การดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการฉายรังสีบริเวณทรวงอก
การฉายรังสีบริเวณทรวงอก เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาโรคมะเร็งที่แพทย์อาจเลือกใช้ตามชนิดของโรค ตำแหน่งและขนาดของก้อนมะเร็ง รวมถึงแผนการรักษาเฉพาะบุคคล แม้การฉายรังสีจะได้รับการวางแผนเพื่อให้รังสีส่งผลต่อเซลล์มะเร็งให้มากที่สุด แต่เนื้อเยื่อปกติบริเวณใกล้เคียงอาจได้รับผลกระทบและทำให้เกิดผลข้างเคียงได้
ผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีอาการแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ได้รับรังสี ปริมาณรังสี ระยะเวลาการรักษา และการรักษาอื่นที่ได้รับร่วมกัน เช่น เคมีบำบัด ดังนั้น หากมีอาการผิดปกติหรืออาการรุนแรงขึ้น ควรแจ้งแพทย์หรือทีมรักษาเพื่อประเมินและให้การดูแลอย่างเหมาะสม
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการฉายรังสีบริเวณทรวงอก
1. ผิวหนังบริเวณที่ฉายรังสีแห้ง คล้ำ แดง หรือระคายเคือง
ผิวหนังบริเวณที่ได้รับรังสีอาจเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยอาจเริ่มมีอาการหลังได้รับการฉายรังสีไประยะหนึ่ง เช่น
- ผิวแห้ง
- ผิวแดงหรือคล้ำขึ้น
- คันหรือรู้สึกระคายเคือง
- ผิวหนังมีลักษณะคล้ายผิวไหม้แดด
- ในบางรายอาจมีผิวลอกหรือพุพอง
อาการทางผิวหนังมักเกิดเฉพาะบริเวณที่ได้รับรังสี และโดยทั่วไปจะค่อย ๆ ดีขึ้นหลังสิ้นสุดการรักษา แต่บางรายอาจมีสีผิวบริเวณนั้นเข้มหรือเปลี่ยนแปลงต่อไปอีกระยะหนึ่ง
การดูแลผิวระหว่างฉายรังสี
- ล้างผิวบริเวณที่ฉายรังสีอย่างอ่อนโยน
- หลีกเลี่ยงการขัด ถู เกา หรือแกะบริเวณผิวหนัง
- หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่รัดแน่นหรือเสียดสีกับบริเวณที่ได้รับรังสี
- หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนหรือความเย็นจัดบริเวณที่ฉายรังสี
- หากต้องการใช้ครีมหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ควรสอบถามทีมรักษาก่อน
- หากผิวหนังมีแผล ลอกมาก หรือมีอาการผิดปกติ ควรแจ้งทีมรักษา
2. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
อาการอ่อนเพลีย (Fatigue) เป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่ได้รับการฉายรังสี ผู้ป่วยอาจรู้สึกเหนื่อยง่าย ไม่มีแรง หรือต้องการพักมากกว่าปกติ
อาการอ่อนเพลียอาจเกิดขึ้นระหว่างการรักษาและสามารถต่อเนื่องไปอีกระยะหลังสิ้นสุดการฉายรังสีได้ โดยความรุนแรงของอาการแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
คำแนะนำในการดูแลตนเอง
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- แบ่งกิจกรรมต่าง ๆ ออกเป็นช่วง ๆ และไม่ฝืนร่างกาย
- หากร่างกายไหว สามารถทำกิจกรรมเบา ๆ เช่น เดินช้า ๆ
- รับประทานอาหารให้เพียงพอ
- ดื่มน้ำอย่างเหมาะสม
- ขอความช่วยเหลือจากคนในครอบครัวเมื่อรู้สึกเหนื่อยมาก
หากมีอาการเหนื่อยผิดปกติ เหนื่อยมากขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือมีอาการหายใจไม่สะดวก ควรแจ้งแพทย์หรือทีมรักษาเพื่อประเมินเพิ่มเติม
3. เม็ดเลือดต่ำ ซีด หรือมีเลือดออกง่าย
การฉายรังสีอาจส่งผลต่อการสร้างเม็ดเลือดได้ โดยเฉพาะในกรณีที่บริเวณไขกระดูกซึ่งมีการสร้างเม็ดเลือดได้รับรังสีในปริมาณมาก อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อเม็ดเลือดไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้ป่วยทุกราย และขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉายรังสี ปริมาณรังสี รวมถึงการรักษาอื่นที่ได้รับร่วมกัน
