Thai
EN / TH
Hospital Hotline
Call : +662 310-3000
or 1719 (Local calls)

Cancer Care Excellence / Centers & Clinics

Cancer Care Excellence / Centers & Clinics

ศูนย์เพทซีที วัฒโนสถ

ให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งและอื่นๆ ด้วยเครื่อง PET/CT Scan (Positron Emission Tomography/Computed Tomography) พร้อมทั้งมีเครื่องไซโคลตรอน (Cyclotron) และห้องปฏิบัติการผลิตสารเภสัชรังสีที่ใช้ในการตรวจหาโรคมะเร็งและโรคทางสมองด้วยเครื่อง PET/CT Scan เช่น สาร F-18 FDG, F-18 NaF, F-18 FD0PA และ C-11 PiB

เครื่อง PET/CT Scan คืออะไร ?

เครื่อง PET/CT Scan เป็นนวัตกรรมทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์และเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานใหม่ของการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งชนิดก้อนเกือบทุกชนิด โดยผสมผสานเอาเครื่อง PET scan (Positron Emission Tomography) ที่สามารถตรวจพบความผิดปกติของเนื้อเยื่อมะเร็งในระดับชีวะเคมีภายในเซลล์ ร่วมกับเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computed Tomography) ที่สามารถตรวจพบความผิดปกติระดับกายภาพ

เมื่อนำการตรวจทั้ง 2 ชนิดมารวมในเครื่องเดียวกันทำให้ผลการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งมีความแม่นยำสูง โดยสามารถระบุตำแหน่งรอยโรคควบคู่กับการทำงานระดับเซลล์ อีกทั้งยังสามารถวินิจฉัยการกระจายของมะเร็งซึ่งอาจไม่พบในการตรวจอื่น ทำให้การกำหนดระยะของโรคมะเร็งถูกต้องขึ้นกว่าเดิม เป็นผลให้การรักษามีประสิทธิภาพและถูกต้องตามระยะโรคมากขึ้น 

ในระหว่างการรักษาโรคมะเร็ง เครื่อง  PET/CT ยังช่วยแพทย์ประเมินการรักษาว่ามะเร็งนั้นตอบสนองต่อการรักษานั้นดีหรือไม่ ทำให้สามารถเปลี่ยนการรักษาได้ทันท่วงที นอกจากนี้ PET/CT ยังช่วยแพทย์ให้สามารถตรวจพบการกลับเป็นซ้ำของโรคได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และให้การรักษาก่อนที่โรคจะลุกลามมากขึ้น

 

เครื่องเพทซีที สแกน พร้อมระบบ Flow Motion นวัตกรรมที่ช่วยในการวินิจฉัยโรคมะเร็ง

เครื่องเพทซีที พร้อมด้วยระบบ Flow Motion เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ทำให้การสแกนเป็นการไปอย่างต่อเนื่องและราบรื่น นอกจากการสแกนที่จะใช้ระยะเวลาสั้นลงแล้ว ผู้ป่วยจะรู้สึกสบายและไม่อึดอัด เมื่อเปรียบเทียบกับระบบเพทซีทีแบบเดิม

  • รายละเอียดภาพคมชัดสูงสุดในทุกระบบอวัยวะ
  • แม่นยำและถูกต้องทุกมิติ
  • สแกนได้อย่างรวดเร็ว
  • ให้ความรู้สึกสบายสำหรับผู้ป่วยทุกราย

 

มะเร็งที่สามารถตรวจได้ด้วยเครื่อง PET/CT

ปัจจุบัน PET/CT สามารถตรวจมะเร็งชนิดก้อนได้เกือบทุกชนิด มีเพียงมะเร็งบางชนิดที่การใช้ยังมีข้อจำกัดอยู่ เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งในสมอง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาสารเภสัชรังสีใหม่ที่สามารถนำมาใช้ตรวจมะเร็งเหล่านี้ร่วมกับ PET/CT   ซึ่งการตรวจวินิจฉัยด้วย PET/CT มากกว่า 90% ตรวจโดยใช้สารเภสัชรังสี FDG ส่วนสารเภสัชรังสีอื่นๆ ที่มีใช้ ได้แก่ FDOPA และ NaF เป็นต้น  นอกจากนี้ เครื่อง PET/CT ยังสามารถใช้ตรวจความผิดปกติของร่างกายในโรคอื่นๆ เช่น โรคความจำเสื่อม  โรคพาร์กินสัน  และ โรคลมชัก

 

