การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจาก “อุบัติเหตุหมู่และอาคารถล่ม“
(Mass Casualty & Building Collapse)
สถานการณ์สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ล้มทับจัดเป็น “สถานการณ์วิกฤตที่มีความซับซ้อนสูง” ความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่ผู้บาดเจ็บเท่านั้น แต่อยู่ที่โครงสร้างที่อาจถล่มซ้ำ ไฟรั่ว หรือแก๊สระเบิด หลักการสำคัญที่สุดคือ “Safety First” (ความปลอดภัยต้องมาก่อน)
1. หลักการ 3S: ประเมินความปลอดภัยก่อนเข้าพื้นที่
ก่อนที่คุณจะวิ่งเข้าไปช่วยใคร คุณต้องประเมิน 3 สิ่งนี้ หากไม่ปลอดภัย “ห้ามเข้าเด็ดขาด” ให้รอเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ
-
Scene (สถานการณ์): โครงสร้างยังมีการขยับหรือไม่? มีเศษวัสดุร่วงหล่นอยู่ไหม?
-
Safety (ความปลอดภัย): มีกลิ่นแก๊สรั่ว มีประกายไฟ หรือมีสายไฟขาดพาดผ่านน้ำหรือไม่?
-
Situation (จำนวนผู้บาดเจ็บ): ประเมินคร่าวๆ ว่ามีคนเจ็บกี่คน เพื่อแจ้งศูนย์สั่งการได้ถูกต้อง
2. การขอความช่วยเหลือ (Call for Help)
โทร 1669 (สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ) ทันที โดยแจ้งข้อมูลสำคัญดังนี้:
-
สถานที่เกิดเหตุ: จุดสังเกตที่ชัดเจน
-
เกิดอะไรขึ้น: ตึกถล่ม คานปูนทับ หรือนั่งร้านพัง
-
จำนวนผู้บาดเจ็บ: (ประมาณการ) เพื่อให้ศูนย์ส่งรถพยาบาลมาเพียงพอ
-
อันตรายเพิ่มเติม: เช่น มีคนติดภายในซากปรักหักพัง, มีแก๊สรั่ว
3. การคัดแยกผู้บาดเจ็บ (Triage)
ในอุบัติเหตุหมู่ที่มีคนเจ็บมากกว่าคนช่วย เราไม่สามารถรักษาทุกคนพร้อมกันได้ ต้องใช้หลักการคัดแยก (Triage) เพื่อ “ช่วยชีวิตคนที่รอดได้ ให้รอดมากที่สุด” โดยแบ่งเป็นสี:
-
🔴 สีแดง (วิกฤต – ช่วยก่อน): หายใจเฮือก, ชีพจรเบา, เลือดออกรุนแรง หรือหมดสติแต่ยังหายใจ
-
🟡 สีเหลือง (รุนแรงปานกลาง – รอได้เล็กน้อย): กระดูกหัก (ที่ไม่ใช่กระดูกสันหลังหรือเชิงกราน), มีสติคุยรู้เรื่อง แต่ขยับไม่ได้
-
🟢 สีเขียว (บาดเจ็บเล็กน้อย): ผู้ที่สามารถ “เดินได้เอง” ให้ตะโกนบอกให้พวกเขามารวมกันในจุดปลอดภัยทันที เพื่อลดความวุ่นวายในพื้นที่
-
⚫ สีดำ (เสียชีวิต): หยุดหายใจและคลำชีพจรไม่ได้ (ในสถานการณ์อุบัติเหตุหมู่ เราอาจจำเป็นต้องข้ามกลุ่มนี้ไปก่อนเพื่อทุ่มเททรัพยากรไปที่กลุ่มสีแดง)
4. การจัดการเฉพาะทาง: ภาวะ Crush Syndrome (สำคัญที่สุด)
นี่คือความรู้ที่สำคัญที่สุดสำหรับกรณี “ถูกของหนักทับเป็นเวลานาน”
