คุณอาจเคยผ่านหูผ่านตาเรื่อง “ยีน” มาระยะหนึ่งและเริ่มได้ยินคำนี้ถูกพูดถึงมากขึ้น จนทำให้นึกสงสัยว่ายีนเกี่ยวข้องกับตัวเองหรือไม่อย่างไร อีกคำหนึ่งที่คุณคงเคยได้ยินมานานและรู้จักดีกว่า คือคำว่า “พันธุกรรม” แท้จริงแล้ว ยีนและพันธุกรรมก็คือเรื่องราวเดียวกัน
ความรู้เรื่องพันธุกรรมเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1865 จากการทดลองปลูกถั่วลันเตาของนักบวชชาวออสเตรีย เขาสังเกตว่าต้นถั่วมีการถ่ายทอดลักษณะภายนอก สี และความยาวลำต้นที่ทั้งเหมือนและแตกต่างกัน เขาจึงได้สรุปกฎของการถ่ายทอดซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาในมนุษย์ยุคต่อมา
คำว่า “ยีน” (Gene) ถูกบัญญัติจากรากศัพท์ภาษากรีกคำว่า genos ที่แปลว่า กำเนิด หรือเผ่าพันธุ์ เพื่อบอกว่านี่คือสิ่งที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น มนุษย์พยายามทำความเข้าใจเรื่องการถ่ายทอดนี้มาตลอด จนค้นพบว่า ยีน คือข้อมูลพันธุกรรมที่อยู่บนดีเอ็นเอ (DNA) เมื่อร่างกายมนุษย์ต้องการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ ดีเอ็นเอจะขดกันแน่นขึ้นจนได้โครงสร้างที่เรียกว่าโครโมโซม การส่งต่อยีน ดีเอ็นเอ และโครโมโซมมาจากทั้งชายและหญิง กลายเป็นแม่พิมพ์ต้นแบบเพื่อให้กำเนิดทารกซึ่งจะเติบโตมนุษย์รายใหม่ เกิดเป็นสถานะที่ถูกกำหนดว่าเป็นพ่อแม่ลูกนั่นเอง
หากคุณลองพิจารณารูปร่างหน้าตาของตัวเอง อาจเห็นว่ามีบางส่วนเหมือนพ่อ บางส่วนเหมือนแม่ และแม้ว่าจะพบเจอคนมาหลายร้อยหลายพันคน แต่ก็ไม่มีใครหน้าตาเหมือนกัน ลักษณะภายนอกที่ต่างกันมหาศาลนี้ แท้จริงแล้วในระดับดีเอ็นเอของแต่ละคนมีความแตกต่างกันน้อยมาก นับตั้งแต่ปี 1991 นักวิทยาศาสตร์ได้เริ่มถอดรหัสพันธุกรรมของคน โดยใช้เวลาทั้งสิ้นเกือบสิบห้าปีและใช้เงินไปประมาณแสนล้านบาท ต่างจากในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวล้ำไปมาก การถอดรหัสพันธุกรรมใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือน ขณะที่ค่าใช้จ่ายเหลือแค่หลักหมื่นบาท เราจึงค่อยๆ เข้าใจความเป็นไปและโรคในมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านการศึกษาพันธุกรรม
ในประเทศไทยมีการศึกษาพัฒนาด้านพันธุกรรมอย่างจริงจังผ่านโครงการวิจัยสำคัญ คือ Genomics Thailand เพื่อเป็นฐานข้อมูลพันธุกรรมของคนไทย ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของระบบสาธารณสุขไทยที่จะได้ดูแลสุขภาพของแต่ละบุคคลอย่างแม่นยำมากขึ้น
ยีนหรือพันธุกรรมจึงเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของชีวิตมนุษย์ ตั้งแต่วันที่มีการปฏิสนธิ เป็นสิ่งที่กำหนดลักษณะของเรา ทั้งหน้าตา สีผิว ไปจนถึงความเสี่ยงของโรคบางอย่าง ตั้งแต่ช่วงที่ยังเป็นทารกในครรภ์ จนถึงตอนคลอดออกมา บางคนอาจมีความผิดปกติแรกเกิด อาจได้รับการวินิจฉัยได้ตั้งแต่แรก หรืออาจมารู้ตอนโต
เมื่อเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แม้ว่าปัจจัยของสิ่งแวดล้อม รวมถึงพฤติกรรมจะกำหนดชีวิตของคนเรามากขึ้น แต่พันธุกรรมก็ยังคงมีบทบาทอยู่ เช่น
- โรคเบาหวาน
- ความดันโลหิตสูง
- โรคหัวใจและหลอดเลือด
- มะเร็งบางชนิด
หรือเมื่อเข้ารับการรักษา พันธุกรรมก็จะมีส่วนกำหนดการตอบสนองต่อยา







