โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    การแพทย์จีโนมิกส์ (Genomic Medicine)

    6 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    พญ. ชลวิภา ธีรศานติพันธ์
    พญ. ชลวิภา ธีรศานติพันธ์

    โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา

    อัปเดตเมื่อ: 14 ก.ย. 2569
    Dr. Chonwipha Teerasantipun
    พญ. ชลวิภา ธีรศานติพันธ์
    โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา
    แพ็กเกจแนะนำ
    PILATES CLASS
    PILATES CLASS
    การแพทย์จีโนมิกส์ (Genomic Medicine)
    โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา
    อัปเดตเมื่อ: 14 ก.ย. 2569

    การแพทย์จีโนมิกส์ (Genomic Medicine)

    ก้าวใหม่ของการแพทย์ที่ช่วยให้การดูแลสุขภาพเหมาะกับแต่ละบุคคลมากยิ่งขึ้น

    การแพทย์ในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการรักษาเมื่อเกิดโรค แต่ให้ความสำคัญกับการค้นหาความเสี่ยง การป้องกันโรค และการเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากขึ้น

    การแพทย์จีโนมิกส์ (Genomic Medicine) เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของการแพทย์สมัยใหม่ที่นำข้อมูลทางพันธุกรรมและจีโนมของแต่ละบุคคลมาใช้ประกอบการประเมินความเสี่ยงต่อโรค การวินิจฉัย และการวางแผนการรักษา โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ “การแพทย์ที่เหมาะกับคนไข้แต่ละคน”


    Genomic Medicine คืออะไร?

    Genomic Medicine หรือ การแพทย์จีโนมิกส์ คือ การนำข้อมูลจากสารพันธุกรรมหรือจีโนมของบุคคลมาใช้ร่วมกับข้อมูลทางการแพทย์ เช่น ประวัติสุขภาพ ประวัติครอบครัว อาการ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ และข้อมูลอื่น ๆ เพื่อช่วยให้แพทย์ประเมินความเสี่ยง วินิจฉัยโรค หรือเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมยิ่งขึ้น

    จีโนมเปรียบเสมือน “คู่มือทางชีวภาพ” ที่บรรจุข้อมูลทางพันธุกรรมของร่างกาย แต่การตรวจจีโนมไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทำนายได้ว่าบุคคลหนึ่งจะเป็นโรคใดอย่างแน่นอน

    ผลตรวจทางพันธุกรรมส่วนใหญ่เป็นการประเมิน “ความเสี่ยง” หรือช่วยค้นหาความผิดปกติบางชนิด และจำเป็นต้องแปลผลร่วมกับข้อมูลทางการแพทย์โดยบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ


    ทำไม Genomic Medicine จึงมีความสำคัญ?

    คนแต่ละคนมีความแตกต่างกันในระดับพันธุกรรม แม้จะเป็นโรคเดียวกัน แต่การตอบสนองต่อยา ความเสี่ยงต่อโรค หรือแนวทางการรักษาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันได้

    ข้อมูลจีโนมจึงสามารถนำมาใช้สนับสนุนการดูแลสุขภาพในหลายด้าน เช่น

    • ประเมินความเสี่ยงของโรคทางพันธุกรรมบางชนิด

    • ช่วยวินิจฉัยโรคที่มีสาเหตุจากความผิดปกติทางพันธุกรรม

    • ช่วยประเมินความเสี่ยงของโรคบางประเภท

    • สนับสนุนการเลือกยาหรือขนาดยาที่เหมาะสมในบางกรณี

    • ช่วยวางแผนการรักษาโรคบางชนิด โดยเฉพาะมะเร็ง

    • สนับสนุนการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล หรือ Personalized Medicine


    จุดเด่นของการแพทย์จีโนมิกส์

    1. การดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล

    ข้อมูลทางพันธุกรรมสามารถช่วยให้แพทย์เข้าใจลักษณะเฉพาะของผู้ป่วยมากขึ้น และนำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

    2. ช่วยค้นหาความเสี่ยงก่อนเกิดโรค

    การตรวจทางพันธุกรรมบางประเภทสามารถช่วยระบุความผิดปกติหรือความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับโรคบางชนิดได้ ทำให้บุคคลที่มีความเสี่ยงสามารถพูดคุยกับแพทย์เกี่ยวกับแนวทางเฝ้าระวังหรือการตรวจเพิ่มเติมที่เหมาะสม