หากแพทย์เห็นว่ามีความเสี่ยง อาจมีการตรวจเลือด เช่น Complete Blood Count (CBC) เพื่อติดตามระดับเม็ดเลือดตามความเหมาะสม
ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์หากมีอาการ เช่น
- เหนื่อยง่ายหรืออ่อนเพลียผิดปกติ
- หน้ามืด
- มีไข้
- มีจ้ำเลือดหรือเลือดออกง่ายผิดปกติ
4. กลืนลำบากหรือแสบกลางอกขณะกลืน
การฉายรังสีบริเวณทรวงอกอาจทำให้ หลอดอาหารเกิดการระคายเคืองหรืออักเสบ โดยเฉพาะเมื่อหลอดอาหารอยู่ในบริเวณที่ได้รับรังสี ผู้ป่วยอาจรู้สึกเจ็บ แสบ หรือกลืนอาหารและน้ำได้ลำบากขึ้น
อาการอาจรู้สึกคล้าย แสบร้อนกลางอกหรือมีอาหารติดขณะกลืน และในบางรายอาจมีอาการมากขึ้นในช่วงท้ายของการรักษาหรือหลังสิ้นสุดการรักษาระยะหนึ่ง ก่อนที่จะค่อย ๆ ดีขึ้น
วิธีดูแลตนเอง
- รับประทานอาหารอ่อน เคี้ยวง่าย
- รับประทานอาหารคำเล็ก ๆ และค่อย ๆ รับประทาน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เผ็ด หรืออาหารที่ทำให้ระคายคอ
- หากกลืนลำบากมาก ควรแจ้งแพทย์หรือทีมรักษา
แพทย์อาจแนะนำการปรับอาหาร การใช้ยา หรือการพบโภชนากรเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้รับพลังงานและสารอาหารเพียงพอในระหว่างการรักษา
การดูแลตนเองระหว่างการฉายรังสีบริเวณทรวงอก
นอกจากการสังเกตผลข้างเคียงแล้ว ผู้ป่วยควรดูแลสุขภาพโดยรวมเพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารและน้ำอย่างเพียงพอ และสามารถดำเนินการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง
1. รับประทานอาหารให้ครบถ้วนและเหมาะสม
ควรเลือกรับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ และมีสารอาหารครบถ้วน หากมีอาการเบื่ออาหารหรือกลืนลำบาก อาจแบ่งอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ หลายมื้อ และเลือกอาหารที่เคี้ยวและกลืนง่าย
หากรับประทานอาหารได้น้อย น้ำหนักลด หรือมีปัญหาด้านการกลืน ควรแจ้งทีมรักษาเพื่อพิจารณาปรึกษานักกำหนดอาหารหรือทีมโภชนาการ
2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ควรดื่มน้ำอย่างเหมาะสมตลอดทั้งวัน เว้นแต่แพทย์จะมีคำแนะนำให้จำกัดปริมาณน้ำจากโรคหรือภาวะสุขภาพอื่น
3. ดูแลผิวบริเวณที่ได้รับรังสี
หลีกเลี่ยงการเกา ขัด ถู หรือแกะผิวหนังบริเวณที่ได้รับรังสี และควรปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้กับผิวบริเวณดังกล่าวได้จากทีมรังสีรักษา
4. ขยับร่างกายและบริหารแขนตามความเหมาะสม
หากไม่มีข้อห้ามจากแพทย์ ควรเคลื่อนไหวร่างกายและบริหารแขนหรือข้อไหล่ตามคำแนะนำของทีมรักษา โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีการรักษาร่วมกับการผ่าตัดบริเวณทรวงอกหรือเต้านม
ไม่ควรฝืนออกกำลังกายหากมีอาการเหนื่อยมาก เจ็บ หรือมีข้อจำกัดจากการรักษา
5. บริหารการหายใจตามคำแนะนำของทีมรักษา
ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการฝึกหายใจหรือการบริหารปอดจากแพทย์ นักกายภาพบำบัด หรือทีมรักษา ทั้งนี้ วิธีฝึกและความเหมาะสมขึ้นอยู่กับโรคและแผนการรักษาของแต่ละบุคคล
หากมีอาการไอ หายใจไม่สะดวก หรือเหนื่อยผิดปกติ ควรแจ้งทีมรักษา ไม่ควรพยายามฝึกหายใจหรือออกกำลังกายหนักด้วยตนเอง
อาการแบบไหนควรรีบแจ้งแพทย์?
