ไส้ติ่งอักเสบ สังเกตอาการอย่างไร และเมื่อไรควรรีบพบแพทย์?
ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis) เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของอาการปวดท้องที่ต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน หากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้ไส้ติ่งแตกและเกิดการติดเชื้อรุนแรงภายในช่องท้องได้ โดยผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยมักมาพบแพทย์เมื่อมีอาการเป็นเวลาหลายวัน จนเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้ว
ไส้ติ่งอักเสบเกิดจากอะไร?
ไส้ติ่งอักเสบเกิดจากการอุดตันภายในไส้ติ่ง ซึ่งอาจเกิดจากเศษอุจจาระหรือสิ่งอุดตันอื่น ๆ ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตภายในไส้ติ่งและก่อให้เกิดการอักเสบตามมา
อาการของไส้ติ่งอักเสบ
อาการของไส้ติ่งอักเสบมักเริ่มต้นด้วยอาการปวดท้องบริเวณรอบสะดือ ซึ่งอาจมีลักษณะคล้ายโรคกระเพาะอาหารหรืออาการท้องเสีย ทำให้ผู้ป่วยหลายคนเข้าใจผิดในระยะแรก
ต่อมาอาการปวดจะเปลี่ยนตำแหน่งมายังบริเวณท้องน้อยข้างขวา โดยมีลักษณะดังนี้
- ปวดท้องมากขึ้นเรื่อย ๆ
- ปวดเสียดตลอดเวลา
- เคลื่อนไหวหรือเดินแล้วปวดมากขึ้น
- คลื่นไส้ อาเจียน
- มีไข้ต่ำ ๆ
- บางรายต้องเดินตัวงอหรืออยู่ในท่างอตัวเพื่อบรรเทาอาการปวด
ในเด็ก อาการอาจไม่ชัดเจน ทำให้การวินิจฉัยทำได้ยากกว่าผู้ใหญ่
อาการที่ควรรีบพบแพทย์
หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
- ปวดท้องรุนแรง หรือปวดต่อเนื่องนานเกิน 6 ชั่วโมง
- กดหรือเคาะบริเวณที่ปวดแล้วเจ็บมาก
- อาเจียนบ่อย รับประทานอาหารไม่ได้
- หน้ามืด เป็นลม ใจสั่น
- มีไข้สูงหรือหนาวสั่น
- หน้าตาซีดหรือเหลือง
- รับประทานยาแก้ปวดแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการรุนแรงขึ้น
ไส้ติ่งแตกอันตรายอย่างไร?
หากไม่ได้รับการรักษา ไส้ติ่งอาจแตกและทำให้เกิดการติดเชื้อภายในช่องท้อง ผู้ป่วยมักมีอาการดังต่อไปนี้
- ปวดท้องทั่วท้อง
- ท้องแข็ง
- มีไข้สูง
- คลำพบก้อนบริเวณท้องน้อย
ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว
การดูแลก่อนเข้ารับการผ่าตัด
เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบและมีความจำเป็นต้องผ่าตัด ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้
- งดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัด
- ดูแลความสะอาดร่างกายตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์
- ฝึกการหายใจและการไออย่างถูกวิธีเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด
การดูแลหลังผ่าตัดไส้ติ่ง
หลังผ่าตัด ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้อย่างเหมาะสม ได้แก่
- พลิกตะแคงหรือเปลี่ยนท่านอนทุก 1-2 ชั่วโมง
- ฝึกหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อช่วยให้ปอดทำงานได้ดี
- ปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องอาหารและการลุกเดิน
- รับประทานยาและดูแลแผลผ่าตัดตามที่แพทย์สั่ง
- มาพบแพทย์ตามวันนัดทุกครั้ง