    3. ช่วยในการวินิจฉัยโรคบางชนิด

    ในผู้ป่วยที่สงสัยโรคทางพันธุกรรม หรือมีอาการที่ไม่สามารถอธิบายได้จากการตรวจทั่วไป การตรวจจีโนมบางรูปแบบอาจช่วยค้นหาความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับโรคได้

    4. สนับสนุนการเลือกยา

    ความแตกต่างทางพันธุกรรมบางตำแหน่งอาจมีความสัมพันธ์กับการตอบสนองต่อยาบางชนิด การตรวจเภสัชพันธุศาสตร์ (Pharmacogenomics) จึงสามารถนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับยาบางประเภทในผู้ป่วยที่เหมาะสม

    5. มีบทบาทในการรักษามะเร็ง

    เซลล์มะเร็งอาจมีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่แตกต่างกัน การตรวจยีนหรือจีโนมของเซลล์มะเร็งในบางกรณีจึงสามารถช่วยค้นหาความผิดปกติที่อาจนำไปสู่การเลือกการรักษาที่ตรงกับลักษณะของมะเร็งมากขึ้น


    ใครบ้างที่อาจเหมาะกับการตรวจทางพันธุกรรมหรือจีโนม?

    การตรวจไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน และแต่ละคนอาจเหมาะกับการตรวจคนละประเภท

    กลุ่มที่แพทย์อาจพิจารณาการตรวจ ได้แก่

    • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคทางพันธุกรรม

    • ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวหลายคนเป็นมะเร็งบางชนิด หรือเป็นมะเร็งตั้งแต่อายุค่อนข้างน้อย

    • ผู้ที่มีอาการหรือความผิดปกติที่สงสัยโรคทางพันธุกรรม

    • ผู้ป่วยบางกลุ่มที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการวินิจฉัย

    • ผู้ป่วยมะเร็งบางรายที่แพทย์พิจารณาว่าการตรวจยีนของมะเร็งอาจมีประโยชน์ต่อการวางแผนรักษา

    • ผู้ที่แพทย์เห็นว่าการตรวจเภสัชพันธุศาสตร์อาจช่วยประกอบการเลือกใช้ยาบางชนิด

    สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรเลือกตรวจเพียงเพราะต้องการทราบข้อมูลทางพันธุกรรมโดยไม่ได้พิจารณาว่าผลตรวจจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร

    การพูดคุยกับแพทย์หรือผู้ให้คำปรึกษาด้านพันธุศาสตร์ก่อนตรวจจึงมีความสำคัญ


    การตรวจ Genomic Medicine ตรวจอะไร?

    รูปแบบการตรวจมีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์

    Genetic Testing

    เป็นการตรวจหาความผิดปกติของยีนหรือสารพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับโรคหรือภาวะบางอย่าง

    Pharmacogenomics

    เป็นการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพันธุกรรมกับการตอบสนองต่อยา เพื่อช่วยสนับสนุนการเลือกใช้ยาบางชนิดให้เหมาะสมกับผู้ป่วย

    Cancer Genomics

    เป็นการตรวจความผิดปกติทางพันธุกรรมของเซลล์มะเร็ง เพื่อช่วยให้แพทย์เข้าใจลักษณะของมะเร็งและพิจารณาทางเลือกในการรักษาที่เหมาะสมในผู้ป่วยบางราย

    Whole Exome Sequencing (WES)

    เป็นการตรวจลำดับสารพันธุกรรมในส่วนที่เรียกว่า Exome ซึ่งเป็นบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโปรตีน โดยอาจนำมาใช้ในผู้ป่วยบางกลุ่มที่สงสัยโรคทางพันธุกรรม

    Whole Genome Sequencing (WGS)

    เป็นการตรวจลำดับสารพันธุกรรมในระดับจีโนมทั้งหมด ซึ่งสามารถให้ข้อมูลทางพันธุกรรมในวงกว้างมากขึ้น แต่การตรวจที่ละเอียดขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกคน จึงควรพิจารณาตามวัตถุประสงค์และคำแนะนำของแพทย์


    การตรวจทำอย่างไร?

