โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    เดือนรณรงค์โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

    มะเร็งลำไส้ใหญ่ ภัยร้ายใกล้ตัว

    พบมากเป็น

    อันดับ 1 ในชาย

    อันดับ 3 ในหญิง

    มีผู้ป่วยรายใหม่

    วันละ 44 คน

    หรือ 15,939 คนต่อปี

    คนไทย เสียชีวิต
    จากมะเร็งลำไส้ใหญ่

    วันละ 15 คน

    หรือ 5,476 คนต่อปี

    มีนาคม เดือนแห่งการรณรงค์มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

    National Colorectal Cancer Awareness Month

    มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก คือมะเร็งที่คร่าชีวิตผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปีมากที่สุด และยังเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในอันดับต้น ๆ

    สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือ มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่สามารถป้องกันได้ หากได้รับการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

    Image Wysiwyg

    ในเดือนมีนาคมนี้ ขอเชิญทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพลำไส้ของตนเอง เพราะการตรวจคัดกรองสามารถช่วยตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ และช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาด

    มะเร็งลำไส้ใหญ่ไม่ควรพรากชีวิตใครไปก่อนเวลา และทุกคนควรมีโอกาสได้รับการตรวจพบและดูแลอย่างทันท่วงที

    ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เริ่มต้นด้วย “การตรวจคัดกรอง”

    เพื่อหยุดยั้งมะเร็งลำไส้ใหญ่ไปด้วยกัน

    “Prevention is better than cure”

    มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

    รู้ทันโรค ตรวจพบเร็ว เพิ่มโอกาสรักษาให้หายขาด

    มะเร็งลำไส้ใหญ่ ภัยเงียบที่กำลังเกิดกับคนอายุน้อยลง
    ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors)
    อาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
    การตรวจวินิจฉัยและคัดกรอง
    แนวทางการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
    การป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

    มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (Colorectal Cancer) เป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่พบบ่อย และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ที่น่ากังวลคือ โรคนี้ ไม่ได้เกิดเฉพาะในผู้สูงอายุอีกต่อไป

    ในช่วงกว่า 30 ปีที่ผ่านมา พบว่าอัตราการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 55 ปี เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องประมาณ 1–2% ต่อปี ปัจจุบัน ผู้ป่วย 1 ใน 5 ราย มีอายุต่ำกว่า 50 ปี และมักตรวจพบโรคในระยะที่ลุกลาม เนื่องจากยังไม่มีการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ

    มะเร็งลำไส้ใหญ่มักเริ่มจาก ติ่งเนื้อเล็ก ๆ ในลำไส้ ซึ่งสามารถตรวจพบและรักษาได้ตั้งแต่ระยะแรก ก่อนพัฒนาเป็นมะเร็ง จุดสำคัญคือ ในระยะแรกมักไม่มีอาการ ทำให้หลายคนรู้ตัวเมื่อสายเกินไป

    ตรวจให้เร็ว ป้องกันได้

    การตรวจคัดกรองตั้งแต่ยังไม่มีอาการ คือกุญแจสำคัญในการป้องกัน ช่วยเพิ่มโอกาสการรักษาให้หายขาด และลดความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น

    เพราะการป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา
    Prevention is better than cure

    โรคนี้ เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้ใหญ่หรือทวารหนัก โดยส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจาก ติ่งเนื้อ (Polyp) ซึ่งค่อย ๆ พัฒนาเป็นมะเร็งในระยะเวลาหลายปี หากไม่ได้รับการตรวจและรักษา จุดเด่นของโรคนี้คือ สามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แต่ในขณะเดียวกัน จุดอ่อนสำคัญคือ ในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ

    ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้เพียงปัจจัยเดียว แต่เชื่อว่าเกิดจากการทำงานร่วมกันของหลายปัจจัย ได้แก่

