โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    หยุดฝันร้ายกับ 8 เทคนิคป้องกันผู้สูงวัยล้ม

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก
    อัปเดตเมื่อ: 08 ม.ค. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    แพ็กเกจตรวจคัดกรองกระดูกพรุนเชิงลึก
    หยุดฝันร้ายกับ 8 เทคนิคป้องกันผู้สูงวัยล้ม
    โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก
    อัปเดตเมื่อ: 08 ม.ค. 2569

    ปัญหาที่พบบ่อยใน “ผู้สูงอายุ” ที่ได้รับอุบัติเหตุพลัดตกหกล้มส่วนมาก คือ กระดูกสะโพกหักและศีรษะได้รับความกระทบกระเทือน เป็นสาเหตุทำให้พิการและมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูงมาก ที่สำคัญหากผู้สูงอายุในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ หากหกล้มแล้วย่อมไม่ใช่คนเดียวที่เจ็บ แต่สมาชิกในบ้านทุกคนก็เจ็บด้วย

    จากข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุในผู้สูงอายุมักมีสาเหตุจากความเสื่อมและการถดถอยของร่างกาย อีกทั้งจากโรคภัยไข้เจ็บเป็นผลให้การทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ลดลง ซึ่งมักเกิดกับผู้สูงอายุที่มีอายุระหว่าง 65 – 75 ปี และเนื่องจากผู้สูงอายุมักจะมีภาวะกระดูกบางหรือกระดูกพรุน เมื่อหกล้มกระดูกจึงเกิดการแตกหรือหักได้ง่าย

    • ในแต่ละปี 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุมักลื่นล้มและครึ่งหนึ่งลื่นล้มมากกว่า 1 ครั้ง
    • ร้อยละ 10 ของการลื่นล้ม ทำให้กระดูกสะโพกหัก
    • ร้อยละ 25 ของการบาดเจ็บกระดูกสะโพกเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต
    • การลื่นล้มมักเกิดขึ้นในที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในห้องน้ำและบันได
    • ร้อยละ 80 ของผู้ป่วยที่กระดูกหักในครั้งแรกไม่เคยตรวจหรือรักษาโรคกระดูกพรุนเลย
    • ผู้สูงอายุที่เคยหกล้มในครั้งแรกแล้ว มีแนวโน้มที่จะหกล้มเพิ่มขึ้น 2 – 3 เท่า
    • มีผู้ป่วยกระดูกหักจากการลื่นล้มที่บ้านเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์มีโรคประจำตัว ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเส้นเลือดสูง โรคหัวใจ บางรายมีไตวายเรื้อรัง ดังนั้นจึงทำให้การดูแลรักษาซับซ้อนมากขึ้น ทำให้สมาชิกในบ้านต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และขณะอยู่ในโรงพยาบาลก็เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น แผลกดทับ ปอดบวม ติดเชื้อในระบบต่าง ๆ เป็นต้น

    สาเหตุการลื่นล้มของผู้สูงวัย

    การลื่นหกล้มเป็นสิ่งที่สามารถป้องกันได้ โดยต้องทราบสาเหตุของการลื่นล้ม เช่น

    • สาเหตุทางกาย ได้แก่ การทรงตัวไม่ดี ขาอ่อนแรง ชา อ่อนเพลีย หน้ามืด มีปัญหาด้านสายตาและการได้ยิน การรับยาที่มีผลต่อระบบการไหลเวียนโลหิต ฯลฯ
    • สาเหตุจากสิ่งแวดล้อม ได้แก่ พื้นลื่น เปียก มีหยดน้ำ พื้นผิวขรุขระ มีขั้นสูงต่ำ ขอบไม่เรียบ แสงสว่างไม่เพียงพอ อุปกรณ์ของใช้ไม่มั่นคงชำรุด ใช้อุปกรณ์ช่วยเดินไม่เหมาะสม สวมใส่เสื้อผ้า รองเท้าไม่พอดี ฯลฯ


    ดูแลสุขภาพผู้สูงวัย

    สำหรับการดูแลสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ได้แก่

    • รับประทานอาหารให้เพียงพอ เน้นผักและผลไม้ เพื่อรักษาสมดุลของร่างกายและต้านทานโรค
    • ไม่ควรงดอาหาร ทำให้อ่อนเพลีย มึนงง
    • เคลื่อนไหวทุกวัน เดินหรือออกกำลังกายตามวัย เช่น ไทจี๋ เพื่อรักษาความยืดหยุ่นของข้อและสมดุลของร่างกาย
    • สอบถามแพทย์หรือเภสัชทุกครั้งที่รับยาถึงผลข้างเคียงของยา ได้แก่ ยาที่ทำให้ง่วงซึม ยากล่อมประสาท ยาลดความดันโลหิต และยาขับปัสสาวะ หรือมีประวัติการใช้ยาเป็นประจำตั้งแต่ 4 ชนิดขึ้นไป (ไม่รวมวิตามิน) ถ้ารับยาที่มีผลทำให้ง่วงซึม หลับ ต้องปรับเปลี่ยนการทำกิจวัตรประจำวันเพื่อลดภาวะเสี่ยงต่อการลื่นล้ม ห้ามผสมยากับแอลกอฮอล์ ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์เพราะเป็นสาเหตุของการลื่นล้ม
    • ไม่อายที่จะใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน ตรวจสอบอุปกรณ์ช่วยเดินให้มีความสูงเหมาะสมและมั่นคง