ผู้ป่วยที่ได้รับการฉายรังสีบริเวณทรวงอกควรแจ้งทีมรักษาหากมีอาการผิดปกติ โดยเฉพาะ
- กลืนอาหารหรือน้ำลำบากมากขึ้น
- รับประทานอาหารหรือน้ำได้น้อยจนเสี่ยงขาดสารอาหารหรือขาดน้ำ
- หายใจไม่สะดวกหรือเหนื่อยมากขึ้น
- ไอมากผิดปกติ
- มีไข้
- มีเลือดออกหรือมีจ้ำเลือดผิดปกติ
- ผิวหนังบริเวณฉายรังสีมีแผล ลอก หรือเจ็บมาก
- อ่อนเพลียมากผิดปกติ
การฉายรังสีบริเวณทรวงอกสามารถทำให้เกิดอาการไอและหายใจลำบากจากผลต่อเนื้อเยื่อปอดได้ และในบางรายอาจเกิดภาวะปอดอักเสบจากรังสี (radiation pneumonitis) ซึ่งต้องได้รับการประเมินจากแพทย์
ผลข้างเคียงจากการฉายรังสีจะหายหรือไม่?
ผลข้างเคียงของการฉายรังสีมีทั้ง ผลข้างเคียงระยะสั้นและระยะยาว และไม่ได้เกิดขึ้นเหมือนกันในผู้ป่วยทุกคน
ผลข้างเคียงหลายอย่าง เช่น ผิวหนังระคายเคือง อ่อนเพลีย หรือปัญหาการกลืน สามารถค่อย ๆ ดีขึ้นหลังสิ้นสุดการรักษา แต่ผลข้างเคียงบางชนิดอาจเกิดขึ้นหลายเดือนหรือหลายปีหลังการรักษาได้ โดยขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ได้รับรังสี ปริมาณรังสี และการรักษาอื่นที่ได้รับร่วมกัน
ดังนั้น ผู้ป่วยควรมาติดตามผลตามนัด และแจ้งแพทย์เมื่อมีอาการใหม่หรืออาการที่เปลี่ยนแปลงไป
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉายรังสีบริเวณทรวงอก
การฉายรังสีบริเวณทรวงอกมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?
ผลข้างเคียงที่อาจพบ ได้แก่ ผิวหนังบริเวณที่ฉายรังสีเปลี่ยนแปลง อ่อนเพลีย กลืนลำบาก ไอ เจ็บหรือแสบกลางอก เบื่ออาหาร และหายใจไม่สะดวก โดยอาการและความรุนแรงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
ฉายรังสีแล้วทำไมกลืนอาหารลำบาก?
เนื่องจากหลอดอาหารอยู่บริเวณทรวงอกและอาจได้รับรังสี ทำให้เยื่อบุหลอดอาหารเกิดการระคายเคืองหรืออักเสบ ส่งผลให้เจ็บหรือกลืนอาหารลำบากได้
ระหว่างฉายรังสีควรกินอาหารอย่างไร?
ควรรับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุก มีสารอาหารครบถ้วน และหากกลืนลำบากควรเลือกอาหารอ่อน เคี้ยวง่าย รับประทานทีละน้อยแต่บ่อยขึ้น และดื่มน้ำให้เพียงพอ หากรับประทานอาหารได้น้อยหรือน้ำหนักลด ควรปรึกษาทีมรักษาหรือนักกำหนดอาหาร
ผิวหนังบริเวณที่ฉายรังสีดูแลอย่างไร?
ควรดูแลผิวอย่างอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการขัด ถู เกา หรือเสียดสี และหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่รัดแน่นบริเวณที่ได้รับรังสี หากต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ กับผิว ควรสอบถามทีมรักษาก่อน
ฉายรังสีบริเวณทรวงอกแล้วหายใจไม่สะดวก อันตรายหรือไม่?
อาการไอหรือหายใจไม่สะดวกสามารถเกิดขึ้นได้หลังการฉายรังสีบริเวณทรวงอก เนื่องจากเนื้อเยื่อปอดอาจได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม หากมีอาการหายใจลำบากมากขึ้น เหนื่อยผิดปกติ หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรรีบแจ้งแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ
ปรึกษาและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
หากกำลังเข้ารับการฉายรังสีบริเวณทรวงอก หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลข้างเคียงและการดูแลตนเอง สามารถปรึกษาแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพของ โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพระยอง เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับโรคและแผนการรักษาของแต่ละบุคคล
โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพระยอง
📞 โทร. 033-060-655