    • การกลายพันธุ์ของเซลล์เยื่อบุลำไส้

    • การสะสมของติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

    • พฤติกรรมการใช้ชีวิตและสิ่งแวดล้อม

    • ปัจจัยทางพันธุกรรม

    แหล่งที่มา
    1.https://www.cancer.org/research/acs-research-news/colorectal-cancer-rates-rise-in-younger-adults.html
    2. https://www.cancer.org/content/dam/cancer-org/research/cancer-facts-and-statistics/colorectal-cancer-facts-and-figures/colorectal-cancer-facts-and-figures-2023.pdf
    3. https://nccrt.org/our-impact/data-and-progress/

    ดูเพิ่มเติม

    กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ได้แก่

    อายุ 45 ปีขึ้นไป หรือเริ่มมีความเสี่ยงตามอายุ
    มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่/ไส้ตรง หรือมีติ่งเนื้อเสี่ยงสูง
    เคยพบ “ติ่งเนื้อ” ในลำไส้ใหญ่/ไส้ตรง หรือเคยเป็นมะเร็งลำไส้มาก่อน
    มีโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง เช่น Crohn’s disease หรือ Ulcerative colitis
    ถ่ายเป็นเลือด ขับถ่ายเปลี่ยนไป ปวดท้อง น้ำหนักลด อ่อนเพลีย/โลหิตจาง

    ในระยะแรกมัก ไม่แสดงอาการ แต่เมื่อโรคดำเนินไป อาจพบอาการดังต่อไปนี้

    • ถ่ายมีเลือดปน หรือมีเลือดออกทางทวารหนัก

    • อุจจาระปนเลือดสด หรือเลือดสีคล้ำ

    • อุจจาระมีขนาดเล็กลงหรือแบนผิดปกติ

    • ท้องผูกสลับท้องเสีย หรือพฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนไป

    • ปวดท้อง แน่นท้อง หรือจุกเสียด

    • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

    • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย จากภาวะโลหิตจาง

    • คลำพบก้อนในช่องท้อง หรือปวดเบ่งเหมือนอยากถ่ายตลอดเวลา

    หากมีอาการเหล่านี้ ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางโดยเร็ว

    การตรวจคัดกรองเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยวิธีที่ใช้ได้แก่

    1. การตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ

    ช่วยคัดกรองเบื้องต้นในผู้ที่ยังไม่มีอาการ

    2. การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)

    เป็นวิธีมาตรฐานที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถตรวจพบติ่งเนื้อและมะเร็งระยะเริ่มต้น พร้อมตัดติ่งเนื้อได้ในคราวเดียว

    3. การตรวจลำไส้ด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Colonography)

    เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถส่องกล้องได้ในบางกรณี

    การรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรค ตำแหน่งของมะเร็ง และสภาพร่างกายของผู้ป่วย โดยอาจใช้วิธีร่วมกัน ได้แก่

    🔹 การผ่าตัด

    เป็นการรักษาหลัก โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้น

    การผ่าตัดผ่านกล้องแบบเก็บกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก (Sphincter Saving Surgery)
    ช่วยให้ผู้ป่วย:

    • แผลผ่าตัดขนาดเล็ก

    • ฟื้นตัวได้เร็ว

    • ขับถ่ายได้ใกล้เคียงปกติ

    • ไม่ต้องใส่ถุงหน้าท้องถาวร

    • คุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างชัดเจน

    🔹 การให้ยาเคมีบำบัด / การฉายรังสี

    ใช้ในบางระยะหรือใช้ร่วมกับการผ่าตัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา

    การปรับพฤติกรรมสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่

    • หลีกเลี่ยงอาหารปิ้งย่าง ไหม้เกรียม และเนื้อแดง

    • รับประทานผักและผลไม้เป็นประจำ

    • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

    • ควบคุมน้ำหนัก

    • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

    • ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่อย่างสม่ำเสมอ

     

    มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเป็นโรคที่ ตรวจพบเร็ว รักษาได้ และมีโอกาสหายขาดสูง หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม การตรวจคัดกรองตั้งแต่ยังไม่มีอาการร่วมกับการรักษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและโอกาสการหายขาดให้กับผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง

    ดูเพิ่มเติม
    มะเร็งลำไส้ใหญ่ ภัยเงียบที่กำลังเกิดกับคนอายุน้อยลง

    มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (Colorectal Cancer) เป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่พบบ่อย และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ที่น่ากังวลคือ โรคนี้ ไม่ได้เกิดเฉพาะในผู้สูงอายุอีกต่อไป

    ในช่วงกว่า 30 ปีที่ผ่านมา พบว่าอัตราการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 55 ปี เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องประมาณ 1–2% ต่อปี ปัจจุบัน ผู้ป่วย 1 ใน 5 ราย มีอายุต่ำกว่า 50 ปี และมักตรวจพบโรคในระยะที่ลุกลาม เนื่องจากยังไม่มีการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ

    มะเร็งลำไส้ใหญ่มักเริ่มจาก ติ่งเนื้อเล็ก ๆ ในลำไส้ ซึ่งสามารถตรวจพบและรักษาได้ตั้งแต่ระยะแรก ก่อนพัฒนาเป็นมะเร็ง จุดสำคัญคือ ในระยะแรกมักไม่มีอาการ ทำให้หลายคนรู้ตัวเมื่อสายเกินไป

    ตรวจให้เร็ว ป้องกันได้

    การตรวจคัดกรองตั้งแต่ยังไม่มีอาการ คือกุญแจสำคัญในการป้องกัน ช่วยเพิ่มโอกาสการรักษาให้หายขาด และลดความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น

    เพราะการป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา
    Prevention is better than cure

    โรคนี้ เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้ใหญ่หรือทวารหนัก โดยส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจาก ติ่งเนื้อ (Polyp) ซึ่งค่อย ๆ พัฒนาเป็นมะเร็งในระยะเวลาหลายปี หากไม่ได้รับการตรวจและรักษา จุดเด่นของโรคนี้คือ สามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แต่ในขณะเดียวกัน จุดอ่อนสำคัญคือ ในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ

    ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้เพียงปัจจัยเดียว แต่เชื่อว่าเกิดจากการทำงานร่วมกันของหลายปัจจัย ได้แก่

    • การกลายพันธุ์ของเซลล์เยื่อบุลำไส้

    • การสะสมของติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

    • พฤติกรรมการใช้ชีวิตและสิ่งแวดล้อม

    • ปัจจัยทางพันธุกรรม

    แหล่งที่มา
    1.https://www.cancer.org/research/acs-research-news/colorectal-cancer-rates-rise-in-younger-adults.html
    2. https://www.cancer.org/content/dam/cancer-org/research/cancer-facts-and-statistics/colorectal-cancer-facts-and-figures/colorectal-cancer-facts-and-figures-2023.pdf
    3. https://nccrt.org/our-impact/data-and-progress/

    ดูเพิ่มเติม
    ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors)

    กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ได้แก่

    อายุ 45 ปีขึ้นไป หรือเริ่มมีความเสี่ยงตามอายุ
    มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่/ไส้ตรง หรือมีติ่งเนื้อเสี่ยงสูง
    เคยพบ “ติ่งเนื้อ” ในลำไส้ใหญ่/ไส้ตรง หรือเคยเป็นมะเร็งลำไส้มาก่อน
    มีโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง เช่น Crohn’s disease หรือ Ulcerative colitis
    ถ่ายเป็นเลือด ขับถ่ายเปลี่ยนไป ปวดท้อง น้ำหนักลด อ่อนเพลีย/โลหิตจาง
    อาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

    ในระยะแรกมัก ไม่แสดงอาการ แต่เมื่อโรคดำเนินไป อาจพบอาการดังต่อไปนี้

    • ถ่ายมีเลือดปน หรือมีเลือดออกทางทวารหนัก

    • อุจจาระปนเลือดสด หรือเลือดสีคล้ำ

    • อุจจาระมีขนาดเล็กลงหรือแบนผิดปกติ

    • ท้องผูกสลับท้องเสีย หรือพฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนไป

    • ปวดท้อง แน่นท้อง หรือจุกเสียด

    • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

    • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย จากภาวะโลหิตจาง

    • คลำพบก้อนในช่องท้อง หรือปวดเบ่งเหมือนอยากถ่ายตลอดเวลา

    หากมีอาการเหล่านี้ ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางโดยเร็ว

    การตรวจวินิจฉัยและคัดกรอง

    การตรวจคัดกรองเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยวิธีที่ใช้ได้แก่

    1. การตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ

    ช่วยคัดกรองเบื้องต้นในผู้ที่ยังไม่มีอาการ

    2. การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)

    เป็นวิธีมาตรฐานที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถตรวจพบติ่งเนื้อและมะเร็งระยะเริ่มต้น พร้อมตัดติ่งเนื้อได้ในคราวเดียว

    3. การตรวจลำไส้ด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Colonography)

    เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถส่องกล้องได้ในบางกรณี

    แนวทางการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

    การรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรค ตำแหน่งของมะเร็ง และสภาพร่างกายของผู้ป่วย โดยอาจใช้วิธีร่วมกัน ได้แก่

    🔹 การผ่าตัด

    เป็นการรักษาหลัก โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้น

    การผ่าตัดผ่านกล้องแบบเก็บกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก (Sphincter Saving Surgery)
    ช่วยให้ผู้ป่วย:

    • แผลผ่าตัดขนาดเล็ก

    • ฟื้นตัวได้เร็ว

    • ขับถ่ายได้ใกล้เคียงปกติ

    • ไม่ต้องใส่ถุงหน้าท้องถาวร

    • คุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างชัดเจน

    🔹 การให้ยาเคมีบำบัด / การฉายรังสี

    ใช้ในบางระยะหรือใช้ร่วมกับการผ่าตัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา

    การป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

    การปรับพฤติกรรมสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่

    • หลีกเลี่ยงอาหารปิ้งย่าง ไหม้เกรียม และเนื้อแดง

    • รับประทานผักและผลไม้เป็นประจำ

    • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

    • ควบคุมน้ำหนัก

    • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

    • ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่อย่างสม่ำเสมอ

     

    มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเป็นโรคที่ ตรวจพบเร็ว รักษาได้ และมีโอกาสหายขาดสูง หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม การตรวจคัดกรองตั้งแต่ยังไม่มีอาการร่วมกับการรักษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและโอกาสการหายขาดให้กับผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง

    ดูเพิ่มเติม

    หากคุณมีความเสี่ยงมากกว่า 1 ข้อ

    ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางกับเรา

    Dress in Blue Day

    เนื่องใน เดือนมีนาคม เดือนแห่งการรณรงค์มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (National Colorectal Cancer Awareness Month) โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ และโรงพยาบาลดีบุก ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกิจกรรม Dress in Blue Day โดยการ ใส่ “สีฟ้า” ถ่ายภาพ และโพสต์/แชร์บนโซเชียลด้วยแฮชแท็ก #DressInBlueDay  เนื่องจากสีฟ้า เป็นสีสัญลักษณ์ของการรณรงค์มะเร็งลำไส้ใหญ่  สื่อถึงความตระหนักรู้ ความหวัง และการป้องกัน เพราะมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ หากได้รับการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

    📅 วันจัดกิจกรรม

    วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2569 (Friday, March 6, 2026)

    👕 วิธีร่วมกิจกรรม

    • สวมใส่ เสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกายสีฟ้า

    • ถ่ายภาพเพื่อร่วมแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์

    • โพสต์หรือแชร์ภาพบนโซเชียลมีเดีย พร้อมแฮชแท็ก #DressInBlueDay

    กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใส่ใจการตรวจคัดกรอง ลดความสูญเสียจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะยาว