Thai
EN / TH
Hospital Hotline
Call : +662 310-3000
or 1719 (Local calls)

All About Cancer

All About Cancer


อีกก้าวของเทคโนโลยีการรักษามะเร็งระบบโลหิต , ศ.นพ. สุรพล อิสรไกรศีล

โดย ศ.นพ. สุรพล อิสรไกรศีล
ผู้อำนวยการศูนย์โลหิตวิทยา โรงพยาบาลวัฒโนสถ


ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบัน ไม่ว่าโรคภัยจะมีความร้ายแรงมากเพียงใด ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถหายขาดจากโรคหรือสามารถควบคุมให้โรคสงบได้นานและสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติหากได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม้เว้นแม้กระทั่งผู้ป่วยโรคมะเร็งระบบโลหิต เช่นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันที่ถือเป็นมะเร็งชนิดที่ร้ายแรงที่สุด

 

หนึ่งโรงพยาบาลที่ถือเป็นผู้นำในการรักษาโรคมะเร็งระบบโลหิตของไทยคือโรงพยาบาลวัฒโนสถ ซึ่งไม่เพียงนำร่องการรักษามะเร็งกลุ่มนี้ด้วยวิธีการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดหรือสเต็มเซลล์ หากยังก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยการปลูกถ่ายที่ผู้ป่วยสามารถรับสเต็มเซลล์ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่ตรงกันแค่เพียงครึ่งเดียว “ในระยะเวลา 5-10 ปีที่ผ่านมามีวิวัฒนาการในการบำบัดรักษาเกี่ยวกับโรคมะเร็งระบบเลือดมากขึ้น ทำให้มีคนไข้ที่ได้รับการวินิจฉัย รักษา และมีโอกาสที่จะหายขาดมากขึ้น ในกรณีที่ไม่หายขาดก็สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

การรักษาล่าสุดที่เรียก Targeted Therapy หรือการรักษาโดยมุ่งเป้าหมายไปที่การเกิดโรคโดยตรง เช่นใช้แอนตี้บอดี้ หรือใช้ยาที่สามารถยับยั้งการเกิดโรคโดยตรง และที่ถือว่าก้าวหน้าที่สุดคือการรักษาด้วยวิธีปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ โดยเฉพาะในโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันหรือลูคีเมียเฉียบพลัน ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคมะเร็งชนิดที่ร้ายแรงที่สุด ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม คนไข้จะเสียชีวิตภายในเวลา 6 เดือน โรคที่มีความร้ายแรงแบบนี้ ถ้ารักษาหายก็เหมือนปาฏิหาริย์ เปรียบเสมือนคนไข้ได้ตายไปแล้วเกิดใหม่

 

ขั้นตอนการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันคือการให้เคมีบำบัด เมื่อโรคสงบแล้ว ต้องป้องกันไม่ให้โรคกลับมาด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ โดยปัจจุบันโรงพยาบาลของเราใช้เทคโนโลยีล่าสุดที่ประสบความสำเร็จมาแล้วคือการใช้สเต็มเซลล์จากผู้บริจาคสายเลือดเดียวกัน ซึ่งอาจจะเป็นพ่อแม่ พี่น้อง หรือลูกที่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปลูกถ่ายอวัยวะ หรือ Human Leukocyte Antigen (HLA) ที่เหมือนกับผู้รับเพียงครึ่งเดียวก็สามารถทำการปลูกถ่ายได้ผลสำเร็จ ซึ่งเมื่อก่อนต้องใช้ผู้ให้ที่มี HLAเหมือนกันทั้งหมด100% ถ้าเป็นพี่น้องโอกาสที่จะมี HLA เหมือนกันเพียง 25 % หากจะใช้ผู้ให้ที่เป็นผู้บริจาค ซึ่งเราอาจจะเคยเห็นกันในข่าวที่คนไข้บางรายเลือกจะรอสเต็มเซลล์ที่มีคนมาบริจาคให้กับทางสภากาชาดไทย เขาต้องใช้เวลารอนานมากกว่าจะเจอคนที่มีเซลล์ที่ตรงกัน ดังนั้นเพื่อไม่ให้การรักษาล่าช้าและโรคไม่เป็นกลับมาอีก คนไข้ควรเลือกการปลูกถ่ายด้วยเทคโนโลยีล่าสุดจะดีกว่า โดยใช้ผู้บริจาคที่มี HLA ที่ไม่ตรงกันทั้งหมด เหมือนเพียง 50% ก็สามารถเข้าสู่ขั้นตอนการรักษาได้ 

