เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน นอกจากการเตรียมร่มและเสื้อกันฝนให้ลูกน้อยแล้ว สิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม คือการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อในเด็กที่มักพบเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่
นพ. ปานรวี มีมารยาตร์ กุมารแพทย์และประธานองค์กรแพทย์ โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ เปิดเผยว่า โรคที่พบบ่อยในเด็กช่วงฤดูฝน ได้แก่ โรคอุจจาระร่วงจากเชื้อไวรัส โรคปอดบวม ปอดอักเสบ ไข้หวัดใหญ่ โรคมือ เท้า ปาก รวมถึงโรคไข้เลือดออก ซึ่งยังคงเป็นโรคสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ตที่มีสภาพอากาศร้อนชื้นและมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวนมาก ทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้ง่าย
หนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยคือโรคทางเดินอาหารจากเชื้อไวรัส เช่น โนโรไวรัส (Norovirus) และโรตาไวรัส (Rotavirus) ซึ่งสามารถปนเปื้อนผ่านอาหาร น้ำดื่ม น้ำแข็ง หรือภาชนะที่ไม่สะอาด เด็กอาจมีอาการอาเจียน ถ่ายเหลว และสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ร่างกายยังไม่สามารถชดเชยการสูญเสียน้ำได้ดีเท่าผู้ใหญ่

นอกจากนี้ โรคติดเชื้อทางเดินหายใจก็เป็นอีกปัญหาที่พบมากในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะเชื้อ RSV ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของหลอดลมอักเสบในเด็กเล็ก อาการเริ่มต้นอาจคล้ายไข้หวัดทั่วไป เช่น มีไข้ ไอ และน้ำมูก แต่หากมีอาการหายใจเหนื่อย กินได้น้อยลง หรือมีเสียงครืดคราดในหน้าอก ผู้ปกครองควรรีบพาเด็กพบแพทย์ เนื่องจากหลอดลมของเด็กเล็กมีขนาดเล็ก การอักเสบหรือมีเสมหะเพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลต่อการหายใจได้
คุณหมอแนะนำว่า การป้องกันโรคสามารถเริ่มต้นได้จากพฤติกรรมง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ล้างมืออย่างถูกวิธี รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ดื่มน้ำสะอาด ใช้ช้อนกลาง และรับวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์อย่างครบถ้วน
“การป้องกันโรคที่ดีที่สุด ไม่ได้เริ่มจากยา แต่เริ่มจากสุขอนามัยที่ดีในชีวิตประจำวัน” นับเป็นบทเรียนสำคัญที่หลายครอบครัวได้เรียนรู้หลังการระบาดของโควิด-19 ซึ่งการล้างมือและการดูแลสุขอนามัยยังคงเป็นเกราะป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพสำหรับเด็กทุกวัย
ทั้งนี้ หากเด็กมีไข้สูง ซึม กินอาหารหรือดื่มน้ำได้น้อย หายใจเหนื่อย หรือมีอาการไม่ดีขึ้นตามระยะเวลาปกติ ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม
แม้ฤดูฝนจะนำมาซึ่งความสดชื่นและความชุ่มฉ่ำของธรรมชาติ แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เด็ก ๆ ต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพราะการป้องกันที่ดีตั้งแต่วันนี้ ย่อมดีกว่าการรักษาเมื่อเกิดการเจ็บป่วยในวันข้างหน้า
อ้างอิงจากบทสัมภาษณ์ นพ. ปานรวี มีมารยาตร์ กุมารแพทย์และประธานองค์กรแพทย์ โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์