    วิธีเก็บตัวอย่างขึ้นอยู่กับชนิดของการตรวจ เช่น

    • เลือด

    • น้ำลาย

    • เซลล์จากกระพุ้งแก้ม

    • เนื้อเยื่อ

    • ตัวอย่างจากเซลล์มะเร็งในกรณีที่ตรวจด้านมะเร็ง

    จากนั้นห้องปฏิบัติการจะวิเคราะห์สารพันธุกรรมด้วยเทคนิคที่เหมาะสมกับการตรวจแต่ละประเภท

    ระยะเวลาในการทราบผลแตกต่างกันตามชนิดของการตรวจ ห้องปฏิบัติการ และความซับซ้อนของการวิเคราะห์


    การเตรียมตัวก่อนตรวจ

    การเตรียมตัวขึ้นอยู่กับชนิดของการตรวจและตัวอย่างที่ใช้ โดยทั่วไปควร

    1. แจ้งประวัติสุขภาพและประวัติครอบครัว

    โดยเฉพาะประวัติโรคทางพันธุกรรม มะเร็ง หรือโรคที่เกิดในสมาชิกครอบครัวหลายคน

    2. แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่

    เพื่อให้แพทย์มีข้อมูลประกอบการประเมินอย่างครบถ้วน

    3. สอบถามวัตถุประสงค์ของการตรวจ

    ควรเข้าใจว่าตรวจเพื่ออะไร ผลตรวจอาจบอกอะไรได้ และผลตรวจจะนำไปใช้ประกอบการดูแลสุขภาพอย่างไร

    4. ปรึกษาเรื่องการให้ความยินยอม

    การตรวจทางพันธุกรรมอาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสุขภาพ จึงควรทำความเข้าใจเรื่องการเก็บรักษา การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลก่อนตรวจ

    5. การงดน้ำงดอาหาร

    การตรวจทางพันธุกรรมหลายประเภทที่ใช้เลือดเป็นตัวอย่างอาจไม่ได้กำหนดให้ต้องงดอาหาร แต่ขึ้นอยู่กับการตรวจอื่น ๆ ที่ทำร่วมกัน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของสถานพยาบาล


    ข้อควรระวังและข้อจำกัด

    แม้ Genomic Medicine จะเป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์ แต่มีข้อจำกัดที่ควรเข้าใจ

    ผลตรวจไม่ได้ทำนายอนาคตได้ 100%

    การพบความแปรผันทางพันธุกรรมบางชนิดไม่ได้หมายความว่าจะเกิดโรคอย่างแน่นอน และการไม่พบความผิดปกติที่ตรวจหาไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยงต่อโรคทุกชนิด

    ผลตรวจต้องแปลร่วมกับข้อมูลทางการแพทย์

    การแปลผลทางพันธุกรรมมีความซับซ้อน ไม่ควรนำผลตรวจมาตีความด้วยตนเองเพียงอย่างเดียว

    อาจพบข้อมูลที่ไม่ได้คาดว่าจะพบ

    การตรวจจีโนมที่ครอบคลุมหลายบริเวณอาจพบข้อมูลทางพันธุกรรมบางอย่างที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุผลหลักที่ตรวจ จึงควรพูดคุยกับแพทย์เกี่ยวกับขอบเขตของผลตรวจล่วงหน้า

    ข้อมูลพันธุกรรมมีความละเอียดอ่อน

    ข้อมูลทางพันธุกรรมเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ผู้เข้ารับการตรวจควรสอบถามสถานพยาบาลเกี่ยวกับนโยบายการจัดเก็บและการใช้ข้อมูล


    Genomic Medicine ต่างจากการตรวจสุขภาพทั่วไปอย่างไร?

    การตรวจสุขภาพทั่วไป มักประเมินสุขภาพในปัจจุบัน เช่น ระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด ความดันโลหิต การทำงานของตับและไต หรือการตรวจคัดกรองตามช่วงอายุและความเสี่ยง

    ในขณะที่ Genomic Medicine มุ่งศึกษาข้อมูลทางพันธุกรรม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนของข้อมูลสุขภาพที่สามารถนำมาประกอบกับประวัติ อาการ ผลตรวจ และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรม

    ดังนั้น Genomic Medicine ไม่ได้มาแทนที่การตรวจสุขภาพทั่วไป แต่เป็นข้อมูลเพิ่มเติมที่อาจช่วยให้การดูแลสุขภาพมีความเฉพาะบุคคลมากขึ้นในผู้ที่เหมาะสม


    คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

    Q: ทุกคนจำเป็นต้องตรวจ Genomic Medicine หรือไม่?