 

โรงพยาบาลวัฒโนสถเป็นผู้นำทางด้านนี้ ได้ปลูกถ่ายคนไข้ด้วยวิธีนี้ไปหลายราย คนไข้ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะการปลูกถ่ายที่ใช้เซลล์หรือเนื้อเยื่อที่ไม่เหมือนกัน 100% อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นได้ ทั้งระบบภูมิคุ้มกัน การไม่ยอมรับ หรือมีปฏิกิริยาต่อต้านจากเซลล์ที่นำเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งแน่นอนว่าหากไม่ได้อยู่ในความดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ความเสี่ยต่อการเสียชีวิตก็จะมีสูงขึ้น ฉะนั้นทางที่ดีที่สุดคือต้องเลือกสถานพยาบาลที่ไว้ใจได้เท่านั้น”

 

นอกจากการรักษาด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดแล้ว โรงพยาบาลวัฒโนสถยังถือได้ว่าเป็น One-Stop Service ในการรักษาโรคมะเร็ง เพราะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในหลายสาขาวิชาในการดูแลผู้ป่วย “คนไข้มะเร็งระบบโลหิตมักมีความผิดปกติในหลายระบบ ดังนั้นการดูแลผู้ป่วยต้องใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในหลายสาขาวิชามาร่วมกันทำงาน โดยมีแพทย์โลหิตวิทยาดูแลเป็นหลัก หากมีปัญหาเกี่ยวกับระบบต่างๆ เช่นไต ทางเดินอาหาร หรือสมอง ผู้ป่วยมั่นใจได้ว่าจะมีแพทย์เฉพาะทางคอยดูแล ไม่ต้องย้ายไปรักษาอาการต่างๆ ที่สถานพยาบาลอื่น ที่นี่เรามุ่งเน้นในการรักษาผู้ป่วยในเคสที่ยาก ใช้วิธีการรักษาล่าสุดที่ได้ผลดี ด้วยความคาดหวังให้ผู้ป่วยมีโอกาสในการหายขาดสูงที่สุด”

 

ไม่เพียงการดูแลผู้ป่วยทางด้านร่างกาย ทางโรงพยาบาลยังให้ความสำคัญกับเรื่องของจิตใจซึ่งเป็นส่วนสำคัญไม่แพ้กันในการรักษาโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งระบบโลหิต “โรคนี้เป็นโรคร้ายแรง ความเข้าใจเกี่ยวกับโรค การปฏิบัติตัวระหว่างการรักษา และได้รับการรักษาไปแล้ว ทั้งผู้ป่วยและคนที่อยู่รอบข้าง ญาติ พ่อแม่ พี่น้อง สามีภรรยา ลูกหลาน ทุกคนต้องรู้ต้องทราบ ซึ่งเราก็มีจัดกิจกรรมที่เรียกว่า สัมมนาประชาชน ซึ่งจะเป็นการพบปะกันระหว่างคนไข้ พยาบาล แพทย์ เจ้าหน้าที่ มาแชร์กันว่ารับการรักษาไปแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ผ่านความทุกข์ทรมานมาได้อย่างไร ต้องปรับตัว ปรับใจอย่างไรถึงจะผ่านพ้นวิกฤติมาได้ โดยกิจกรรมรูปแบบนี้เราจัดขึ้นทำทุกปี ปีนี้ก็จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 26-27 มีนาคมที่กำลังจะถึง ซึ่งจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 10 ครอบครัว โดยเน้นครอบครัวที่มีสมาชิกป่วยเป็นโรคลูคีเมียเฉียบพลันเป็นหลัก ทั้งที่กำลังรักษาอยู่และที่ได้รับการรักษาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้ที่ไม่ได้ไปร่วมงานสามารถรับความรู้จากงานนี้ได้เหมือนกัน จะมีทีมงานของโรงพยาบาลเก็บภาพบรรยากาศและความรู้ทั้งหมดมาแชร์ในโซเชียลมีเดีย และเว็บไซต์ของโรงพยาบาล”

 

