ศูนย์หัวใจโรงพยาบาลกรุงเทพระยอง เป็นศูนย์แห่งความเป็นเลิศด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด พร้อมให้บริการตรวจรักษาอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การป้องกัน การตรวจวินิจฉัยในระยะเริ่มต้น การรักษาด้วยเทคโนโลยีในห้องปฏิบัติการสวนหัวใจและหลอดเลือด ตลอดจนการฟื้นฟูสภาพด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางพร้อมดูแลทุกสถานการณ์ที่เกี่ยวกับภาวะหัวใจ และหลอดเลือดด้วยมาตรฐาน
บริการตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจ
- ตรวจวินิจฉัยทางหัวใจ และตรวจคัดกรองโรคหัวใจตามความเสี่ยงเฉพาะรายบุคคล
- ตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Coronary CT Angiography) เป็นวิธีการตรวจหัวใจเพื่อดูเส้นเลือดของหัวใจว่ามีหลอดเลือดหัวใจตีบ-ตัน หรือความผิดปกติอื่น ๆ ของหลอดเลือดหัวใจบ้างหรือไม่ รวมถึงใช้ติดตามผลการรักษาภายหลังการผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งผู้ที่เข้ารับการตรวจวิธีนี้จะได้รับสารทึบรังสีเพื่อให้ได้ภาพเอกซเรย์ที่ดี
- ตรวจคลื่นหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography) ใช้หลักการส่งคลื่นเสียงที่ปลอดภัยเข้าไปในทรวงอกและสะท้อนออกมาเป็นภาพให้เห็นบนจอ การตรวจวิธีนี้เป็นการตรวจเพื่อดูขนาดของหัวใจตามแรงการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจผ่านผนังหน้าอก การทำงานของลิ้นหัวใจ ภาวะน้ำในเยื่อหุ้มหัวใจ ช่องหัวใจโต และตรวจหาภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิด ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของอาการเหนื่อยหอบหรือแน่นหน้าอกได้
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram – EKG) ใช้ตรวจหาความผิดปกติของการทำงานของหัวใจ เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจหยุดเต้นชั่วคราว กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือหัวใจโตผิดปกติ
- ตรวจวัดความแข็งตัวของหลอดเลือดแดง (Ankle-Brachial Index – ABI) การตรวจประเมินความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย
- ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test – EST) ประเมินการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด โดยวัดชีพจร ความดัน และคลื่นไฟฟ้าหัวใจระหว่างเดินบนสายพานที่ปรับความเร็วและความชัน
- ตรวจหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ (CT Calcium Score) ประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน โดยเฉพาะเมื่อร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่น เพื่อวางแผนป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ตรวจระบบประสาทอัตโนมัติหัวใจด้วยเตียงปรับระดับ (Tilt Table Test) ตรวจหาสาเหตุของอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ หรือเป็นลม ว่ามีสาเหตุมาจากระบบประสาทอัตโนมัติหัวใจหรือไม่
- การบันทึกคลื่นไฟฟ้าชนิดติดตัว (Holter Monitor) ในผู้ป่วยบางรายที่มารับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแล้วไม่พบความผิดปกติในขณะนั้น แต่ผู้ป่วยอาจจะยังมีอาการที่น่าสงสัยว่าหัวใจอาจมีความผิดปกติ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้เครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจชนิดติดตัว ซึ่งผู้รับการตรวจจะต้องนำเครื่องมือนี้พกติดตัวตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ทราบว่ากิจกรรมต่างๆ ใน 24 ชั่วโมง ของผู้รับการตรวจมีผลทำให้คลื่นไฟฟ้าหัวใจเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่
เทคโนโลยีการรักษาโรคหัวใจ
- การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiogram – CAG) ใช้ตรวจดูหลอดเลือดหัวใจอย่างละเอียด
- การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน หรือขดลวดค้ำยัน (PCI – Percutaneous Coronary Intervention) รักษาภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่
- การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน และขดลวด (PTCA & Stent) การรักษาภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอก ด้วยการใช้บอลลูนขยายจุดที่ตีบ หรือใส่ขดลวด (Stent) เพื่อพยุงผนังหลอดเลือดให้เปิดค้างไว้ วิธีนี้ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์เฉพาะทาง และอุปกรณ์ที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการรักษา
- การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจถาวร (Permanent Pacemaker) เป็นการรักษาสำหรับผู้ป่วยที่หัวใจเต้นช้าผิดปกติ
- การฝังเครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้า (ICD – Implantable Cardioverter Defibrillator) ใช้ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้น
- การจี้หัวใจด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency Catheter Ablation) คลื่นไฟฟ้าหัวใจ เมื่อพบจุดที่มีการนำไฟฟ้าผิดปกติ แพทย์จะส่งกระแสไฟฟ้าความถี่สูงผ่านสายสวน ทำให้เกิดพลังงานความร้อนเพื่อทำลายจุดที่นำไฟฟ้าผิดปกตินั้น ส่งผลให้หัวใจกลับมาเต้นเป็นจังหวะปกติ
การดูแลผู้ป่วยวิกฤตในหออภิบาลผู้ป่วยหนัก (ICU)
หออภิบาลผู้ป่วยหนัก (ICU) สามารถดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจ และการรักษาด้วยหัตถการทางหัวใจ (Cardio Intervention) ให้การดูแลผู้ป่วยวิกฤตที่มีภาวะเกี่ยวข้องกับระบบหัวใจและหลอดเลือดรวมถึงผู้ป่วยหลังเข้ารับการรักษาด้วยหัตถการจากห้องสวนหัวใจ เช่น
- ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
- ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
- ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
- ภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด
- การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนหรือขดลวด
- การใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ
- การจี้ไฟฟ้าหัวใจ (Ablation)
ผู้ป่วยในกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ และพยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณ์ด้านโรคหัวใจ และหลอดเลือด พร้อมทั้งใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยในการติดตามอาการอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วนอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการดูแลแบบองค์รวม โดยเน้นการลดความเจ็บปวด และความทุกข์ทรมานของผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกปลอดภัยมากที่สุดตลอดระยะเวลาที่เข้ารับการรักษา
การดูแลผู้ป่วยในหอพักผู้ป่วยโรคหัวใจ
หอผู้ป่วยในโรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นหอพักฟื้นผู้ป่วยที่ดูแลต่อเนื่องจากหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ซึ่งลักษณะเป็นห้องเดี่ยว มีอุปกรณ์เครื่องติดตามการทำงานของหัวใจและสัญญาณชีพ (Patient Monitor) และเครื่องมือทางการแพทย์เฉพาะ ได้แก่ เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ (Defibrillator) เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และเป็นสถานที่สำหรับฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ โดยประสานการทำงานร่วมกันระหว่างทีมสหสาขาวิชาชีพ ได้แก่ นักกายภาพบำบัด นักกำหนดอาหาร เภสัชกร และนักจิตวิทยาเพื่อร่วมกันวางแผนกับญาติในการดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องที่บ้าน ตลอดจนการนัดกลับมารักษาติดตามอาการ
การฟื้นฟูหัวใจในศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ
ทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู และทีมนักกายภาพบำบัด ที่มีประสบการณ์ในการดูแลพร้อมเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูสภาพการทำงานของร่างกาย และฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจของผู้ป่วยเพื่อให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ทั้งยังช่วยในการป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำอีกในอนาคต โดยให้บริการดังต่อไปนี้
- การฟื้นฟูสมรรถภาพโดยโปรแกรมการออกกำลังกายเฉพาะโรคหัวใจ
- การให้คำแนะนำสำหรับการดูแลตนเอง,กิจกรรมที่สามารถทำได้,การเตรียมตัวกลับไปทำงาน
- โปรแกรมการออกกำลังกายที่บ้าน Home based program
- การทดสอบสมรรถภาพทางกายด้วยการเดินให้ได้ระยะทางมากที่สุดในเวลา 6 นาที (6 Minutes Walk Test; 6MWT)
- แบบสอบถามคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพ (Quality of life Assessment)