หรือการฉายแสงเพื่อการบำบัด
    • รังสีรักษา: การรักษาโรคโดยการใช้รังสีพลังงานสูงเพื่อทำลายเนื้อเยื่อเซลล์มะเร็งหรือทำให้ฝ่อลง
    • เคมีบำบัด: การใช้ยาฆ่าเซลล์มะเร็ง ซึ่งอาจทำควบคู่กับรังสีรักษา

    โรคมะเร็งเบเซลเซลล์และมะเร็งสเควมัสเซลล์สามารถรักษาให้หายได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่รักษาให้หายขาดได้ด้วยการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม หากมะเร็งแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่น ๆ แล้ว อาจจำเป็นต้องใช้แผนรักษาที่เข้มข้นขึ้น เช่น รังสีรักษาหรือเคมีบำบัด 

    การพยากรณ์ผลการรักษาโรคมะเร็งเบเซลเซลล์และมะเร็งสเควมัสเซลล์

    โดยทั่วไปแล้วทั้งโรคมะเร็งเบเซลเซลล์และมะเร็งสเควมัสเซลล์หากตรวจพบเร็วและได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมมักจะได้ผลลัพธ์ที่ดี อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปีสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งสเควมัสเซลล์ และโรคมะเร็งเบเซลเซลล์ที่ไม่ได้แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นอยู่ที่ประมาณ 95% และ 99% ตามลำดับ หากมะเร็งมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ การพยากรณ์โรคอาจไม่ได้ผลที่น่าพอใจ


    มะเร็งผิวหนังดูแลจัดการได้ 

    มะเร็งเมลาโนมา

    มะเร็งเมลาโนมา (Malignant Melanoma) เป็นโรคที่รุนแรงที่สุดของมะเร็งผิวหนัง ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทุกส่วนในร่างกายรวมถึงบริเวณที่ไม่ได้โดนแดด มะเร็งเมลาโนมาสามารถขยายตัวได้รวดเร็วและมีความเสี่ยงสูงที่จะแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย

    ลักษณะและอาการของมะเร็งเมลาโนมา

    • ไฝที่เปลี่ยนขนาด รูปร่าง หรือสี
    • ไฝที่เกิดขึ้นใหม่และใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
    • ไฝหรือปื้นบนผิวหนังที่มีรูปร่างผิดปกติ
    • ไฝที่มีเส้นขอบขรุขระหรือสีไม่สม่ำเสมอ
    • ไฝที่รูปร่างผิดปกติโดยสองข้างไม่เท่ากัน
    • ชไฝที่มีอาการคัน เลือดออก และรู้สึกเจ็บ
    • ชเล็บที่มีรอยคล้ำ สีดำ หรือสีน้ำตาล
    • ชแผลที่รักษาไม่หาย

    ขั้นตอนการตรวจมะเร็งเมลาโนมา

    การตรวจหารอยโรคมะเร็งเมลาโนมา มีขั้นตอนดังต่อไปนี้ 

    • การตรวจผิวหนังที่มีการผิดปกติโดยแพทย์ผิวหนัง
    • การตรวจชิ้นเนื้อผิวหนังโดยตัดเนื้อเยื่อผิวหนังบางส่วนออกไปเพื่อส่องกล้องจุลทรรศน์ตรวจหาเซลล์มะเร็ง
    • การตัดต่อมน้ำเหลืองใกล้บริเวณที่เป็นมะเร็งเพื่อตรวจหาการแพร่การจายของมะเร็ง
    • การตรวจวินิจฉัยโรคด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อาทิ X-rays, PET CT Scan และ MRI เพื่อตรวจหารอยโรคในส่วนอื่นของร่างกาย

    การตัดต่อมน้ำเหลืองเซนติเนลเพื่อตรวจสอบ (Sentinel Lymph Node Biopsy หรือ SLNB) 

    เป็นขั้นตอนการวินิจฉัยเพื่อตรวจว่ามะเร็งผิวหนังได้แพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองข้างเคียงหรือไม่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดระยะของมะเร็งและเป็นแนวทางในการเลือกวิธีการรักษา SLNB เป็นต่อมน้ำเหลืองแรกที่อยู่ใกล้กับตำแหน่งที่เป็นมะเร็ง และมักจะเป็นขั้นตอนที่แพทย์แนะนำสำหรับผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลาม หรือมีก้อนเนื้องอกที่หนามากกว่า 1 มิลลิเมตร เนื่องจากมีโอกาสที่จะแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองในบริเวณใกล้เคียง