นอกเหนือจากความทุ่มเทในการรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสร้างกำลังใจให้ผู้ป่วยได้ต่อสู้กับโรคร้ายอย่างเข้มแข็งแล้ว ศ.นพ. สุรพล อิสรไกรศีล ยังทำหน้าที่เป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนไข้ทุกคนอีกด้วย “ประโยคที่ผมเน้นย้ำเสมอคือ ป่วย...แล้วต้องให้ได้อะไรบ้าง มะเร็งเป็นโรคร้าย คนเป็นส่วนใหญ่ก็จะรู้สึกว่าเป็นความโชคร้าย เป็นทุกข์ ในฐานะที่เป็นคนรักษา ผมเจอคนไข้มาเยอะ การเป็นโรคไม่ว่าจะโรคอะไรก็ไม่ได้มีแต่ความแง่ร้ายอย่างเดียว เราต้องพยายามมองในแง่บวกเข้าไว้ด้วย บางคนเป็นมะเร็งคือการเปลี่ยนชีวิต บางคนมุ่งจะทำงานอย่างเดียว ไม่สนใจคนรอบตัว พอเจ็บป่วยก็กลับมาคิดได้ว่าต้องดูแลตัวเอง ดูแลจิตใจให้มีความสุข รวมไปถึงใจของคนรอบข้างด้วย และที่เน้นย้ำมากๆ คือต้องทำประโยชน์อะไรให้กับส่วนรวม คือเป็นมะเร็งแล้วต้องให้ได้อะไร เป็นมะเร็งถือเป็นโอกาสของชีวิต ขอยกมาสักหนึ่งตัวอย่าง ผมมีคนไข้คนหนึ่ง เขาใช้ช่วงเวลาว่างระหว่างมาปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ด้วยการคิดโปรแกรมสำหรับอ่านหนังสือให้คนตาบอด ซึ่งเกิดประโยชน์อย่างมาก ชีวิตเขาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

 

นอกจากผู้ป่วยคนนี้แล้วก็ยังมีอีกหลายคนที่ชีวิตเปลี่ยนไปในที่ดีขึ้นเพราะมะเร็ง ซึ่งผมจะขอยกคำพูดบางส่วนของพวกเขามาเป็นส่วนหนึ่งที่จะมาสร้างกำลังใจกับผู้ที่กำลังต่อสู้กับมะเร็ง รวมถึงคนรอบข้างที่กำลังดูแลคนที่รักที่กำลังเผชิญกับโรคร้ายให้สู้ไปพร้อมๆ กัน”

 

ความสุขที่แท้จริง

“สำหรับการจัดลำดับความสำคัญในชีวิต บางคนอาจจะเอาความสุขไว้ที่หนึ่ง ของเราความสุขจะไปอยู่ล่างๆ ความสำเร็จต้องมาก่อน ฐานะทางการเงิน การเป็นที่ยอมรับของคนอื่น พอป่วยเป็นโรคนี้ สิ่งที่สำคัญกับชีวิตจริงๆ มันไม่ใช่สิ่งที่เคยจัดไว้ข้างบน เราจะทำอย่างไรให้มีความสุขในทุกวันแม้กับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราอาจจะเคยทองข้ามด้วยซ้ำไป”

 

โลกที่เปลี่ยนไป

“ตอนนี้โลกกว้างขึ้นมากๆ มันมีอะไรที่มากกว่าความสำเร็จที่เราเห็นอยู่ตรงหน้า ในช่วงที่ทำงาน คิดว่าความเครียดคือบ่อเกิดของความสำเร็จ ไปอยู่อเมริกามา 10 ปี ไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเสียอะไรในชีวิตไปบ้าง โรคมะเร็งเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนความคิดเรา ตอนนี้กล้าพูดเลยว่า ชีวิตใหม่ที่ได้มาเป็นชีวิตความสุขมาก”

 

สิ่งสำคัญของชีวิต

“ตอนป่วยได้อยู่กับตัวเองเต็มที่ ได้มีเวลาหยุดคิดว่าจริงๆ แล้วเราจะอยู่เพื่อใคร เราไม่เคยมองลูกชื่นใจเหมือนอย่างนี้เลย ได้กอด ได้หอม นี่คือที่สุดของเรา ทำให้เราละเอียดอ่อนกับคนรอบข้างมากขึ้น อยากจะเอาใจใส่เขามากขึ้น ทุกคนมีค่ากับตัวเรามากขึ้น”

 

...ทั้งหมดนี้คือความตั้งใจจริงของโรงพยาบาลวัฒโนสถที่พร้อมจะมอบให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งระบบโลหิตทุกคน ไม่เพียงการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยที่สุด หากยังเติมเต็มการรักษาให้สมบูรณ์แบบด้วยการให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสภาพจิตใจ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการรักษาโรคมะเร็งให้ประสบความสำเร็จ เมื่อทั้งสองส่วนสอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ที่สุดของการรักษาจึงเกิดขึ้นและจะเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง 

 

 

ศ.นพ. สุรพล อิสรไกรศีล

 


Related story