โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่า

    บริการ
    แพทย์
    โรคและการรักษา
    ความประทับใจของผู้ป่วย
    แพ็กเกจและโปรโมชั่น
    แบบประเมิน

    ข้อมูลทั่วไป

    VELYS™ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดข้อเข่าเทียมเฉพาะบุคคล

    ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแนวใหม่

    ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

    PRP Therapy ทางออกลดปวดข้อ เอ็น และกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง

    ติดต่อเรา

    PRP ทางเลือกรักษา ฟื้นฟู ลดปวด เซลล์รักษาเซลล์

    ทางเลือกใหม่ในการรักษาอาการบาดเจ็บและการอักเสบของข้อต่อ กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น โดยใช้เกล็ดเลือดของผู้ป่วย หรือ PRP (Platelet Rich Plasma) ฉีดไปยังบริเวณที่บาดเจ็บ นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาด้วยเซลล์รักษาเซลล์ที่ช่วยเร่งกระบวนการรักษาฟื้นฟูด้วยวิธีธรรมชาติให้เร็วยิ่งขึ้น ด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้นที่มีสารเร่งการเจริญเติบโต (Growth Factor) มีส่วนช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมเอ็นหรือข้อต่าง ๆ ลดอาการปวดและการอักเสบเรื้อรัง ที่สำคัญคือ ไม่ต้องใช้สเตียรอยด์ ไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด และไม่มีผลข้างเคียงกับร่างกาย


    PRP
    คืออะไร

    PRP (Platelet Rich Plasma) เป็นการรักษาฟื้นฟูอาการบาดเจ็บและอักเสบของข้อต่อ กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นโดยใช้พลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้นของผู้ป่วย ผ่านกระบวนการปั่นแยกเอาเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวออก ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้เกิดการอักเสบด้วยเทคนิคปลอดเชื้อ ทำให้ได้เกล็ดเลือดและสารเร่งการเจริญเติบโต (Growth Factor) ที่มีความเข้มข้นสูงเพียงพอและเหมาะสมต่อการรักษา ก่อนฉีดกลับเข้าไปยังบริเวณที่ต้องการรักษา โดยเกล็ดเลือดจะกระตุ้นให้มีการหลั่ง Growth Factor เพื่อซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อใหม่ได้เร็วกว่ากลไกปกติสูงสุดถึง 50% จึงเป็นอีกทางเลือกในการรักษาด้วยเซลล์รักษาเซลล์ที่นำมาใช้ในการบำบัด ลดอาการปวด และฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของกระดูก ข้อต่อ เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อต่าง ๆ ของร่างกาย ช่วยให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์เป็นสำคัญ


    PRP รักษาอาการบาดเจ็บใด

    • กล้ามเนื้ออักเสบ
      • กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง
      • กล้ามเนื้อน่อง
      • กล้ามเนื้อต้นขาด้านนอก
      • รองช้ำกระดูกสะโพกด้านนอก
    • เอ็นอักเสบหรือฉีกขาดบางส่วน
      • เอ็นประคองเข่าด้านในฉีก
      • เอ็นหน้าเข่าอักเสบ
      • เอ็นไขว้หน้าเข่าบาดเจ็บ
      • เอ็นร้อยหวายอักเสบ
      • เอ็นอักเสบข้อพับเข่าด้านหลัง
      • เอ็นอักเสบขาหนีบ
      • เอ็นอักเสบสะโพก
      • เอ็นอักเสบที่ข้อศอกด้านนอก
      • เอ็นหัวไหล่อักเสบ เอ็นไหล่ฉีกขาด
      • เอ็นกล้ามเนื้อหรือกล้ามเนื้อพังผืดอักเสบ
      • เอ็นกล้ามเนื้อเคล็ด คัด ยอก
      • เอ็นฝ่าเท้าอักเสบหรือรองช้ำ
      • เอ็นข้อเท้าบาดเจ็บ
    • ข้อเสื่อมและข้ออักเสบต่างๆ
      • ข้อเข่าเสื่อมและอักเสบ หมอนรองข้อเข่าฉีก กระดูกสะบ้า 
      • ข้อสะโพกเสื่อมและอักเสบ
      • ข้อไหล่
      • ข้อศอก ปุ่มกระดูกข้อศอกบาดเจ็บ
      • ข้อเท้าเคล็ด ขัด ยอก

    PRP ทางเลือกรักษา ฟื้นฟู ลดปวด เซลล์รักษาเซลล์

    PRP มีขั้นตอนการรักษาอย่างไร

    ขั้นตอนการรักษาด้วย PRP ประกอบด้วย

    1. เจาะเลือดจากหลอดเลือดดำ ปริมาณไม่เกิน 10 cc. บริเวณหลังมือหรือข้อพับแขนของผู้ป่วยด้วยเทคนิคปลอดเชื้อ
    2. นำเลือดมาปั่นด้วยเครื่อง Centrifuge ด้วยรอบความเร็วที่เหมาะสม เพื่อคัดแยกเกล็ดเลือดและสารช่วยสร้างเนื้อเยื่อ (Growth Factors) ทำให้ได้พลาสมาที่มีความเข้มข้นของเกล็ดเลือดที่มีปริมาณเพียงพอกับการรักษา
    3. แพทย์นำเกล็ดเลือดเข้มข้นมาฉีดในตำแหน่งที่บาดเจ็บ อักเสบ หรือเสื่อมสภาพ เพื่อช่วยลดอาการปวดและกระตุ้นการซ่อมแซมให้อาการบาดเจ็บดีขึ้น

