Thai
EN / TH
Hospital Hotline
Call : +662 310-3000
or 1719 (Local calls)

All About Cancer

All About Cancer


5 ทำ 5 ไม่ ห่างไกลมะเร็ง

5 ทำ

  1. ออกกำลังกายเป็นนิจ
  2. ทำจิตแจ่มใส
  3. กินผักผลไม้
  4. อาหารหลากหลาย
  5. ตรวจร่างกายเป็นประจำ

 

5 ไม่

  1. ไม่สูบบุหรี่
  2. ไม่มีเซ็กซ์มั่ว
  3. ไม่มัวเมาสุรา
  4. ไม่ตากแดดจ้า
  5. ไม่กินปลาน้ำจืดดิบ

 

5 ทำ

1. ออกกำลังกายเป็นนิจ

โรคมะเร็งมีความสัมพันธืกับการออกกำลังกายมีรายงานการวิจัยพบว่า การออกกำลังกายช่วยลดอุบัติการณ์ของการเกิดโรคมะเร็งและโรคหัวใจได้  ความอ้วน ความเครียด เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็ง การออกกำลังกายที่เหมาะสมเพียงพอช่วยคลายเครียดและลดการสะสมแคลอรี(ไขมัน)ในร่างกายได้

ข้อแนะนำ :

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ3 ครั้งๆละ30นาที และเป็นแบบต่อเนื่อง
  • การควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสมตามดัชนีมวลกาย

          Body Mass Index [BMI] = น้ำหนัก (กิโลกรัม)

                 (ดัชนีมวลกาย)              ส่วนสูง (เมตร)2

          น้ำหนักตัวพอดี                    BMI 18.5-25

          น้ำหนักมากเกินไป                BMI 25-30

          โรคอ้วน                             BMI มากกว่า 30

 

2. ทำจิตแจ่มใส

  • ความเครียดเป็นสาเหตุที่ทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายต่ำลง และส่งเสริมการเกิดโรคมะเร็งได้  
  • การทำจิตใจให้แจ่มใสช่วยคลายเครียดและส่งเสริมภูมิต้านทาน ทั้งทางร่างกายและจิตใจทำให้มีภูมิต้านทานโรคมะเร็งได้ด้วย
  • ร่างกายที่แข็งแรงต้องมาจากจิตใจที่เข้มแข็ง

ข้อแนะนำ :

  • จิตแจ่มใส ทำได้หลายวิธีด้วยกิจกรรมสันทนาการทุกรูปแบบ การทำบุญตามวิธีแห่งศาสนา ทัศนศึกษา รวมถึงการออกกำลังกายด้วย
  • เดินทางสายกลางและยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

 

3. กินผักผลไม้

ในผักผลไม้นอกจากจะมีสารต้านมะเร็งได้แก่ แอนตี้ออกซิแดนซ์ [Antioxidant] ได้แก่ วิตามิน เอ ซี อี สารเบต้าแคโรทีน สารไลโคปีน สารไอโซฟลาโวนอยด์ หรือเรียกรวมๆว่า Dietary Cancer Chemo preventive Agents และยังมีเส้นใยอาหาร [Fiber]ที่ทำหน้าที่คล้ายแปรงไปกระตุ้นผนังลำไส้ให้สร้างเมือก [Mucous] มากขึ้น ทำให้เพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับเยื่อบุผิวลำไส้ใหญ่และลดการเกิดโรคมะเร็งได้

การวิจัยผักและผลไม้ พบสารต้านมะเร็งและกระบวนการต้านมะเร็งได้ถึงระดับโมเลกุลหลายชนิด ได้แก่ ขิง ชาเขียว องุ่นแดง น้ำผึ้ง กระเทียม มะเขือเทศ แครอท กะหล่ำปลี และบรอคโคลีเป็นต้น

ข้อแนะนำ :

  • กินผัก ผลไม้ ให้ได้ครึ่งหนึ่งของปริมาณอาหารในแต่ละมื้อหรือประมาณ 500กรัม/วัน (ผักครึ่งหนึ่งอย่างอื่นครึ่งหนึ่ง)