    หากพบมะเร็งในต่อมน้ำเหลืองเซนติเนลอาจมีการตัดต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียงเพิ่มเพื่อตรวจสอบ และแพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยทำเคมีบำบัด ภูมิคุ้มกันบำบัด หรือรังสีรักษาอีกด้วย

    ขั้นตอนการตัดต่อมน้ำเหลืองเซนติเนลเพื่อตรวจสอบจะใช้ยาชาและฉีดสารกัมมันตรังสี (Radioactive Tracer) และ/หรือ ฉีดสี (Blue Dye) ไปที่บริเวณใกล้เคียงกับที่เป็นก้อนเนื้อ เพื่อหาต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล และตัดออกเพื่อมาตรวจหาเซลล์มะเร็งโดยนักพยาธิวิทยา


    มะเร็งผิวหนังดูแลจัดการได้ 

    รักษามะเร็งเมลาโนมา

    • ผ่าตัด: โดยการตัดก้อนเนื้อและเนื้อเยื่อโดยรอบออก ในคนไข้บางรายอาจจำเป็นต้องปลูกถ่ายผิวหนังเพื่อปิดแผล
    • การผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล: การตัดต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้ก้อนเนื้อเพื่อตรวจหาการแพร่กระจายของมะเร็ง
    • การผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลือง: หากมีเซลล์มะเร็งที่ต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล แพทย์อาจจำเป็นต้องเลาะต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียงออกเพิ่มเติม
    • การรักษาแบบมุ่งเป้า: การใช้ยามุ่งเป้าเพื่อยับยั้งการเติบโตของมะเร็งผิวหนังบางชนิดได้
    • ภูมิคุ้มกันบำบัด: การใช้ยาที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ต่อสู้กับมะเร็งอาจนำมาใช้เสริมหลังการผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยงการเป็นซ้ำ หรือใช้เป็นวิธีรักษาเริ่มต้นของมะเร็งผิวหนังระยะที่ 4
    • รังสีรักษา: การรักษาโรคโดยการใช้รังสีพลังงานสูงเพื่อทำลายเนื้อเยื่อเซลล์มะเร็งหรือทำให้ฝ่อลง วิธีนี้อาจนำมาใช้ในผู้ป่วยที่มะเร็งแพร่กระจายไปส่วนอื่นของร่างกาย หรือในการรักษาแบบประคับประคอง

    แผนการรักษาเป็นแผนเฉพาะแต่ละบุคคล ซึ่งอาจเป็นการผสมผสานการรักษาที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับระยะหรือขั้นของมะเร็ง สุขภาพ และปัจจัยอื่นๆ ผู้ป่วยควรปรึกษาทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อาทิ แพทย์ผิวหนัง ศัลยแพทย์และอายุรแพทย์มะเร็งวิทยา เพื่อจัดทำแผนการรักษาเฉพาะบุคคล

    การพยากรณ์ผลการรักษาโรคมะเร็งเมลาโนมา

    อัตราการรอดชีวิตของมะเร็งชนิดนี้ค่อนข้างดีสำหรับผู้ที่เป็นระยะเริ่มต้นและลดลงหากเป็นระยะลุกลาม สมาคมมะเร็งแห่งอเมริกาให้ข้อมูลอัตราการรอดชีวิตภายใน 5 ปีของมะเร็งผิวหนังตามระยะของการเป็นมะเร็งหลังจากตรวจพบไว้ดังนี้

    • ระยะที่ 0 หรือระยะเริ่มต้น: อัตราการรอดชีวิตเกือบ 100%
    • ระยะที่ 1: อัตราการรอดชีวิต 95 – 100%
    • ระยะที่ 2: อัตราการรอดชีวิต 80 – 90% 
    • ระยะที่ 3: อัตราการรอดชีวิต 40 – 70%
    • ระยะที่ 4: อัตราการรอดชีวิต 15 – 20%

    อัตราการรอดชีวิตเหล่านี้เป็นเพียงค่าเฉลี่ย การพยากรณ์โรคของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย


    มะเร็งผิวหนังดูแลจัดการได้ 

    ป้องกันโรคมะเร็งผิวหนัง

    การป้องกันโรคมะเร็งผิวหนังเป็นการป้องกันผิวหนังจากรังสี UV ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งผิวหนัง โดยมีวิธีป้องกันดังต่อไปนี้

    1. หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดด: ป้องกันการถูกแสงแดดเผาด้วยการอยู่ในร่ม ใส่อุปกรณ์ป้องกันแดด อาทิ หมวกและเสื้อแขนยาว ใช้ครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB และมี SPF 30 เป็นอย่างต่ำ
    2. จำกัดเวลาการโดนแสงแดด: โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่แดดแรงที่สุด (ช่วง 10.00 น. และ 16.00 น.)
    3. หมั่นตรวจดูผิว: ตรวจดูสภาพผิวด้วยตัวเอง โดยดูให้ละเอียดว่ามีไฝหรือก้อนเนื้อแปลก ๆ หรือไม่ ถ้าพบความผิดปกติไม่ว่าจะเป็นขนาด รูปร่าง สี หรือเนื้อสัมผัสที่น่าสงสัยควรรีบปรึกษาแพทย์ผิวหนังทันที
    4. หลีกเลี่ยงการอาบแดด: การใช้เตียงอาบแดด (Tanning Bed) จะทำให้ผิวหนังได้รับรังสี UV ที่เป็นอันตราย และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งผิวหนังจึงไม่ควรใช้เป็นอย่างยิ่ง
    5. ปกป้องลูกของคุณจากการโดนแสงแดด: ป้องกันลูก ๆ จากแสงแดดด้วยการใช้ครีมกันแดด หมวก และเสื้อผ้าหรืออุปกรณ์ป้องกันแดดอื่น ๆ และจำกัดเวลาการเล่นที่ออกแดด
    6. ตรวจประวัติสมาชิกในครอบครัว: หากมีสมาชิกในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งผิวหนัง คุณอาจมีความเสี่ยงมากกว่าคนอื่น จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษในการปกป้องผิวของคุณ 
    7. เลิกสูบบุหรี่: การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งผิวหนัง จึงควรเลิกสูบเพื่อลดความเสี่ยง

    การป้องกันเป็นปัจจัยสำคัญของมะเร็งผิวหนังจึงควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันตัวเองและลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนัง

    นอกจากนี้การตรวจพบมะเร็งผิวหนังและรักษาแต่เนิ่น ๆ จะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า แนะนำให้แพทย์ผิวหนังตรวจเช็กผิวหนังคุณเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีประวัติมะเร็งผิวหนังในครอบครัวหรือเคยถูกแดดเผาซ้ำ ๆ กันหลายครั้ง

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. วุฒิ สุเมธโชติเมธา

    ศัลยศาสตร์

    ศัลยศาสตร์มะเร็งวิทยา

    นพ. วุฒิ สุเมธโชติเมธา

    ศัลยศาสตร์

    ศัลยศาสตร์มะเร็งวิทยา
    Doctor profileDoctor profile

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Maleชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Male
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Male

    46,200 บาท

    79,620 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Femaleชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Female
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Female

    56,600 บาท

    97,440 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection with PET/CT Scan (Male)ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection with PET/CT Scan (Male)
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection with PET/CT Scan (Male)

    72,400 บาท

    181,695 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ศูนย์โปรตอนกรุงเทพ สู่จุดหมายระดับโลกรักษามะเร็งด้วยเครื่องโปรตอนเทคโนโลยีขั้นสูง Image
    ศูนย์โปรตอนกรุงเทพ สู่จุดหมายระดับโลกรักษามะเร็งด้วยเครื่องโปรตอนเทคโนโลยีขั้นสูง
    มะเร็งตับรักษาได้ด้วยเคมีบำบัดทางหลอดเลือดแดง Image
    มะเร็งตับรักษาได้ด้วยเคมีบำบัดทางหลอดเลือดแดง
    ตรวจยีน BRCA เช็กความเสี่ยงมะเร็งเต้านม Image
    ตรวจยีน BRCA เช็กความเสี่ยงมะเร็งเต้านม
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