ฟิตแอนด์เฟิร์มด้วยนวัตกรรมสลายไขมันจากความเย็น

3 นาทีในการอ่าน
ฟิตแอนด์เฟิร์มด้วยนวัตกรรมสลายไขมันจากความเย็น

แชร์

วัยที่ล่วงเลยทำให้การเปลี่ยนแปลงของรูปร่างจัดการได้ยากกว่าเดิม คนจำนวนไม่น้อยต้องหันไปเข้าฟิตเนสออกกำลังกายอย่างหนักเพื่อกระชับหุ่นให้ยังคงฟิต ไม่มีไขมันส่วนเกินมาคอยกวนใจ แต่การเผาผลาญของร่างกายที่ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น ทำให้การแก้ปัญหาทำได้อย่างยากลำบาก ต่อให้ควบคุมอาหารและออกกำลังกายหนักแค่ไหนก็ยังคงมีไขมันส่วนเกินและไขมันสะสมให้เห็น ทั้งบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา และสะโพก จนต้องหาตัวช่วยที่จัดการกับไขมันส่วนเกินอย่างได้ผล ด้วยนวัตกรรมคลื่นความเย็น หรือ “Coolsculpting” ที่มีเทคนิคส่งผ่านความเย็นระดับจุดเยือกแข็งลงไปใต้ชั้นผิว เข้าสู่ชั้นไขมันโดยไม่ทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อส่วนอื่น นับเป็นวิธีการกำจัดไขมันอีกรูปแบบหนึ่งที่ให้ผลน่าพอใจ


รู้จัก COOLSCULPTING 

Coolsculpting เป็นเทคโนโลยีช่วยสลายไขมันส่วนเกินด้วยความเย็นที่มีประสิทธิภาพสูง ทำงานด้วยการส่งคลื่นความเย็นในอุณหภูมิ 4 – 7 องศาเซลเซียสลงไปใต้ชั้นผิวหนังเข้าสู่ชั้นไขมันด้วยความเย็นที่คงที่ จะทำให้เซลล์ไขมันแข็งตัวและเริ่มทำลายตัวเองภายใน 3 วัน โดยเซลล์ไขมันจะตายแบบธรรมชาติ หลังจากนั้นภายใน 14 วัน จะเริ่มถูกกำจัดออกจากร่างกายทางระบบน้ำเหลือง ซึ่งเป็นวิธีการขจัดไขมันแบบถาวร ไม่ทำให้เกิดพังผืดใต้ผิวหนัง และไม่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง เทคโนโลยีนี้จึงเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ไม่ต้องการเจ็บตัว และไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นเหมือนการผ่าตัด โดยแพทย์ผู้ชำนาญการจะเป็นผู้วิเคราะห์และประเมินรูปแบบการสลายไขมันด้วยคลื่นความเย็นเพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยขั้นตอนการทำทรีตเมนต์จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง อีกทั้งตัวเครื่องจะปรับอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ก่อนที่จะส่งคลื่นความเย็นเข้าไปในชั้นใต้ผิวหนังเพื่อขจัดเซลล์ไขมันเท่านั้น

photo

 

ขั้นตอนการทำ COOLSCULPTING 

Coolsculpting เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาไขมันบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา สะโพก ช่วยยกกระชับสัดส่วนและสลายไขมันโดยไม่ต้องผ่าหรือเจาะ ไม่มีบาดแผล และไม่ต้องพักฟื้น โดยทีมแพทย์จะทำการประเมินพื้นที่สำหรับกำจัดไขมัน จากนั้นจะติดตั้งเครื่องมือเข้ากับผิวหนังบริเวณที่จะทำการรักษา เครื่องจะปล่อยคลื่นความเย็นต่อเนื่อง โดยใช้เวลาประมาณ 60 นาที ช่วงเวลา 5 – 10 นาทีแรก คนไข้จะรู้สึกตึงหรือบีบรัดในบริเวณที่ทำการรักษาและอาจจะมีความรู้สึกเย็นในบริเวณดังกล่าว ก่อนที่อาการจะเบาบางลงจนกลายเป็นอาการชา ซึ่งระหว่างทำการรักษาสามารถผ่อนคลายด้วยการอ่านหนังสือเล่มโปรด ดูโทรทัศน์ หรือฟังเพลงไปพร้อม ๆ กันได้


COOLSCULPTING ช่วยกำจัดไขมัน

เมื่อเซลล์ไขมันถูกคลื่นความเย็นจะค่อย ๆ สลายตัว และถูกร่างกายขับออกไปในที่สุด ซึ่งโดยเฉลี่ยชั้นไขมันที่ถูกกำจัดด้วยเทคนิค Coolsculpting จะลดลงได้ประมาณร้อยละ 20 และลดลงได้อีกหากทำซ้ำในบริเวณเดียวกัน Coolsculpting มีประสิทธิภาพในการกำจัดไขมันได้ถึงร้อยละ 20 – 25 และปรากฏผลใน 3 สัปดาห์ โดยจะเห็นชัดเจนมากขึ้นในเดือนที่ 3 หลังจากเซลล์ไขมันถูกกำจัดออกไป ชั้นไขมันใต้ผิวหนังจะเกิดการจัดเรียงตัวใหม่และบางลงอย่างเห็นได้ชัด ผิวหนังเรียบเนียน สัดส่วนจะกระชับขึ้น

ซึ่งเทคนิคนี้เป็นการรักษาที่ไม่ใช่การผ่าตัดหรือเจาะจึงไม่มีบาดแผล ไม่ต้องฉีดยาหรือใช้ยาชาเฉพาะจุด ทำให้ผู้รับบริการรักษาไม่ต้องพักฟื้น และสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมและต้องการกำจัดไขมันเฉพาะส่วน อาทิ คุณแม่หลังคลอดที่ต้องการลดและกระชับสัดส่วน ผู้ที่มีหน้าท้องและไขมันส่วนเกินบริเวณเอว สะโพก ต้นขา ปีกหลังใต้วงแขน และใต้คาง แต่หากต้องการให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอาจใช้เทคโนโลยีอื่นในการรักษาควบคู่กันไป เช่น เทคโนโลยี Exilis Elite ที่ช่วยในการยกกระชับ และสร้างความเรียบเนียนให้กับผิวมากยิ่งขึ้น

 

ข้อจำกัดของ COOLSCULPTING 

สำหรับผู้ที่แพ้ความเย็น มีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ตลอดจนผู้ที่ติดอุปกรณ์ใด ๆ ในร่างกาย อาทิ เครื่องกระตุ้นหัวใจควรหลีกเลี่ยง ส่วนผู้ป่วยที่พึ่งเข้ารับการผ่าตัดบริเวณที่จะทำการรักษาควรหลีกเลี่ยงจากการทำ Coolsculpting ในช่วง 8 เดือนแรก 



อย่างไรก็ตามการมีสุขภาพที่ดีและมีสัดส่วนอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจทำได้โดยการรับประทานอาหารและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เช่น ออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ตามความชื่นชอบ เพราะจะทำได้นานและสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ไขมันพอกพูนมากขึ้น ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว หลีกเลี่ยงขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มที่มีรสหวาน เน้นทานผักผลไม้ และงดรับประทานเนื้อสัตว์ที่มีมันมากควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีช่วยแก้ปัญหาได้ทั้งเรือนร่าง สามารถแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอยบนใบหน้า ลำคอ ต้นแขน และหน้าท้อง ที่ใช้ได้ทั้งหญิงและชาย อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้แข็งแรงยิ่งกว่าเดิมด้วย


สอบถามเพิ่มเติมที่
ศูนย์ผิวหนังและความงาม
ชั้น 5 อาคารบางกอกพลาซ่า โรงพยาบาลกรุงเทพ
จันทร์ - เสาร์ 8.00 - 18.00 น.
อาทิตย์ 8.00 - 17.00 น.

แชร์