Thai
EN / TH
Hospital Hotline
Call : +662 310-3000
or 1719 (Local calls)

All About Cancer

All About Cancer


พิษร้ายควันบุหรี่...ภัยเงียบใกล้ตัวคุณ

ในสังคมปัจจุบันหลายคนอาจจะมองข้ามภัยร้ายใกล้ตัวที่ใคร ๆ หลายคนต่างมองข้ามว่า "บุหรี่" มีพิษภัยร้ายแรงขนาดไหน ภัยเงียบใกล้ตัวที่แฝงความน่ากลัวมายังตัวคุณและคนรอบข้างอย่างไม่รู้ตัว

เพราะองค์การอนามัยโลก (WHO) เผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ในควันบุหรี่เต็มไปด้วยนิโคติน (สารเสพติด), สารเคมี 7,000 ชนิด, สารพิษมากกว่า 250 ชนิด และสารก่อมะเร็งมากกว่า 70 ชนิด ยิ่งสูบบุหรี่นานเท่าไร ก็ยิ่งเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บที่บั่นทอนชีวิตให้สั้นลง อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง (Second Hand Smoker) ถึงแม้จะไม่ได้สูบเองก็ตาม แต่พิษร้ายจากควันของบุหรี่สามารถสร้างความอันตรายไม่ต่างกับสูบด้วยตัวเอง โดยเฉพาะหญิงมีครรภ์ ทารก และเด็กจึงควรหลีกเลี่ยงไม่ให้อยู่ใกล้ชิดผู้สูบบุหรี่หรือสิ่งแวดล้อมที่มีควันบุหรี่ เพราะจะทำให้เลือดนั้นได้ผ่านรกได้น้อย ส่งผลต่อทารกในครรภ์นั้นได้รับสารอาหารน้อยลงกว่าปกติ เสี่ยงต่อการแท้งบุตร หรือทำให้ทารกแรกคลอดตัวเล็กมีน้ำหนักน้อยลงตามไป และปริมาณออกซิเจนที่จะเข้าสู่สมองลดลงตามไปด้วย หากนิโคตินสามารถแทรกซึมผ่านเข้าไปในรกได้ก็จะส่งผลกระทบต่อสมองของทารกในครรภ์ ทำให้มีผลต่อสติปัญญาและพฤติกรรมเด็กอีกด้วย

มะเร็งปอด ถือเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อย จากสถิติทั่วโลกล่าสุดพบว่า ทุกปีมีคนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดปีละ 1.8 ล้านคน ในประเทศไทยมะเร็งปอดถือเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 2 ในผู้ชาย และอันดับ 4 ในผู้หญิง แม้ว่ามะเร็งปอดไม่ได้เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุด แต่มะเร็งปอดนั้นเป็นมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิต อันดับ 1 เนื่องจากมะเร็งปอดเป็นโรคร้ายแรง และมักพบมะเร็งเมื่อเป็นระยะกระจาย แม้โรคมะเร็งอื่นๆ ที่มีคนเป็นกันเยอะกว่า เช่น มะเร็งเต้านมหรือมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่มะเร็งเหล่านี้ไม่ทำให้เสียชีวิต แต่มะเร็งปอดเป็นแล้วเสียชีวิตได้เยอะกว่า ดังนั้นมะเร็งปอดจึงถือเป็นโรคที่น่ากลัว

บุหรี่กับมะเร็งปอด

บุหรี่กับมะเร็งปอด

 

            โดยปัจจัยเสี่ยงการเกิดมะเร็งปอดหลักๆ คือ การสูบบุหรี่ รวมไปถึงการสูบบุหรี่มือสอง คือ ไม่ได้สูบเอง แต่ได้รับควันบุหรี่จากผู้อื่น ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ในการเกิดมะเร็งปอด เช่น ก๊าชเรดอน (Radon Gas) เยื่อใยหิน (Asbestos) และประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งปอด

ในช่วงก่อนมีบุหรี่นั้น โรคมะเร็งปอดถือเป็นโรคประหลาดพบได้ไม่บ่อย แต่พอหลังจากมีการสูบบุหรี่อย่างกว้างขวาง ทำให้มีโรคมะเร็งปอดเกิดขึ้นในโลกนี้อย่างมากมาย การศึกษาต่อมาจึงพบว่าบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญที่เป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปอด ในบุหรี่มีสารก่อมะเร็งมากมายหลายชนิด โดยเฉพาะ Tar ที่ทำให้ปอดเราเหมือนมียางมะตอยเกาะในปอด มีการประมาณกันว่า หากไม่มีบุหรี่ มะเร็งปอดจะลดลงถึง 80-90% ทั่วโลกเลยทีเดียว แต่ในกลุ่มชาวเอเชีย เช่น ชาวไทยนั้น มีลักษณะพิเศษของมะเร็งปอด คือ 40-60% ของมะเร็งที่เกิดในคนไทยไม่ได้มาจากการสูบบุหรี่ !!! แต่เกิดจากความผิดปกติของ Gene บางอย่างในเซลล์ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เป็นมะเร็ง