⚠️ คำเตือน: หากผู้บาดเจ็บถูกคานปูนหรือวัสดุหนักทับแขน ขา หรือลำตัว นานเกิน 15-30 นาที การยกของหนักออกทันทีอาจทำให้ผู้บาดเจ็บ “หัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตทันที”
สาเหตุ: กล้ามเนื้อที่ถูกกดทับนานๆ จะเซลล์ตายและสร้างสารพิษ (โพแทสเซียมและกรดแลคติก) เมื่อเรายกของออก เลือดจะไหลเวียนนำสารพิษเหล่านั้นเข้าสู่หัวใจทันที ทำให้หัวใจล้มเหลว (Reperfusion Injury)
วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง:
-
ถ้าน้อยกว่า 15 นาที: ให้รีบยกวัสดุออกและดึงผู้ป่วยออกมาทันที
-
ถ้านานเกิน 30 นาที หรือไม่แน่ใจ:
-
ห้ามยกของออกทันที จนกว่าทีมแพทย์กู้ชีพจะมาถึง
-
แพทย์จำเป็นต้องให้สารน้ำ (น้ำเกลือ) ทางเส้นเลือดปริมาณมากก่อน เพื่อเจือจางสารพิษ แล้วจึงค่อยยกของออก
-
หากจำเป็นต้องยกออกจริงๆ (เช่น ไฟกำลังไหม้มาถึง) ให้ใช้ผ้ารัดเหนือแผล (Tourniquet) ให้แน่นที่สุดก่อนยกของ เพื่อป้องกันเลือดเสียไหลกลับเข้าหัวใจ
-
5. การปฐมพยาบาลเบื้องต้น (First Aid)
เน้นการช่วยชีวิตตามลำดับ C-A-B:
-
C – Control Bleeding (ห้ามเลือด):
-
หากมีเลือดออกพุ่ง หรือออกมาก ให้ใช้ผ้าสะอาดกดโดยตรงที่แผล
-
หากอวัยวะขาด หรือกดแล้วเลือดไม่หยุด ให้รัด (Tourniquet) เหนือแผลประมาณ 2-3 นิ้ว จนกว่าเลือดจะหยุด
-
-
A – Airway & C-Spine (ทางเดินหายใจและกระดูกสันหลัง):
-
หากผู้บาดเจ็บหมดสติ ให้จัดท่าเปิดทางเดินหายใจ แต่ต้องระวัง “กระดูกคอ”
-
ห้าม อุ้ม ยก หรือลากผู้บาดเจ็บในท่าที่หลังงอเด็ดขาด เพราะอาจทำให้กระดูกสันหลังเคลื่อนจนเป็นอัมพาต ให้เคลื่อนย้ายแบบท่อนซุง (Log Roll) หรือรอเปลบอร์ด
-
-
B – Breathing (การหายใจ): สังเกตการหายใจ หากหายใจลำบากให้คลายเสื้อผ้าให้หลวม
6. ข้อห้าม (Do Nots)
-
❌ ห้าม ให้น้ำหรืออาหารทางปากแก่ผู้บาดเจ็บ (เพราะอาจต้องผ่าตัดฉุกเฉิน การมีน้ำในกระเพาะจะเป็นอันตรายขณะดมยาสลบ)
-
❌ ห้าม เคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยไม่จำเป็น เว้นแต่จุดนั้นอันตรายถึงชีวิต
-
❌ ห้าม สูบบุหรี่ หรือจุดไฟในบริเวณเกิดเหตุ (อาจมีแก๊สรั่วจากการก่อสร้าง)
สรุปขั้นตอนสำหรับประชาชนทั่วไป:
-
ตั้งสติ ประเมินความปลอดภัย (อย่าเข้าไปตายเพิ่ม)
-
โทร 1669 บอกจำนวนคนและอาการ
-
ตะโกน ให้คนที่เดินไหว ออกมารวมกันที่จุดปลอดภัย (เคลียร์พื้นที่)
-
ห้ามเลือด ผู้ที่บาดเจ็บหนัก
-
ระวังเรื่องการยกของหนัก ออกจากตัวผู้ที่ติดอยู่นานเกินครึ่งชั่วโมง