    A: ไม่จำเป็น การตรวจควรพิจารณาจากวัตถุประสงค์ ประวัติสุขภาพ ประวัติครอบครัว และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากผลตรวจ

    Q: ตรวจแล้วจะรู้หรือไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรในอนาคต?

    A: ไม่สามารถทำนายได้อย่างแน่นอน ผลตรวจบางประเภทสามารถระบุความเสี่ยงหรือความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับโรคบางชนิด แต่การเกิดโรคยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น อายุ สิ่งแวดล้อม พฤติกรรม และปัจจัยทางสุขภาพ

    Q: การตรวจ Genomic Medicine เจ็บหรือไม่?

    A: ขึ้นอยู่กับวิธีเก็บตัวอย่าง หากเป็นการเก็บเลือดจะมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยจากการเจาะเลือด ส่วนการเก็บเซลล์จากกระพุ้งแก้มหรือน้ำลายโดยทั่วไปไม่เจ็บ

    Q: ต้องงดอาหารก่อนตรวจหรือไม่?

    A: ขึ้นอยู่กับชนิดของการตรวจและการตรวจอื่นที่ทำร่วมกัน การตรวจสารพันธุกรรมบางประเภทไม่ได้จำเป็นต้องงดอาหาร ควรสอบถามสถานพยาบาลก่อนเข้ารับการตรวจ

    Q: ถ้าผลตรวจพบความผิดปกติ แปลว่าจะเป็นโรคแน่นอนหรือไม่?

    A: ไม่เสมอไป ความผิดปกติทางพันธุกรรมแต่ละชนิดมีความหมายแตกต่างกัน บางชนิดสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ขณะที่บางชนิดอาจมีความสัมพันธ์กับโรคอย่างชัดเจน การแปลผลจึงควรทำโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุศาสตร์

    Q: ถ้าผลตรวจไม่พบความผิดปกติ แปลว่าไม่มีความเสี่ยงต่อโรคหรือไม่?

    A: ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยงทั้งหมด เพราะโรคจำนวนมากเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน และการตรวจแต่ละชนิดสามารถตรวจพบความผิดปกติได้เฉพาะขอบเขตที่กำหนด

    Q: สามารถนำผลตรวจไปใช้ในการวางแผนสุขภาพได้หรือไม่?

    A: ในบางกรณี ผลตรวจสามารถนำมาใช้ประกอบการประเมินความเสี่ยง การตรวจติดตาม หรือการเลือกแนวทางรักษาได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของการตรวจและความหมายของผลตรวจ


    สรุป

    Genomic Medicine คืออีกก้าวสำคัญของการแพทย์เฉพาะบุคคล ที่นำข้อมูลทางพันธุกรรมมาผสมผสานกับข้อมูลสุขภาพด้านอื่น เพื่อช่วยให้แพทย์เข้าใจความเสี่ยงและลักษณะของผู้ป่วยได้ละเอียดมากขึ้น

    อย่างไรก็ตาม การตรวจทางพันธุกรรมไม่ใช่การตรวจที่จำเป็นสำหรับทุกคน และผลตรวจไม่สามารถใช้ทำนายสุขภาพในอนาคตได้ทั้งหมด

    สิ่งสำคัญที่สุดคือ เลือกการตรวจให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เข้าใจประโยชน์และข้อจำกัดของการตรวจ และให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญช่วยแปลผลก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจด้านสุขภาพ

    เพราะการแพทย์ในอนาคตไม่ได้มองเพียงว่า “คุณเป็นโรคอะไร”

    แต่กำลังมุ่งไปสู่คำถามว่า “การดูแลแบบใดเหมาะกับคุณมากที่สุด”


    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    พญ. ชลวิภา ธีรศานติพันธ์

    เวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์

    พญ. ชลวิภา ธีรศานติพันธ์

    เวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์เวชศาสตร์จีโนม (Genomic Medicine Center)

    ชั้น 4 อาคาร A โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา

    วันจันทร์–วันอาทิตย์ เวลา 07.00-17.00 น.

    044-015-999

    1719

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    PILATES CLASSPILATES CLASS
    PILATES CLASS

    6,000 - 16,500 บาท

    รายละเอียด
    ตรวจคัดกรองความผิดปกติของทารกในครรภ์ตรวจคัดกรองความผิดปกติของทารกในครรภ์
    ตรวจคัดกรองความผิดปกติของทารกในครรภ์

    รายละเอียด
    วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์
    วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