โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    ตั้งครรภ์ยาก สังเกตอาการและทางเลือกการรักษาภาวะมีบุตรยาก

    8 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    พญ. ชุตินาท อิ่มเอม
    พญ. ชุตินาท อิ่มเอม

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 04 ส.ค. 2569
    Dr. Chutinat Im-aim
    พญ. ชุตินาท อิ่มเอม
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    ชุดตรวจสุขภาพก่อนวิวาห์ระดับเอลิท (คัดกรอง SMA โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็กและธาลัสซีเมีย)
    ชุดตรวจสุขภาพก่อนวิวาห์ระดับเอลิท (คัดกรอง SMA โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็กและธาลัสซีเมีย)
    ตั้งครรภ์ยาก สังเกตอาการและทางเลือกการรักษาภาวะมีบุตรยาก
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 04 ส.ค. 2569

    ปัญหาการมีลูกยากเป็นหนึ่งในปัญหาที่คู่รักหลายคู่หนักใจ เพราะพยายามเท่าไรก็ไม่สำเร็จสักที ซึ่งมักมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นการเข้าใจเกี่ยวกับภาวะมีบุตรยากและเข้ามารับคำปรึกษากับแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านภาวะมีบุตรยากโดยเร็วที่สุด ย่อมช่วยให้คู่สมรสมีโอกาสประสบความสำเร็จกับการตั้งครรภ์ได้ในอนาคต

     

    ตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ

    การตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ ขั้นแรกรังไข่ต้องมีการตกไข่ (Ovulation) เมื่อไข่ตกออกมาจากรังไข่ ไข่จะเดินทางเข้าสู่ท่อนำไข่ด้านเดียวกับรังไข่ การปฏิสนธิจะเกิดในท่อนำไข่นี้ โดยที่อสุจิต้องเดินทางผ่านช่องคลอดเข้าไปในมดลูกและเข้าไปผสมกับไข่ในท่อนําไข่ จากนั้นไข่ที่ปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนจะเดินทางจากท่อนําไข่ไปยังมดลูกและฝังตัวในเยื่อบุมดลูกและพัฒนาเป็นทารกต่อไป หากมีปัญหาเกิดขึ้นไม่ว่าจะขั้นตอนใดในกระบวนการนี้จะนําไปสู่ภาวะมีบุตรยาก

    ภาวะมีบุตรยากคืออะไร

    ภาวะมีบุตรยาก คือ การที่ผู้หญิงไม่สามารถตั้งครรภ์ได้หลังจากพยายามมีบุตรโดยการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกันอย่างสม่ำเสมอเป็นระยะเวลา 1 ปี แต่หากมีอายุ 35 ปีขึ้นไป และมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันอย่างสม่ำเสมอเป็นระยะเวลากว่า 6 เดือนแล้วไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ อาจถือว่ามีภาวะมีบุตรยาก โดยพบว่าอย่างน้อย 15 % ของคู่สมรสมีปัญหาในการตั้งครรภ์

    ภาวะมีบุตรยากอาการเป็นอย่างไร

    อาการหลักที่ชัดเจนที่สุดของภาวะมีบุตรยากคือ การไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ตามระยะเวลาที่กำหนด แต่ในผู้หญิงบางรายอาจมีอาการแฝงที่สามารถสังเกตได้ เช่น 

    • ประจำเดือนมาไม่ปกติ 
    • ประำเดือนมามากหรือน้อยเกินไป 
    • ปวดท้องประจำเดือนอย่างรุนแรง 
    • มีภาวะเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ 

    ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติในระบบสืบพันธุ์ที่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัย

    มีลูกยากเกิดจากอะไร เช็ก 5 สาเหตุหลักของภาวะมีบุตรยาก

    สาเหตุของภาวะมีบุตรยากแบ่งเป็น 5 สาเหตุหลัก ได้แก่

    1. ปัญหาการตกไข่ (Ovulation Factor) 

    พบได้ประมาณ 25% ของคู่สมรสที่มีบุตรยาก เกิดจากการที่รังไข่ทำงานผิดปกติ ทำให้ไม่มีการตกไข่ หรือตกไข่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) ความไม่สมดุลของฮอร์โมน (เช่น ไทรอยด์ หรือโพรแลกติน) รวมถึงปัจจัยด้านอายุ เมื่อผู้หญิงอายุมากขึ้น จำนวนและคุณภาพของไข่จะลดลง ทำให้ไข่ที่ตกมาไม่สมบูรณ์และไม่พร้อมสำหรับการปฏิสนธิ