 

4. อาหารหลากหลาย

  • ผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งมากกว่า 1 ใน 3 มีความสัมพันธ์กับปัจจัยเสี่ยงทางด้านอาหารโดยเฉพาะการบริโภคอาหารที่มีพลังงานสูงและไขมันสูง 
  • อาหารหมักดองเค็มและเนื้อสัตว์ตากแห้งที่ใส่ดินประสิว  โปแตสเซียมไนเตรท และสารไนไตรท์ สามารถเปลี่ยนเป็นสารไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง
  • อัลฟลาทอกซิร จากอาหารที่มีเชื้อรา เช่นถั่วลิสงคั่ว  พริกแห้ง ทำให้เกิดมะเร็งตับได้
  • เนื้อสัตว์ปิ้ง ย่าง ทอด รมควัน มีสารก่อมะเร็ง

ข้อแนะนำ :

  • กิน อาหารให้ครบ 5 หมู่ ไม่ซ้ำซาก จำเจ และใหม่สด สะอาด ปราศจากเชื้อรา
  • ลด อาหารที่ไขมันสูง อาหารปิ้ง ย่าง ทอดที่ไหม้เกรียม เนื้อสัตว์สีแดงและอาหารหมักดอง
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารดินประสิวและไนโตรซามีน

 

5. ตรวจร่างกายเป็นประจำ

การตรวจร่างกายทำให้รู้ว่าท่านอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งชนิดใด เพื่อเฝ้าระวังได้อย่างถูกต้อง หากพบว่าเป็นมะเร็ง จะสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นซึ่งสามารถรักษาได้เพราะมะเร็งยังไม่ลุกลาม แต่ถ้าหลายๆปีไปตรวจครั้งหนึ่งอาจพบมะเร็งระยะลุกลามซึ่งรักษายากหรือรักษาไม่ได้

การป้องกันมะเร็งไม่สามารถได้ผล 100% ดังนั้นการตรวจค้นหามะเร็งในระยะเริ่มแรก จึงมีความสำคัญ

ข้อแนะนำ :

  • หมั่นตรวจหาความผิดปกติของร่างกาย ตามสัญญาณอันตราย 7 ประการของโรคมะเร็ง
  • อายุ 35 ปีขึ้นไป ควรตรวจร่างกายประจำปีเพื่อหาปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็ง

 

5 ไม่

1. ไม่สูบบุหรี่

  • บุหรี่เป็นสาเหตุของมะเร็งหลายชนิดเช่นมะเร็งปอด มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งไต                       และมะเร็งปากมดลูกนอกจากนี้ยังทำให้เกิดโรคอื่นๆด้วยเช่น โรคหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง
  • ควันบุหรี่ มีสารน้ำมันทาร์ และสารเคมีมากกว่า 4,000ชนิด ซึ่งในจำนวนนี้มากกว่า 60 ชนิดเป็นสารก่อมะเร็ง
  • 80% ของโรคมะเร็งปอดเกิดจากการสูบบุหรี่ ปัจจุบันมีผู้ป่วยมะเร้งปอดรายใหม่มากกว่า 10,000 รายต่อปี ถ้าไม่สูบบุหรี่จะสามารลดจำนวนผู้ป่วยมะเร็งปอดได้ประมาณ 8,000 รายต่อปี
  • สำหรับผู้ที่สูบบหรี่ ถ้าหยุดสูบบุหรี่สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งปอดได้ 60-70%

ข้อแนะนำ :

  • งดสูบบุหรี่ทุกรูปแบบ
  • หลีกเลี่ยงการสูดดมควันบุหรี่จากผู้อื่น

 

2. ไม่มีเซ็กซ์มั่ว

สตรีที่มีเพศสัมพันธืตั้งแต่อายุน้อยและมีเพศสึมพันธืกับผู้ชายหลายคน พบว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูก โดยเฉพาะมีความเสี่ยงกับการติดเชื้อ HPV [Human Papilloma Virus] ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อมะเร็งปากมดลูก

ข้อแนะนำ :

  • ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย
  • มีเพศสัมพันธ์เมื่อถึงวัยอันควร  (20ปี)
  • หากหลีกเลี่ยงม่ได้ให้ถุงยางอนามัย

 

3. ไม่มัวเมาสุรา

  • คนที่ดื่มสุราจะมีความเสี่ยงกับมะเร็งหลายชนิด เช่นมะเร็งตับ มะเร็งเต้านม มะเร็งหลอดอาหาร
  • ผู้ที่ดื่มสุรามากกว่า 60 กรัมของเอธิลแอลกฮอล์ต่อวัน  (3แก้ว ) จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเป็น 9เท่า ของผู้ที่ไม่ดื่ม  แต่ถ้าดื่มสุรามากกว่า 60 กรัม ของเอธิลแอลกฮอล์ และเป็นผู้ที่สูบบุหรี่มากกว่า 20 มวนต่อวันด้วย จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง เป็น 50 เท่า

ข้อแนะนำ :

  • ไม่ดื่มสุรา แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ชายไม่ควรดื่มเกิน 2 แก้วต่อวัน ผู้หญิงไม่ควรดื่มเกิน 1 แก้วต่อวัน
  • เบียร์ มีแอลกฮอล์ 7% = 288ml  ไม่ควรดื่มเกิน 1 ขวดเล็ก
  • ไวน์ มีแอลกฮอล์ 13% = 153 ml ไม่ควรดื่มเกิน 1 แก้ว
  • สุรา มีแอลกฮอล์ 37.5% = 53 ml ไม่ควรดื่มเกิน 1 แก้ว

 

4. ไม่ตากแดดจ้า

  • แสงแดดมีรังสีอัลต้าไวโอเลต [UV] ที่เป็นปัจจัยต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง
  • UV มี 3 ชนิดคือ UVA UVB UVC แต่ UVB เป็นรังสีที่มีผลต่อการเกิดมะเร็งมากที่สุด
  • UV ทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่น ผิวหนังเปลี่ยนแปลง นอกจากมะเร้งแล้ว ยังทำให้เกิดต้อกระจกด้วย
  • การตากแดดในปริมาณเล็กน้อยมีความจำเป็นต่อการผลิตวิตามิน D แต่ถ้าตากแดดมากจะเป็นอันตราย

ข้อแนะนำ :

  • หลีกเลี่ยงแสงแดด ช่วงที่มีอัลตร้าไวโอเลตสูง
  • ใช้ครีมกันแดด ที่มีค่า SPF [Sun Protection Factor ] มากกว่าหรือเท่ากับ 15 ขึ้นไป
  • ควรใช้อุปกรณ์และเสื้อผ้าป้องกันแสงแดด เช่น เสื้อแขนยาว หมวก ร่ม ให้เป็นนิสัย
  • ตรวจเช็คผิวหนังตัวเองเป็นประจำ

 

5. ไม่กินปลาน้ำจืดดิบ

การกินปลาน้ำจืดที่มีตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธิใบไม้ตับอยู่ในเนื้อปลาที่มีเกล็ดตระกูลปลาตะเพียน โดยบริโภคดิบๆ หรือปรุงแบบสุกๆดิบๆ เช่นก้อยปลา ลาบปลา พยาธิตัวอ่อนจะเข้าเจริญเติบโตเป็นตัวแก่อาศัยอยูในท่อน้ำดีตับ ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผนังท่อน้ำดีและท่อน้ำดีอุดตัน มีการอักเสบเรื้อรัง เนื้อตับตาย ทำให้เกิดมะเร็งท่อน้ำดีในตับและพบมากในภาคอีสาน

ปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดตระกูลปลาตะเพียนได้แก่ ปลาตะเพียน ปลาซิว ปลาสร้อย ปลาขาว ปลาเกล็ดขาว ปลาแม่สะแด้ง ฯลฯ

ข้อแนะนำ :

  • หลีกเลี่ยง การกินปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดตระกูลปลาตะเพียนดิบๆ
  • ตรวจอุจจาระหาไข่พยาธิทุกปี

Related story