กระบวนการตรวจ PET/CT scan

การตรวจด้วย PET/CT scan จะเริ่มจากการฉีดสารเภสัชรังสี ซึ่งเป็นกลูโคสชนิดพิเศษที่มีรังสีอยู่ในตัวเข้าสู่ร่างกาย น้ำตาลพิเศษนี้จะซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ชนิดของเนื้อเยื่อ แล้วเปล่งรังสีออกมาจากเนื้อเยื่อนั้น แพทย์จะใช้เครื่อง PET Scan ถ่ายภาพรังสีในร่างกายดังกล่าวทำให้ได้ภาพเป็นร่างกายที่เรืองแสง

ประเด็นสำคัญอยู่ที่มะเร็งชนิดก้อน (solid tumor) หลายชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งหลังโพรงจมูก มะเร็งเต้านม เป็นต้น สามารถจับน้ำตาลชนิดพิเศษนี้ได้มากกว่าเนื้อเยื่อปกติ ทำให้เราเห็นเป็นจุดสว่างเรืองแสงชัดเจนกว่า การเรืองแสงของเนื้อเยื่อปกติในร่างกาย ทำให้แพทย์สามารถตรวจพบมะเร็งนั้นได้ ในผู้ป่วยบางรายที่มีการกระจายของมะเร็งไปในอวัยวะต่างๆ จุดเรืองแสงเหล่านี้จะปรากฏให้เห็นอยู่ในอวัยวะนั้น ๆ ขบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นในระดับของชีวเคมีภายในเซลล์ (metabolism) ซึ่งโดยหลักการความผิดปกติ ของเซลล์มะเร็งจะมีความผิดปกติของชีวเคมีภายในเซลก่อนที่จะเห็นด้วยตาหรือการตรวจทางด้านรังสีอื่นๆ ทำให้ PET scan เป็นการตรวจที่มีความไว (sensitivity) สูงมาก

“มีรายงานการศึกษาจำนวนมากที่ระบุว่า PET/CT scan ช่วยให้การกำหนดระยะของโรคถูกต้องขึ้น ในแง่ของการเป็นมาตรวัดการรักษา PET/CT scan จะช่วยบอกแพทย์ให้ทราบว่า โรคมะเร็งนั้นตอบสนองต่อการรักษาที่ให้หรือไม่ ถ้าไม่ตอบสนอง แพทย์ก็สามารถเปลี่ยนชนิดของยา หรือการรักษาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ทำให้ลดผลข้างเคียงจากยาและลดค่าใช้จ่ายจากการรักษาที่ไม่เกิดประโยชน์นั้นๆ ตัวอย่างที่เด่นชัดมากในกรณีนี้คือ การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งพบว่า PET/CT เข้าไปมีบทบาทแทบจะทุกขั้นตอนของการรักษา”

 

ข้อควรระวังสำหรับการตรวจ PET/CT

ผู้รับการตรวจที่ตั้งครรภ์จำเป็นต้องได้รับการประเมินถึงผลดีและผลเสียอย่างละเอียด สำหรับผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรังต่างๆ ไม่เป็นข้อห้ามสำหรับการตรวจ การตรวจนี้จะไม่ทำให้โรคดังกล่าวรุนแรงขึ้น ผู้ป่วยเบาหวานสามารถรับการตรวจได้เช่นกัน เพียงแต่ต้องมีการปรับยาเบาหวานที่ใช้อยู่เล็กน้อยก่อนการตรวจ

 

การเตรียมผู้รับการตรวจ

การเตรียมตัวก่อนการตรวจ PET/CT scan ขึ้นกับชนิดของโรคและสารเภสัชรังสีที่ใช้ โดยหลักการเตรียมตัวทั่วไปก่อนตรวจโดยใช้สารเภสัชรังสี FDG ได้แก่ 

  • น้ำตาลในเลือดของเช้าวันตรวจไม่ควรเกิน 200 mg/dL
  • ไม่รับประทานอาหารหรือได้รับสารน้ำซึ่งมีองค์ประกอบของน้ำตาลอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนการตรวจ
  • ผู้ป่วยเบาหวานควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการปรับยาเบาหวานก่อนการตรวจ PET/CT ด้วยสารเภสัชรังสีชนิดอื่นมีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป ผู้รับการตรวจควรรับคำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนการตรวจจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

 

ลิ๊งค์ที่เกี่ยวข้อง:

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่: ศูนย์เพทซีที วัฒโนสถ โรงพยาบาลวัฒโนสถ
เปิดบริการทุกวัน โทร. 1719