    8 เทคนิคป้องกันผู้สูงวัยล้ม

    เทคนิคกันล้มที่ลูกหลานควรใส่ใจ คือ “บ้าน” สถานที่คิดว่าปลอดภัยที่สุด แต่สำหรับ “ผู้สูงวัย” บ้านอาจเป็นอันตรายหรือร้ายกว่าที่คิด หากไม่เตรียมพร้อมป้องกันให้ดีอาจทำให้ลื่นหกล้มบาดเจ็บ พิการ และเสียชีวิต จนอาจกลายเป็นฝันร้ายของคนในบ้าน เพราะฉะนั้นเทคนิคกันล้ม 8 ข้อง่าย ๆ ที่ควรรู้และนำไปใช้ ได้แก่

    1. เพิ่มแรงเสียดทานให้พื้น

    คือติดแผ่นกันลื่น ใช้วัสดุไม้สังเคราะห์ หรือถ้าเป็นกระเบื้องในห้องน้ำควรใช้กระเบื้องแผ่นเล็ก มีผิวด้านหรือผิวสัมผัสเป็นลวดลาย

    2. ทางลาดต้องมี

    เพื่อผ่อนแรงผู้ป่วยพักฟื้นที่ใช้วีลแชร์ ควรทำทางลาดไว้ตามทางลงบันใดต่าง ๆ ให้มีความชันไม่เกิน 5 องศา กว้างไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร ทางลาดยาวไม่เกิน 6 เมตร

    3. ขนาดเตียงที่เหมาะสม

    เลือกเตียงให้มีทางยาวไม่น้อยกว่า 180 เซนติเมตร สูงประมาณ 40 เซนติเมตร (สำหรับการใช้รถเข็น) หรือสูงจากพื้นถึงข้อพับเข่า โดยให้รอบเตียง3 ด้านมีพื้นที่ว่างอย่างน้อยด้านละ 90 เซนติเมตร

    4. ประตูดีต้องเปิดง่าย

    เปลี่ยนจากลูกบิดแบบหมุนมาเป็นคันโยกเพื่อทุ่นแรง ประตูต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร หรือมีความกว้างมากกว่าความกว้างของวีลแชร์ หรือจะเปลี่ยนเป็นประตูบานเลื่อนแบบไม่มีธรณีประตูก็ได้เช่นกัน

    5. ราวจับกระชับทุกก้าว

    ติดตั้งราวจับลักษณะสั้น – ยาว หรือตัวแอล – ตัววี ที่เหมาะกับการใช้งานไว้ตามจุดต่าง ๆ เช่น บันได ห้องน้ำ ผนังทางเดิน เป็นต้น โดยติดตั้งไว้สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 80 – 100 เซนติเมตร

    6. แสงไฟส่องสว่าง

    เลือกใช้แสงแบบ Day Light สวิตช์ไฟควรมีขนาด 5 – 7.5 เซนติเมตร ให้อยู่ในระยะเอื้อมถึงสะดวก สูงจากพื้นอย่างน้อย 45 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 90 เซนติเมตร

    7. ฟังก์ชันเพื่อผู้สูงวัย

    ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ในบ้านควรจะมีฟังก์ชันที่เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน เช่น ราวแขวนผ้าที่ปรับระดับสูงต่ำได้ ไม่ต้องเอื้อม เป็นต้น

    8. ตัวช่วยยามฉุกเฉิน

    ติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น สวิตซ์ดึงเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในห้องน้ำหรือที่หัวเตียง เป็นต้น

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์กระดูกและข้อ

    ชั้น 1  ฝั่งทิศใต้ (S1) อาคารโรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล

    เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00 – 20.00 น

    0 2308 7012

    0 2308 7013

    1719

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจตรวจคัดกรองกระดูกพรุนเชิงลึกแพ็กเกจตรวจคัดกรองกระดูกพรุนเชิงลึก
    แพ็กเกจตรวจคัดกรองกระดูกพรุนเชิงลึก

    10,000 บาท

    12,530 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    นิ้วล็อก อย่าปล่อยให้ติดจนทรมาน Image
    นิ้วล็อก อย่าปล่อยให้ติดจนทรมาน
    ความเชื่อกับโรคกระดูกพรุน Image
    ความเชื่อกับโรคกระดูกพรุน
    เบาได้เบา ... กระดูกไหปลาร้าหักได้ Image
    เบาได้เบา ... กระดูกไหปลาร้าหักได้
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