โรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้าในเด็ก อาการ สัญญาณอันตราย และวิธีป้องกัน
โรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้า (Rotavirus) เป็นสาเหตุสำคัญของอาการท้องเสียเฉียบพลันในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี แม้โรคนี้สามารถพบได้ในทุกช่วงวัย แต่เด็กเล็กและผู้สูงอายุมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะขาดน้ำและภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้มากกว่ากลุ่มอื่น
ไวรัสโรต้าสามารถแพร่กระจายได้ง่ายผ่านการสัมผัสเชื้อจากมือ ของใช้ อาหาร หรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ ทำให้เกิดการระบาดได้บ่อยในสถานรับเลี้ยงเด็ก โรงเรียน และสถานที่ที่มีเด็กอยู่รวมกันจำนวนมาก
ไวรัสโรต้าคืออะไร?
ไวรัสโรต้า (Rotavirus) เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดการอักเสบของกระเพาะอาหารและลำไส้ ส่งผลให้เกิดอาการถ่ายเหลว อาเจียน และมีไข้ โดยโรคมักเริ่มต้นอย่างเฉียบพลันและทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว
อาการของโรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้า
อาการที่พบบ่อย ได้แก่
- อาเจียน
- มีไข้
- ถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำ
- ปวดท้อง
- เบื่ออาหาร
- อ่อนเพลีย
- ภายหลังอาจเกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรงหลายครั้งต่อวัน
โดยทั่วไปอาการอาเจียนมักเกิดขึ้นในช่วงแรกของโรค และอาจเป็นอยู่นานประมาณ 1-2 วัน ก่อนที่จะมีอาการท้องเสียตามมา
4 สัญญาณอันตรายที่ควรรีบพบแพทย์
ผู้ปกครองควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์ทันที หากพบอาการดังต่อไปนี้
1. ซึม ไม่ร่าเริง หรือไม่มีแรง
เด็กมีอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด ไม่เล่น ไม่ตอบสนอง หรือดูซึมกว่าปกติ
2. อาเจียนมากหรือถ่ายเหลวรุนแรง
มีอาการอาเจียนซ้ำหลายครั้ง หรือถ่ายเป็นน้ำจำนวนมากจนรับประทานอาหารและดื่มน้ำไม่ได้
3. ปัสสาวะน้อยลง
มีปัสสาวะสีเข้ม ปัสสาวะน้อย หรือไม่ปัสสาวะนานเกิน 6 ชั่วโมง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำ
4. ปากแห้ง ตาโหล หรือร้องไห้ไม่มีน้ำตา
เป็นอาการที่บ่งชี้ว่าร่างกายกำลังสูญเสียน้ำอย่างมาก และจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว
การรักษาโรคไวรัสโรต้า
ปัจจุบันยังไม่มียารักษาเฉพาะสำหรับไวรัสโรต้า การรักษาจึงเน้นการดูแลตามอาการและป้องกันภาวะขาดน้ำ
แนวทางการดูแลผู้ป่วย ได้แก่
- ให้ดื่มสารละลายเกลือแร่ทดแทนการสูญเสียน้ำ
- ให้เด็กพักผ่อนอย่างเพียงพอ
- รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย
- เฝ้าสังเกตอาการขาดน้ำอย่างใกล้ชิด
- หากรับประทานน้ำหรืออาหารไม่ได้ อาจจำเป็นต้องได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ
ผู้ปกครองไม่ควรซื้อยารับประทานเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
วิธีป้องกันโรคไวรัสโรต้า
แม้โรคไวรัสโรต้าจะติดต่อได้ง่าย แต่สามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ด้วยวิธีต่อไปนี้
- ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดเป็นประจำ
- ทำความสะอาดของเล่นและของใช้เด็กอย่างสม่ำเสมอ
- รับประทานอาหารและน้ำดื่มที่สะอาด
- หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดช่วงที่มีการระบาด
- รับวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าตามคำแนะนำของแพทย์
วัคซีนป้องกันไวรัสโรต้า
วัคซีนโรต้าเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพในการลดความรุนแรงของโรคและลดโอกาสการนอนโรงพยาบาลจากภาวะท้องเสียรุนแรง โดยควรให้วัคซีนในช่วงวัยทารกตามเกณฑ์อายุที่กำหนด








