Thai
EN / TH
Hospital Hotline
Call : +662 310-3000
or 1719 (Local calls)

All About Cancer

All About Cancer


BRAND NEW EDGE เครื่องฉายรังสี EDGE

ในแวดวงการรักษาโรคมะเร็ง ‘โรงพยาบาลวัฒโนสถ หรือ โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ’ เรียกได้ว่าเป็นโรงพยาบาลเอกชนผู้บุกเบิกการรักษาโรคมะเร็ง โดยเฉพาะ “เราเน้นเรื่องการรักษามะเร็งแบบองค์รวม ด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพการรักษา ความปลอดภัย และจิตใจของผู้ป่วยและญาติเป็นสำคัญ” รศ. นพ.ประเสริฐ เลิศสงวนสินชัย แพทย์รังสีรักษาและผู้อำนวยการฝ่ายดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งแห่งโรงพยาบาลวัฒโนสถ อธิบายถึงการรักษาโรคมะเร็ง

ในปัจจุบัน แนวทางหลักสำหรับการรักษาโรคมะเร็งมีด้วยกัน 3 วิธี คือ

  • การผ่าตัด
  • การใช้ยา
  • การฉายรังสี

 

ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว การรักษาโรคมะเร็งส่วนใหญ่จะเป็นการรักษาแบบสมผสานกัน “การที่แพทย์จะเลือกใช้วิธีการใดในการรักษา ปัจจัยสำคัญจะขึ้นอยู่กับระยะของโรคและอวัยวะที่เป็นมะเร็งระยะเริ่มแรก มักจะมีปัญหาเฉพาะที่ ส่วนมะเร็งระยะท้ายๆ จะมีการลุกลามและแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ และถึงแม้ว่าคนไข้บางรายจะมีรอยโรคเหมือนกัน เซลล์มะเร็งชนิดเดียวกัน ระยะโรคเหมือนกัน แต่วิธีการรักษาอาจแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโรคร่วมและสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย แพทย์ที่ดูแลจะเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมให้กับผู้ป่วย” รศ. นพ.ประเสริฐชี้แจงให้เราฟังในเบื้องต้น ก่อนจะเสริมต่อไปว่า “ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการรักษาโรคมะเร็งได้มีการพัฒนาไปในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดด้วยเทคนิคการส่องกล้อง การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด รวมถึงตัวยาที่รักษาแบบมุ่งเป้า หรือที่เรียกว่า Targeted Therapy ซึ่งตัวยาจะเจาะจงไปยังเซลล์มะเร็งเป้าหมายมากขึ้น เพราะฉะนั้นผลกระทบกับเซลล์เนื้อเยื่อปกติทั่วไปก็จะลดน้อยลง ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสหายได้มากขึ้นและที่สำคัญการรักษามะเร็งในทุกวันนี้ เราไม่ได้หวังผลให้คนไข้มีชีวิตรอดเพียงอย่างเดียว มีการรักษาแบบสงวนอวัยวะ เพื่อให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถปฏิบัติหน้าที่ภารกิจให้เหมือนปกติได้

ด้านการรักษาด้วยรังสี ในปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบการฉายรังสีจากเดิม 2 มิติ เป็นแบบ 3 มิติ หรือ 4 มิติ และการฉายรังสีแปรความเข้มแบบหมุนรอบตัวผู้ป่วย ในขณะเดียวกัน เครื่องฉายรังสีก็มีนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ ตัวอย่างเช่น เครื่องฉายรังสีรุ่น EDGE ซึ่ง รศ. นพ.ประเสริฐ ได้อธิบายว่า เป็นเครื่องฉายรังสีที่เน้นเทคนิคการฉายรังสีศัลยกรรม

EDGE เป็นเครื่องฉายรังสีศัลยกรรม เป็นการรักษาที่มุ่งเน้นเป้าหมายได้อย่างตรงจุด ลักษณะที่สำคัญของเครื่องคือ จะมีซี่วัตถุกำบังรังสี จำนวน 120 ซี่ ซึ่งสามารถเคลื่อนตัวได้อย่างอิสระ และซี่วัตถุกำบังรังสีจะมีขนาดเล็กมาก ทำให้สามารถเปิดขอบเขตลำรังสีได้อย่างรัดกุมสอดรับกับรูปร่างรูปทรงของก้อนเนื้อเยื่อที่เราต้องการรักษา และในขณะเดียวกันซี่วัตถุกำบังรังสีเหล่านี้ช่วยกำบังไม่ให้รังสีไปโดนอวัยวะปกติรอบข้างหรือกำบังให้โดนน้อยที่สุด”

นอกจากการรักษาแบบรังสีศัลยกรรมแล้ว เครื่อง EDGE ยังสามารถใช้เทคนิคที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยรังสี 3 มิติ (3D-RT) รังสี 3 มิติแบบปรับความเข้ม (IMRT) ซึ่งเป็นการฉาย รังสีรักษาหลายทิศทาง ตลอดจนการฉายรังสีแบบหมุนรอบตัวผู้ป่วย (VMAT) ให้รังสีปริมาณสูงในระยะเวลาสั้นๆ โดยอาศัยภาพรังสีนำวิถีเพื่อให้ตรงจุดในการรักษา ที่เรียกว่าImage-Guided Radiation Therapy (IGRT) รวมถึงการพัฒนาการฉายรังสีแบบ 4 มิติ (4D-RT) เพื่อให้มีประสิทธิภาพอย่างตรงจุดในอวัยวะที่ไม่อยู่นิ่ง ระหว่างที่มีการหายใจเข้า-ออก เช่น ปอด และตับ“

