LGBTQIA+ เสี่ยงมะเร็งปอดสูงกว่าคนทั่วไปจริงหรือ?
มะเร็งปอดเป็นหนึ่งในโรคร้ายแรงที่คร่าชีวิตคนไทยจำนวนมากทุกปี ซึ่งปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงก็คือ การสูบบุหรี่ โดยงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า กลุ่ม LGBTQIA+ มีอัตราการสูบบุหรี่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประชากรทั่วไป
โดยเฉพาะในกลุ่ม เกย์ ไบเซ็กชวล และชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) พบว่ามีสถิติการสูบบุหรี่และใช้สารเสพติดสูงกว่า ทำให้เสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจ รวมถึง โรคมะเร็งปอด มากขึ้น
ทำไมกลุ่ม LGBTQIA+ จึงเสี่ยงมากขึ้น?
-
อัตราการสูบบุหรี่สูงกว่าเฉลี่ย – การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปอดกว่า 80%
-
ปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อม – ความเครียด การถูกกดดัน หรือการเลือกปฏิบัติ อาจทำให้บางคนหันไปพึ่งพาบุหรี่หรือแอลกอฮอล์
-
ขาดการเข้าถึงการตรวจสุขภาพ – บางกลุ่มอาจไม่เข้ารับการตรวจสุขภาพปอดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตรวจพบโรคช้า
แนวทางป้องกันมะเร็งปอดในกลุ่ม LGBTQIA+
-
ลด ละ เลิกการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า
-
หลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสองและสารพิษในสิ่งแวดล้อม
-
รับประทานอาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน เช่น ผักตระกูลกะหล่ำ ผลไม้สีส้ม-แดง ปลา และถั่วเหลือง
-
ตรวจสุขภาพปอดประจำปี โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่เป็นเวลานาน
สรุป
แม้กลุ่ม LGBTQIA+ จะมี ความเสี่ยงมะเร็งปอดสูงกว่า เนื่องจากพฤติกรรมการสูบบุหรี่และปัจจัยแวดล้อม แต่หากใส่ใจดูแลสุขภาพ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต และเข้ารับการตรวจคัดกรอง ก็สามารถลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสการรักษาได้
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/share/p/19sMdqdmVc/



