เครื่องมือและเทคนิคการรักษา
- การให้ยาที่บำบัดความปวด ที่มีทั้งยาแก้ปวดกลุ่มต่าง ๆ ยา Non Opioid เช่น ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs), Opioids และยากลุ่มเสริมเพื่อร่วมรักษา (Adjuvant Analgesics)
- การทำหัตถการในการระงับปวด
- Trigger Point Injection หรือ Dry Needling กรณีปวดกล้ามเนื้อที่มีจุดกดเจ็บ เช่น Myofascial Pain Syndrome
- Epidural Steroid Injection ทั้งเทคนิคที่ฉีดเข้า Interlaminar หรือ Selective Nerve Root Block ใช้ยาชาเฉพาะที่ และ/หรือสเตียรอยด์ฉีดเข้าช่องเอปิดูรัลที่อยู่เหนือไขสันหลังในการบำบัดอาการปวดหลังที่มักมีอาการร้าวตามแนวของเส้นประสาทคู่มี่ไขสันหลังมีพยาธิสภาพนั้น ๆ
- Facet Joint Injection เป็นการฉีดยาชาเฉพาะที่ และ/หรือสเตียรอยด์เข้าสู่ข้อ Facet ที่เป็นส่วนของข้อต่อกระดูกสันหลัง เพื่อบำบัดอาการปวดหลังที่ไม่ร้าวลงขา
- RFA (Radiofrequency Ablation) การใช้คลื่นวิทยุผ่านทางเข็มที่นำมาต่อนำผ่านเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนเป็นช่วง ๆ เพื่อลดปวดเรื้อรัง เช่น ปวดหลังในกรณีที่การทำหัตถการที่ใช้ยาฉีดที่ข้อ Facet ลดปวดได้ดี และต้องการยืดเวลาออกไปเป็น 6 – 12 เดือน
- Sympathetic Block เพื่อสกัดกั้นระบบประสาทความปวดที่มีผลต่อการตีบของหลอดเลือด (Sympathetic Nervous System) ในกลุ่ม Sympathetic Maintained Pain ที่มีอาการปวดแขน ขา เช่น จากอุบัติเหตุ
- Neurolytic Celiac Plexus Block คือ ฉีดยาเพื่อทำลายกลุ่มเส้นประสาท Autonomic บริเวณ Celiac Plexus ยาที่ฉีดเพื่อทำลายประสาท (Neurolytic Agent) เช่น 50 – 90% Alcohol สำหรับผู้ป่วยปวดรุนแรงจากมะเร็งช่องท้องส่วนบน เช่น มะเร็งตับอ่อน
- Intrathecal Drug Delivery Device Implantation คือ การใช้เทคนิคการฝังสายในชั้นใต้ผิวหนัง บริเวณช่องท้องเพื่อเข้าสู่ช่องน้ำไขสันหลังเพื่อให้ยาลดปวด เหมาะในกรณีที่ผู้ป่วยใช้ยาแก้ปวด Opioids ปริมาณมากจนเกิดผลไม่พึงประสงค์ ซึ่งยาที่เข้าตรงช่องน้ำไขสันหลังจึงลดปริมาณยา Opioids ลงได้ มีทั้งโดยใช้อุปกรณ์ให้ยาอัตโนมัติ (Intrathecal Pump) หรือแบบเติมเป็นช่วงเวลา
- Spinal Cord Stimulation คือ การใส่เครื่องกระตุ้นไขสันหลัง โดยฝังอุปกรณ์ที่ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าอ่อน ผ่านมายังสายนำไฟฟ้าที่ฝังในชั้นเหนือเยื่อหุ้มไขสันหลัง สำหรับปวดจากเหตุพยาธิสภาพประสาท เช่น ปวดแขนขาจากการขาดเลือด Complex Regional Pain Syndrome