    2. ปัญหาท่อนำไข่ (Tubal Factor) 

    ท่อนำไข่เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างไข่และอสุจิ หากมีการตีบหรือตัน การปฏิสนธิก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ (PID) การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่ปล่อยทิ้งไว้เรื้อรัง ประวัติการผ่าตัดในช่องท้องที่ทำให้เกิดพังผืด หรือภาวะท่อนำไข่บวมน้ำ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ตั้งครรภ์ตามธรรมชาติไม่ได้

    มีลูกยาก

    3. ปัญหาอสุจิ (Male Factor) 

    ปัญหาจากฝ่ายชายพบได้ประมาณ 40% ของคู่สมรสที่มีบุตรยาก โดยมักเกิดจากความผิดปกติของการสร้างอสุจิ เช่น น้ำเชื้อมีปริมาณตัวอสุจิน้อย ตัวอสุจิเคลื่อนไหวได้ไม่ดี หรือมีรูปร่างที่ผิดปกติ สาเหตุอาจมาจากพันธุกรรม ภาวะเส้นเลือดขอดที่ถุงอัณฑะ หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และการสัมผัสความร้อนบริเวณรอบลูกอัณฑะเป็นประจำ

    4. ปัญหาที่มดลูกและปากมดลูก (Uterine / Cervical Factor) 

    เกิดจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการฝังตัวของตัวอ่อน เช่น มีเนื้องอกในโพรงมดลูก ติ่งเนื้อ พังผืด หรือมีความผิดปกติของรูปร่างมดลูกแต่กำเนิด นอกจากนี้อาจเกิดจากปัญหาที่ปากมดลูก เช่น ภาวะปากมดลูกตีบตันจากการเคยผ่าตัดรักษาเซลล์ผิดปกติ (LEEP) หรือมูกที่ปากมดลูกมีความหนืดผิดปกติจนเป็นอุปสรรคต่อการแหวกว่ายของอสุจิ

    5. ปัญหาเยื่อบุภายในช่องท้อง (Peritoneal Factor) 

    พบได้สูงถึง 35% ในกลุ่มผู้หญิงที่หาสาเหตุอื่นไม่พบ โดยสาเหตุหลักคือ ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) หรือช็อกโกแลตซีสต์ ซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในอุ้งเชิงกราน นำไปสู่การเกิดแผลเป็นและพังผืดเกาะรัดอวัยวะสืบพันธุ์ ทำให้โครงสร้างทางกายวิภาคบิดเบี้ยว และสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมต่อการปฏิสนธิ

    ภาวะมีบุตรยากแบบไม่มีสาเหตุ

    มีลูกยาก

    ภาวะมีบุตรยากที่ไม่ทราบสาเหตุ (Unexplained Infertility) พบประมาณ 10% ของคู่สมรสที่มีภาวะมีบุตรยากที่มารับคำปรึกษาโดยการตรวจหาสาเหตุทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงแล้วไม่พบความผิดปกติใด ๆ ในกลุ่มนี้แพทย์จะแนะนำให้ทำการรักษาทันที โดยเริ่มจากวิธีฉีดน้ำเชื้อ (Intrauterine Insemination – IUI) ถ้าทำ IUI ไปสักระยะหนึ่งแล้วยังไม่ประสบความสำเร็จ (ประมาณ 3 – 6 รอบ) แพทย์จะพิจารณาทำเด็กหลอดแก้ว (In Vitro Fertilization – IVF) ต่อไป

    ตรวจหาสาเหตุภาวะมีบุตรยาก

    มีข้อมูลระบุว่าอย่างน้อย 25% ของคู่สมรสที่มีบุตรยากมักจะมีมากกว่าหนึ่งปัจจัยที่เป็นสาเหตุของการมีบุตรยากจึงเป็นสิ่งสําคัญมากที่แพทย์จะตรวจประเมินปัจจัยทั้งหมดจากทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงเพื่อหาสาเหตุและให้การรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสม 

