รู้จักไวรัส Parainfluenza (พาราอินฟลูเอนซา) ภัยร้ายใกล้ตัวเด็กเล็กที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังสุขภาพของลูกน้อยเป็นพิเศษ เพราะมีเชื้อไวรัสหลายชนิดที่
พร้อมจะโจมตี หนึ่งในนั้นคือ"ไวรัส Parainfluenza" ที่มักทำให้เกิดอาการป่วยในเด็กเล็กไวรัสพาราอินฟลูเอนซา
เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ซึ่งสามารถระบาดได้ตลอดทั้งปี
คุณพ่อคุณแม่จึงควรทำความเข้าใจและเฝ้าระวังอาการของโรคนี้
ไวรัสพาราอินฟลูเอนซามีกี่สายพันธุ์?
ไวรัสพาราอินฟลูเอนซามีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ แต่ที่พบการระบาดบ่อยในเด็กมี 3 สายพันธุ์หลัก ได้แก่
สายพันธุ์ที่ 1 และ 2 มักพบในเด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี ทำให้เกิดการอักเสบของกล่องเสียง
หรือที่เรียกว่า "ครูป" (Croup)
- มีไข้
- ไอเสียงก้องคล้ายเสียงเห่า
- เสียงแหบ
- หายใจลำบาก อาจมีเสียงหวีดขณะหายใจเข้า
สายพันธุ์ที่ 3 มักพบในเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี ทำให้เกิดหลอดลมอักเสบและปอดอักเสบ ซึ่งมีความรุนแรงกว่า
- มีไข้สูง
- ไอ
- หายใจเร็ว หอบเหนื่อย
- อาจมีเสมหะ
การรักษาโรคติดเชื้อไวรัสพาราอินฟลูเอนซา โดยทั่วไปแล้ว การรักษาโรคติดเชื้อไวรัสพาราอินฟลูเอนซา
จะเป็นการรักษาตามอาการ ไม่มีวัคซีนป้องกันโดยเฉพาะเจาะจง
การป้องกัน
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการรักษาสุขอนามัยที่ดี เช่น
- ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะหลังสัมผัสสิ่งสกปรก หรือก่อนรับประทานอาหาร
- หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วย หากมีคนในบ้านป่วย ควรแยกผู้ป่วยและหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิด
- รักษาสุขภาพให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ
- ฉีดวัคซีนเสริมป้องกัน เช่น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ / วัคซีน IPD ป้องกันปอดอักเสบ
สิ่งที่ควรทราบ!!
หากบุตรหลานของท่านมีอาการดังกล่าวข้างต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการหายใจลำบาก หอบเหนื่อย หรือไอเสียงก้อง
ควรพาไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง




