ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง บริการให้คำปรึกษา รักษา และดูแลทุกปัญหาเกี่ยวกับกระดูกและข้อ รวมทั้งกล้ามเนื้อ โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อดูแลคุณอย่างครบทุกด้าน ด้วยทางเลือกการรักษาทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด ด้วยมาตรฐานระดับสากล และความพึงพอใจสูงสุดของผู้รับบริการ อันประกอบไปด้วย
1. การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์ (X-Ray)
การถ่ายภาพด้วยรังสีเอกซ์ เป็นการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อวินิจฉัยความผิดปกติเบื้องต้น เช่น
- กระดูกแตกหัก
- การติดเชื้อในกระดูก
- ข้อต่ออักเสบ
- มะเร็งหรือเนื้องอกในกระดูก
การตรวจด้วย X-Ray ช่วยให้แพทย์วิเคราะห์ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำในกรณีฉุกเฉิน
2. การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan)
เป็นการตรวจด้วยรังสีที่มีความไวสูง และให้ภาพรายละเอียดที่ชัดเจนกว่า X-Ray ธรรมดา
- การตรวจคัดกรองโรคกระดูก
- ประเมินการบาดเจ็บกระดูกลึก
- ดูรอยโรคหรือการติดเชื้อที่ซับซ้อน
3. การตรวจด้วยเครื่อง MRI (Magnetic Resonance Imaging)
ใช้สนามแม่เหล็ก และคลื่นวิทยุเพื่อสร้างภาพ 3 มิติ ของกระดูก และเนื้อเยื่อรอบข้าง เหมาะสำหรับ
- ผู้ป่วยที่ปวดกระดูกแต่ไม่พบความผิดปกติใน X-Ray
- วินิจฉัยการหักกระดูกที่ตรวจพบได้ยาก
- การตรวจเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และเส้นประสาท
4. การตรวจความหนาแน่นกระดูก (Bone Densitometry)
การตรวจนี้ช่วยวิเคราะห์ความแข็งแรงของกระดูก และประเมินความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน เหมาะสำหรับ
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน
การใช้เครื่องมือที่เหมาะสมช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรค และวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย หากคุณมีอาการปวดกระดูกหรือสงสัยว่ามีความผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการตรวจวินิจฉัยที่เหมาะสม
วิธีการรักษาโดยการผ่าตัด และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่
การรักษาโรคกระดูกและข้อในปัจจุบันพัฒนาไปอย่างมาก โดยเฉพาะการผ่าตัดที่เน้นความแม่นยำ และลดระยะเวลาการฟื้นตัว การรักษาเหล่านี้ช่วยคืนคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยที่มีปัญหาข้อเข่า ข้อสะโพก หรือการบาดเจ็บที่เส้นเอ็น
1. การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (Total Hip Replacement)
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มี
- โรคข้อสะโพกเสื่อม (Osteoarthritis)
- การบาดเจ็บหรือกระดูกสะโพกหัก
- โรคข้อสะโพกอักเสบเรื้อรัง (Rheumatoid Arthritis)
ประโยชน์ของการผ่าตัดข้อสะโพกเทียม
- บรรเทาอาการปวด
- ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว
- ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
2. การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมด้วยหุ่นยนต์ (Robotic-Assisted Knee Replacement)

เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อรอบข้าง เหมาะสำหรับ
- ผู้ป่วยที่มีข้อเข่าเสื่อมรุนแรง
- ภาวะการบาดเจ็บของข้อเข่าที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด
ข้อดีของการใช้หุ่นยนต์ในการผ่าตัด
- การฟื้นตัวที่รวดเร็วกว่า
- ลดโอกาสการเกิดข้อเข่าเทียมหลวมในอนาคต
- เพิ่มความเที่ยงตรงของตำแหน่งข้อเข่า
- ไม่ต้องพักฟื้นนาน และลดอาการบาดเจ็บหลังผ่าตัด
3. การผ่าตัดส่องกล้องเพื่อเย็บซ่อมแซมเอ็นไขว้หน้าเข่า (ACL Reconstruction)

การบาดเจ็บของเอ็นไขว้หน้าเข่า (Anterior Cruciate Ligament) พบได้บ่อยในนักกีฬาและผู้ที่เคลื่อนไหวผิดท่ารุนแรง การส่องกล้องช่วยให้การผ่าตัดมีความปลอดภัยและเจ็บน้อยลง
ข้อดีของการผ่าตัดแบบส่องกล้อง
- แผลเล็กและฟื้นตัวไว
- ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ
- เหมาะสำหรับคนที่ต้องการกลับไปเล่นกีฬา
เหตุผลที่ควรเลือกการรักษาโดยการผ่าตัดข้อกระดูก
- ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น หุ่นยนต์และการส่องกล้อง
- ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ
- การฟื้นฟูที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