    พูดคุยซักประวัติและวางแผนการตรวจหาสาเหตุมีบุตรยาก

    โดยแพทย์จะซักถามเกี่ยวกับ

    • ความถี่และความสม่ำเสมอของรอบประจําเดือน
    • อาการปวดท้องเวลามีประจำเดือน
    • ประวัติเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดหรือการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน
    • ประวัติการตั้งครรภ์และการแท้งบุตรก่อนหน้านี้
    • วิธีการคุมกําเนิดที่ผ่านมา
    • ฝ่ายชายหากมีประวัติเกี่ยวกับการบาดเจ็บหรือการผ่าตัดที่อวัยวะเพศหรือเคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองใน ซิฟิลิส ก็อาจจะทำให้มีปัญหาเชื้ออสุจิผิดปกติได้
    • ข้อมูลเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ เช่น ความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์ใน 1 สัปดาห์ ความเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ ความยากลําบากในการมีเพศสัมพันธ์ ปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัว ปัญหาเกี่ยวกับการหลั่งอสุจิ ล้วนมีความสำคัญ เพราะอาจเป็นปัจจัยที่ขัดขวางทำให้การตั้งครรภ์โดยวิธีธรรมชาติเป็นไปได้ยากขึ้น

    นอกจากการพูดคุยซักประวัติและวางแผนการตรวจหาสาเหตุมีบุตรยากแล้ว แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ที่มีสุขภาพดีในอนาคต ซึ่งรวมถึงการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ การรับประทานวิตามินเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ จากนั้นแพทย์จะเข้าสู่กระบวนการตรวจวินิจฉัยเชิงลึกตามสาเหตุต่าง ๆ

    การประเมินปัญหาการตกไข่และปริมาณไข่สำรอง

    การประเมินการตกไข่สามารถตรวจเบื้องต้นได้ด้วยตนเองผ่านชุดทดสอบฮอร์โมน LH ในปัสสาวะ ซึ่งจะสูงขึ้นประมาณ 24 – 36 ชั่วโมงก่อนไข่ตก แต่การตรวจวิธีนี้อาจมีผลลบลวงได้ง่าย การให้แพทย์ประเมินจึงเป็นทางเลือกที่แนะนำ โดยใช้อัลตราซาวนด์อุ้งเชิงกรานเพื่อดูขนาดฟองไข่ หรือเจาะเลือดดูค่าฮอร์โมนไทรอยด์และโพรแลกติน (Prolactin)

    นอกจากนี้ แพทย์จะทำการประเมินจำนวนไข่ในรังไข่ (Ovarian Reserve) ผ่านการเจาะเลือดดูระดับฮอร์โมน AMH และการทำอัลตราซาวนด์ทางช่องคลอดเพื่อนับจำนวนฟองไข่ (Antral Follicle Count) ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการช่วยคาดคะเนปริมาณฟองไข่ที่จะเติบโต ประเมินโอกาสสำเร็จในการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) และป้องกันความเสี่ยงจากภาวะรังไข่ตอบสนองต่อการกระตุ้นไข่มากเกินไป (OHSS)

    การตรวจความผิดปกติของท่อนำไข่

    การตรวจสอบความผิดปกติของท่อนำไข่ ทำได้โดยการตรวจเอกซเรย์ฉีดสี (Hysterosalpingogram – HSG) หากพบรูปแบบที่น่าสงสัยว่ามีการตีบตัน แพทย์อาจพิจารณาทำการผ่าตัดผ่านกล้องดูในอุ้งเชิงกราน (Laparoscopy) เพื่อประเมินและแก้ไข

    สำหรับผู้หญิงที่ผลตรวจยืนยันว่าท่อนำไข่ตีบตันทั้งสองข้าง จะต้องเปลี่ยนไปใช้วิธีทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) แทน นอกจากนี้ ในรายที่พบว่าท่อนำไข่ตีบตันและบวมน้ำร่วมด้วย (Hydrosalpinx) แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดท่อนำไข่ที่บวมน้ำออกก่อน เพื่อปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมก่อนย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก

    การตรวจอสุจิเพื่อหาสาเหตุจากฝ่ายชาย

    การตรวจอสุจิ (Semen Analysis) เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยวิเคราะห์คุณภาพ ปริมาณ การเคลื่อนไหว และความสมบูรณ์ของรูปร่างอสุจิ โดยฝ่ายชายควรงดเว้นการหลั่งน้ำเชื้อ 3 – 7 วันก่อนตรวจ และเก็บอสุจิส่งห้องปฏิบัติการภายใน 1 ชั่วโมง หากผลตรวจอสุจิมีความผิดปกติ แพทย์จะเจาะเลือดดูฮอร์โมน หรือเจาะชิ้นเนื้อลูกอัณฑะ (Testes Biopsy) ในกรณีที่ไม่พบตัวอสุจิในน้ำเชื้อเลย สำหรับรายที่มีเส้นเลือดขอดที่ถุงอัณฑะ จะได้รับการส่งตัวไปตรวจเพิ่มเติมกับแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ (Urologist)

    การวินิจฉัยปัญหาที่มดลูกและปากมดลูก

    ความผิดปกติที่โพรงมดลูก เช่น เนื้องอก ติ่งเนื้อ หรือพังผืด จำเป็นต้องอาศัยการอัลตราซาวนด์อุ้งเชิงกราน (Pelvic Ultrasound) การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI Pelvis) การฉีดน้ำเกลือเข้าไปในโพรงมดลูก (Saline Instillation Sonohysterography) หรือการส่องกล้องตรวจโพรงมดลูก (Diagnostic Hysteroscopy) ส่วนสาเหตุจากปากมดลูก มักพบในผู้หญิงที่เคยผ่าตัดปากมดลูก (LEEP) ซึ่งอาจเกิดการผิดรูปหรือตีบตันจนกลายเป็นสาเหตุของการมีบุตรยากได้

    การตรวจเยื่อบุภายในช่องท้องและภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

    การวินิจฉัยภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) หรือการเกิดพังผืดในช่องท้อง ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านการผ่าตัดผ่านกล้องดูในอุ้งเชิงกราน (Diagnostic Laparoscopy) ซึ่งแพทย์สามารถวินิจฉัยและรักษาได้จบในขั้นตอนเดียว หากส่องกล้องพบรอยโรคหรือช็อกโกแลตซีสต์ที่รังไข่ แพทย์จะทำการจี้ไฟฟ้าเพื่อทำลายรอยโรค เลาะพังผืด เลาะถุงน้ำ และฉีดสีประเมินการตีบตันของท่อนำไข่ไปพร้อมกันในคราวเดียว

    ภาวะการมีบุตรยากมีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้าง

    ปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์วิธีแก้ไขภาวะการมีบุตรยาก มีหลากหลายแนวทางเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการมีลูกให้แก่คู่สมรส โดยขั้นตอนการรักษาผู้มีบุตรยากมีตั้งแต่การให้คำปรึกษาปรับพฤติกรรม ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ทันสมัย ดังนี้

    • การฉีดเชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรง (IUI – Intrauterine Insemination): เป็นการคัดกรองอสุจิที่แข็งแรงและฉีดเข้าไปในโพรงมดลูกโดยตรงในช่วงที่ฝ่ายหญิงมีการตกไข่ เพื่อลดระยะการเดินทางของอสุจิและเพิ่มโอกาสให้อสุจิสามารถปฏิสนธิกับไข่ได้ง่ายขึ้น
    • การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF – In Vitro Fertilization): เป็นการนำไข่และอสุจิออกมาผสมกันในจานเพาะเลี้ยงนอกร่างกาย เพื่อให้เกิดการปฏิสนธิกลายเป็นตัวอ่อน จากนั้นแพทย์จะทำการย้ายตัวอ่อนที่เจริญเติบโตแล้วกลับเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อให้เกิดการฝังตัวและตั้งครรภ์
    • การทำอิ๊กซี่ (ICSI – Intracytoplasmic Sperm Injection): เป็นเทคนิคที่ต่อยอดมาจากการทำ IVF โดยนักวิทย์จะคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรง 1 ตัว เจาะฉีดเข้าไปในเนื้อไข่โดยตรง มักใช้ในกรณีที่อสุจิของฝ่ายชายมีปัญหาความแข็งแรงหรือมีปริมาณน้อย
    • เทคโนโลยีการตรวจหาความผิดปกติทางพันธุกรรมระยะก่อนฝังตัว (PGT-A และ PGT-M): เป็นการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมและพันธุกรรมของตัวอ่อนก่อนนำไปฝังตัวในโพรงมดลูก เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ทารกที่แข็งแรง และช่วยลดความเสี่ยงในการแท้งบุตร

    ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมดูแลทุกความหวัง

    หากคู่รักคู่ใดกำลังประสบกับปัญหาภาวะมีบุตรยากไม่ต้องกังวลใจ ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลกรุงเทพ มีทีมแพทย์ที่มีความชำนาญและทีมสหสาขาวิชาชีพที่มากด้วยประสบการณ์ พร้อมให้การดูแลในทุกขั้นตอนด้วยมาตรฐานทางการแพทย์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ และเติมเต็มครอบครัวของคุณให้สมบูรณ์

    สรุปบทความ

    หากคู่รักคู่ใดประสบกับภาวะมีบุตรยากไม่ต้องกังวลใจ เพราะปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์มีหลายวิธีที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการมีลูก ไม่ว่าจะเป็นการฉีดเชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรง (IUI – Intrauterine Insemination) การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF – In Vitro Fertilization) และการทำอิ๊กซี่ (ICSI – Intracytoplasmic Sperm Injection) รวมทั้งเทคโนโลยีการตรวจหาความผิดปกติทางพันธุกรรมระยะก่อนฝังตัว (PGT-A และ PGT-M) 

    ซึ่งศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลกรุงเทพ มีแพทย์ที่มีความชำนาญและทีมสหาสาขาวิชาชีพที่มากด้วยประสบการณ์ พร้อมให้การดูแลในทุกขั้นตอนด้วยมาตรฐานระดับสากลเพื่อโอกาสที่ดีที่สุดในการตั้งครรภ์ เติมเต็มครอบครัวให้สมบูรณ์


    คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับภาวะมีบุตรยาก

    1. อายุเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าเข้าข่าย ตั้งครรภ์ยาก

    หากฝ่ายหญิงอายุต่ำกว่า 35 ปี และมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอโดยไม่ป้องกันเป็นเวลา 1 ปีแล้วยังไม่ตั้งครรภ์ จะถือว่าเข้าข่ายมีบุตรยาก แต่หากฝ่ายหญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป ระยะเวลาพิจารณาจะลดลงเหลือเพียง 6 เดือน ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางแก้ไข

    2. ผู้ชายมีส่วนทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากหรือไม่

    มีส่วนอย่างมาก ข้อมูลพบว่าประมาณ 40% ของปัญหาภาวะมีบุตรยากเกิดจากปัจจัยทางฝ่ายชาย เช่น อสุจิมีปริมาณน้อย การเคลื่อนไหวผิดปกติ หรือรูปร่างอสุจิไม่สมบูรณ์ การตรวจน้ำเชื้อจึงเป็นขั้นตอนแรก ๆ ที่มีความสำคัญไม่แพ้การตรวจของฝ่ายหญิง

    3. นอกจากการพบแพทย์ มีวิธีเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์อย่างไรบ้าง

    นอกจากการรักษาทางการแพทย์ แพทย์จะแนะนำให้ปรับพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดี เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ทานวิตามินเตรียมความพร้อม หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ สารเสพติด และการจัดการความเครียด เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมต่อการตั้งครรภ์

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    พญ. ชุตินาท อิ่มเอม

    สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

    เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

    พญ. ชุตินาท อิ่มเอม

    สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

    เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

    ชั้น 5 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดบริการทุกวัน เวลา 8.00 - 17.00 น.

    0 2310 3014

    0 2310 3015

    0 2310 3000

    1719

    [email protected]

    BHQFertility

    ประหยัดเวลาค้นหาแพทย์ด้วยตัวเอง

    ให้ AI ช่วยประเมินอาการและแนะนำแพทย์ที่เหมาะสม

    AI เลือกแพทย์ให้

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ชุดตรวจสุขภาพก่อนวิวาห์ระดับเอลิท (คัดกรอง SMA โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็กและธาลัสซีเมีย)ชุดตรวจสุขภาพก่อนวิวาห์ระดับเอลิท (คัดกรอง SMA โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็กและธาลัสซีเมีย)
    ชุดตรวจสุขภาพก่อนวิวาห์ระดับเอลิท (คัดกรอง SMA โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็กและธาลัสซีเมีย)

    รายละเอียด
    แพ็กเกจการฝากไข่ แช่แข็งไข่แพ็กเกจการฝากไข่ แช่แข็งไข่
    แพ็กเกจการฝากไข่ แช่แข็งไข่

    110,000 - 120,000 บาท

    รายละเอียด
    PGT-A การตรวจโครโมโซมตัวอ่อนก่อนการฝังตัวPGT-A การตรวจโครโมโซมตัวอ่อนก่อนการฝังตัว
    PGT-A การตรวจโครโมโซมตัวอ่อนก่อนการฝังตัว

    83,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    การทำ ICSI คืออะไร เหมาะกับใคร มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง Image
    การทำ ICSI คืออะไร เหมาะกับใคร มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง
    ครบทุกมิติ ตอบโจทย์ทุกการดูแล เรื่องแม่และเด็กที่ รพ.กรุงเทพ Image
    ครบทุกมิติ ตอบโจทย์ทุกการดูแล เรื่องแม่และเด็กที่ รพ.กรุงเทพ
    เจาะลึกขั้นตอนการฝากไข่ แช่แข็งไข่ เพื่อคนอยากมีลูกในวันที่พร้อม Image
    เจาะลึกขั้นตอนการฝากไข่ แช่แข็งไข่ เพื่อคนอยากมีลูกในวันที่พร้อม
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