    ระยะเวลาและความถี่ในการฉีด PRP เป็นอย่างไร

    การฉีด PRP จะทำการฉีดประมาณ 2 – 3 ครั้งเพื่อการรักษา โดยเว้นระยะในการฉีดประมาณ 3 – 4 สัปดาห์ต่อ 1 ครั้ง หรือเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ โดยจะเห็นผลการรักษาตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 เป็นต้นไป


    เตรียมตัวก่อนทำการรักษาอย่างไร

    • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
    • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
    • งดเครื่องดื่มที่มีแอลกออล์
    • แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่รับประทานอยู่ประจำ โดยเฉพาะยากลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือด
    • หากมีประวัติรับประทานยากลุ่ม NSAID ต้องงดยาก่อนและหลังทำหัตถการอย่างน้อย 7 วัน

    หลังทำการรักษาดูแลตัวเองอย่างไร

    หลังฉีด PRP บริเวณที่ทำการฉีดอาจมีอาการปวดตึงในช่วง 48 ชั่วโมงแรก แนะนำให้ประคบเย็นเพื่อลดอาการปวด หากปวดมากสามารถรับประทานยาพาราเซตามอล ห้ามรับประทานยาในกลุ่ม NSAIDs ยาแก้อักเสบ สเตียรอยด์เด็ดขาด เพราะอาจทำให้ประสิทธิภาพการฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้นลดลง นอกจากนี้หากปวด บวม แดง ร้อนบริเวณที่ฉีด แนะนำให้กลับมาพบแพทย์ทันที


    PRP ทางเลือกรักษา ฟื้นฟู ลดปวด เซลล์รักษาเซลล์

    ข้อดีของ PRP คืออะไร

    การฉีด PRP (Platelet Rich Plasma) เป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่ใช้ในการรักษาอาการบาดเจ็บของข้อต่อ กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น จากการศึกษาและการใช้ PRP ในการรักษาผู้ป่วยที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าได้ผลดีและมีผลข้างเคียงต่ำ เนื่องจากเป็นสารสกัดจากเลือดของผู้ป่วยเอง จึงไม่มีสารสังเคราะห์ตกค้างในร่างกาย และไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือผลข้างเคียง หลังการรักษาจะให้ผลการฟื้นฟูดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพในการรักษาสูง ผู้ป่วยหรือนักกีฬาส่วนใหญ่จึงเลือกรักษาอาการบาดเจ็บด้วยวิธีนี้


    ข้อจำกัดของ PRP คืออะไร

    ผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มต่อไปนี้ไม่แนะนำให้รักษาด้วยการฉีด PRP (Platelet Rich Plasma)

    • ผู้ที่มีประวัติป่วยเป็นโรคหรือกลุ่มอาการที่มีความผิดปกติของเกล็ดเลือด
    • ผู้ที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด
    • ผู้ที่มีไข้
    • ผู้ที่มีการติดเชื้อเฉพาะส่วนในบริเวณที่ทำการรักษา
    • ผู้ที่มีประวัติเป็นมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งเม็ดเลือด มะเร็งกระดูก

     

    ผู้ป่วยที่มีโรคหรืออาการดังต่อไปนี้ ควรหลีกเลี่ยง หรือขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ผู้ทำการรักษา

    • ผู้ที่มีการฉีดยาสเตียรอยด์ (Corticosteroid) ที่ช่วยลดอาการอักเสบที่บริเวณที่ทำการรักษาภายใน 1 เดือน
    • ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune Disease)
    • ผู้หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร

    ความเสี่ยงของ PRP ที่พบคืออะไร

    ผู้ป่วยที่ได้รับการฉีด PRP อาจมีอาการปวดบริเวณที่ฉีดมากน้อยแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจมีความเสี่ยงติดเชื้อในบริเวณที่ฉีดเกิดขึ้นได้


    ฉีด PRP อย่างไรให้เห็นผล

    การฉีด PRP ให้ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจนั้นขึ้นอยู่กับระยะความรุนแรงของโรคและการตอบสนองการรักษาของแต่ละบุคคล อวัยวะที่ได้รับบาดเจ็บ และสุขภาพของผู้ป่วยเป็นสำคัญ หากฉีดบริเวณกล้ามเนื้ออาจใช้เวลาน้อยกว่ากลุ่มของเส้นเอ็น รวมทั้งขนาดของข้อที่ได้รับการบาดเจ็บ เช่น การรักษาบริเวณข้อศอกกับหัวไหล่ใช้ระยะเวลาและให้ผลการรักษาที่แตกต่างกัน โดยในผู้ป่วยเรื้อรังจะใช้เวลารักษานานกว่าและผลการรักษาอาจไม่ดีเท่ากลุ่มที่รักษาทันทีที่ได้รับบาดเจ็บ

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่า

    ชั้น 2 ฝั่งทิศใต้ (S2) อาคารโรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล

    เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00 – 16.00 น.

    (+66) 2308 7085

    (+66) 2310 3731

    1719

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจตรวจคัดกรองอาการปวดเข่า หรือข้อเข่าเสื่อมแพ็กเกจตรวจคัดกรองอาการปวดเข่า หรือข้อเข่าเสื่อม
    แพ็กเกจตรวจคัดกรองอาการปวดเข่า หรือข้อเข่าเสื่อม

    2,300 บาท

    3,650 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจผ่าตัดศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่าแพ็กเกจผ่าตัดศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่า
    แพ็กเกจผ่าตัดศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่า

    270,000 - 675,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    โรคและการรักษา

    ดูทั้งหมด

    ความประทับใจของผู้ป่วย

    ดูทั้งหมด