           

สูบบุหรี่เกิดมะเร็งปอด แล้วมะเร็งอื่นด้วยหรือเปล่า

 

            บุหรี่ไม่ได้ทำให้เพิ่มความเสี่ยงแค่มะเร็งปอด แต่ยังทำให้เสี่ยงต่อมะเร็งเกือบทุกชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น เนื่องจากในบุหรี่มีสารก่อมะเร็งมากจึงทำให้เกิดมะเร็งได้หลายชนิด

 

การวินิจฉัยมะเร็งปอด

การวินิจฉัยมะเร็งปอด

 

            อาการของมะเร็ง เช่น ไอ เหนื่อยง่าย น้ำหนักลด ไม่มีแรง เบื่ออาหาร ปวดตามตัวหรือกระดูก จะเห็นว่าอาการเหล่านี้ไม่จำเพาะกับมะเร็ง และพบได้บ่อยในผู้ที่สูบบุหรี่อยู่แล้ว กว่ามะเร็งจะเกิดอาการมักเป็นระยะท้ายๆ ดังนั้นหมอจึงแนะนำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง คือ ผู้สูบบุหรี่มากกว่า 30 pack year (คำนวณจากจำนวนซองที่สูบต่อวัน x จำนวนปีที่สูบเช่น 2 ซองต่อวัน 15 ปี = 2x15 = 30 pack year เป็นต้น) หรือผู้ที่เลิกสูบน้อยกว่า 15 ปีมาตรวจ Low dose CT chest (เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปอด) ปีละครั้งเพื่อการค้นหามะเร็งระยะแรก (Lung Cancer Screening) ทำให้พบมะเร็งปอดระยะแรก ซึ่งมีโอกาสรักษาหายได้มากขึ้น

            ถ้าหากแพทย์ผู้รักษาสงสัยจะส่งตรวจโดยการเจาะเนื้อที่ปอดมาดูเพื่อยืนยันชิ้นเนื้อ หลังยืนยันว่าเป็นมะเร็งปอด ก็จะมีการทำ CT หรือ PET/CT ร่วมกับ MRI สมองเพื่อวินิจฉัยระยะของโรค เพื่อวางแผนการรักษาต่อไป

 

การรักษามะเร็งปอด

การรักษามะเร็งปอด

 

            ถ้าเป็นระยะแรกก็ใช้การผ่าตัดร่วมกับการฉายแสงและเคมีบำบัด ขึ้นกับผู้ป่วย ขนาดของมะเร็ง และตำแหน่งของมะเร็ง หากเป็นระยะกระจายหรือที่เรียกกันว่า “ระยะที่4” นั้น จะใช้การรักษาด้วยยา ซึ่งยาจะมีทั้งเคมีบำบัด ยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy) หรือ ยากลุ่ม Immunotherapy  ซึ่งถือเป็นยากลุ่มใหม่ที่ใช้รักษามะเร็งปอดและเริ่มมีการใช้มาในช่วง 4-5 ปีนี้

            นับย้อนไปเมื่อ 20 ปีจนถึง 10 ปีที่ผ่านมา การรักษามะเร็งปอดยังไม่ค่อยมีอะไรใหม่ ทำให้คนที่ป่วยเป็นโรคนี้เสียชีวิตเร็วและเยอะมากจนสมาคมต่างๆ ทั่วโลกได้ให้ทุนและสนับสนุนการวิจัยเพื่อการรักษามะเร็งปอดจึงทำให้การรักษามะเร็งมีความคืบหน้าเร็วเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมานี้เอง ถึงแม้การรักษาจะดีขึ้น อัตราการมีชีวิตยาวมากขึ้น แต่ยังถือเป็นการตายจากมะเร็งอันดับ 1 อยู่นั่นเอง

ดังนั้นหมอจึงอยากรณรงค์มาช่วยกันลด ละ เลิกสูบบุหรี่ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยง แต่หากเป็นแล้วก็อยากพบมะเร็งปอดระยะแรก เพราะมีโอกาสรักษาหายได้

 

ข้อมูล : พญ.พจนา จิตตวัฒนรัตน์ แพทย์อายุรกรรมโรคมะเร็ง โรงพยาบาลวัฒโนสถ

โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคมะเร็งที่โรงพยาบาลกรุงเทพ

 

สอบถามเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลวัฒโนสถ

โทร 1719


Related story