ในอดีต เครื่องฉายรังสีบางเครื่องถูกผลิตขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับการรักษาโรคมะเร็งในอวัยวะบางตำแหน่ง แต่สำหรับเครื่อง EDGE นับได้ว่าสามารถปรับการใช้งานได้อเนกประสงค์ และเครื่องฉายแสงEDGE นี้ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นจุดหรือตำแหน่งเฉพาะที่มากขึ้น โดยเฉพาะตำแหน่งของก้อนมะเร็งที่อยู่ใกล้เคียงกับอวัยวะสำคัญหรืออวัยวะที่ไวต่อรังสีโดยเครื่อง EDGE สามารถใช้ได้กับการฉายรังสีทั่วทั้งร่างกาย ทั้งในสมองและนอกสมอง ได้แก่ ปอดไขสันหลัง ต่อมลูกหมาก ระบบอวัยวะสืบพันธุ์ และระบบทางเดิน

“ในปัจจุบัน มีการติดตั้งและใช้เครื่องฉายรังสี EDGE แล้วประมาณ 30 เครื่องทั่วโลก ซึ่งข้อมูลทางวิชาการพบว่าให้ผลการรักษาเป็นอย่างดี โนสถเองก็เป็นโรงพยาบาลเอกชน ‘ผู้นำ’ ที่ได้มีการใช้เครื่อง EDGE นี้ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง นอกจากนี้เรายังมีทีมแพทย์สหสาขาและบุคลากรสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งครบในที่เดียว เรามีโปรแกรมการตรวจวินิจฉัยการตรวจประเมินระยะโรคที่ถูกต้องและแม่นยำ ทำให้ทีมแพทย์เราสามารถร่วมกันวางแผนการดูแลผู้ป่วยได้ทั้งต้นทาง ระหว่างทาง จนกระทั่งปลายทางที่สำคัญ เรามีการนำเข้าที่ประชุมแพทย์ (Tumor Conference) เพื่อจะได้มีความเห็นหลากหลายรูปแบบจากทีมแพทย์แล้วสรุปการรักษาที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วยแต่ละราย ผู้ป่วยบางรายที่มีแนวทางในการรักษาได้หลายวิธี ทีมแพทย์จะหาข้อเปรียบเทียบในการรักษาแต่ละวิธี แล้วให้ข้อมูลแก่คนไข้ เพื่อที่คนไข้จะได้ร่วมตัดสินใจในการรักษา

“นอกจากนี้เรายังมีพาธเวย์ (Pathway) ในการดูแลผู้ป่วย และปัจจุบันเราได้ร่วมมือกับ University of Texas MD Anderson Cancer Center ซึ่งเป็นสถาบันผู้นำในการดูแลรักษาโรคมะเร็งระดับต้นของโลก ในฐานะ Sister Institute (สถาบันพี่-น้อง) โดยที่ผ่านมาเราได้มีการปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ เพื่อให้โรงพยาบาลของเรามีการพัฒนาตลอดเวลา”

แม้ว่าการรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันจะรุดหน้าไปมากแล้วก็ตาม หากแต่ รศ. นพ.ประเสริฐ ก็ยังย้ำถึงการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานด้วยตัวเอง เพื่อให้ห่างไกลและลดอัตราเสี่ยงจากโรคร้ายนี้ไว้ว่า

ข้อแนะนำง่ายๆ ทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขก็คือ หลัก 5 อ. ประกอบด้วย

  1. อาหาร ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะคนไข้ที่เป็นมะเร็ง 1 ใน 3 จะมีสาเหตุมาจากอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ควรหลีกเลี่ยงอาหารปิ้งย่าง ไหม้เกรียม อาหารเนื้อแดง ไขมันสูง เพิ่มการรับประทานผักและผลไม้ และรับประทานอาหารให้ถูกต้องเหมาะสมตามวัย และสภาพร่างกาย
  2. ออกกำลังกาย เพราะจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้แก่ร่างกาย
  3. อากาศ ซึ่งเราควรได้รับอากาศที่บริสุทธิ์และหลีกเลี่ยงควันพิษ ควันบุหรี่ และการติดเชื้อต่างๆ
  4. อารมณ์ คือเราต้องเป็นคนที่มีอารมณ์ร่าเริง แจ่มใสอยู่เสมอ เพราะจะทำให้สมดุลของร่างกายเป็นปกติ ถ้าเราหงุดหงิดอารมณ์เสีย สมดุลร่างกายจะแปรปรวน แล้วถ้าไปเจอสิ่งกระตุ้นอื่นๆ ก็อาจทำให้ภูมิต้านทานที่อ่อนแอลงไม่สามารถต่อต้านโรคได้
  5. งานอดิเรก ที่เป็นการพักผ่อนทั้งกายและใจ

ซึ่งหากเราปฏิบัติตามหลัก 5 อ. ได้ครบ ไม่เฉพาะแค่โรคมะเร็งเท่านั้น แต่โรคอื่นๆ ก็จะไม่เข้ามาใกล้เราด้วยเช่นกัน

“การตรวจเช็กร่างกายตามช่วงอายุอย่างสม่ำเสมอก็ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเรื่องการค้นหามะเร็งระยะแรกเริ่ม ถึงแม้ยังไม่มีอาการใดๆ เพราะยิ่งถ้าพบเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่จะหาย ก็สูงขึ้นเท่านั้น”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1719


Related story