โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    เลือดออกในสมอง (Intracerebral Hemorrhage)

    5 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา
    อัปเดตเมื่อ: 19 พ.ค. 2568
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    แพ็คเกจคลอดเหมาจ่าย 2025
    เลือดออกในสมอง (Intracerebral Hemorrhage)
    โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา
    อัปเดตเมื่อ: 19 พ.ค. 2568

    โรคเลือดออกในสมอง (Intracerebral Hemorrhage)

     
           เป็นภาวะที่หลอดเลือดในสมองหรือหลอดเลือดระหว่างกระดูกและสมองแตกออก ทำให้เลือดไปสะสมและกดอัดเนื้อเยื่อสมอง ถือเป็นภาวะที่อันตรายและร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

    อาการโรคเลือดออกในสมอง

    ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่มีเลือดออก ความรุนแรงและจำนวนเนื้อเยื่อที่ได้รับผลกระทบ อาการบ่งบอกมีดังนี้
    1. ปวดหัวรุนแรงขึ้นมาเฉียบพลัน
    2. มีอาการชัก โดยไม่เคยมีประวัติโรคลมชักมาก่อน
    3. คลื่นไส้หรืออาเจียนอย่างรุนแรง
    4. แขนหรือขาอ่อนแรงเฉียบพลัน
    5. หมดสติ ไม่รู้สึกตัว สับสน เพ้อ ไม่ตอบสนอง มีการตื่นตัวน้อยลง เซื่องซึม
    6. สูญเสียการทรงตัวและการประสานงานกันของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย
    7. ตาพร่ามัว การตอบสนองของรูม่านตาไม่เท่ากัน
    8. พูดสื่อสารไม่รู้เรื่องหรือไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นพูด มีปัญหาในการเขียนหรืออ่านหนังสือ
    9. กลืนลำบาก ลิ้นรับรสชาติผิดแปลกไปจากปกติ
    10. เวียนศีรษะ
    11. ความดันโลหิตสูงขึ้น
    12. อาการปวดคล้ายเข็มทิ่มหรือชา
    13. การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมัดเล็กมีปัญหา เช่น มีอาการมือสั่น

    สาเหตุของโรคเลือดออกในสมอง

    ภาวะเลือดออกในสมองมีสาเหตุและปัจจัยการเกิดที่หลากหลาย สาเหตุหลักที่พบได้บ่อยมีดังนี้

    1. ศีรษะได้รับบาดเจ็บ เป็นสาเหตุที่พบได้มากที่สุดในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปีลงไป ทั้งนี้อาจเป็นผลจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน การพลัดตก อุบัติเหตุทางกีฬา และการถูกทำร้าย เป็นต้น
    2. ความดันโลหิตสูง ถือเป็นภาวะเรื้อรังที่ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดอ่อนแอลงเรื่อย ๆ หากปล่อยไว้ไม่ได้รับการรักษาอาจเป็นเหตุให้เกิดภาวะเลือดออกในสมองตามมา
    3. หลอดเลือดโป่งพอง ผนังหลอดเลือดที่บวมและอ่อนแอลงจากภาวะนี้ สามารถแตกออกจนเกิดเลือดสะสมในสมอง และยังนำไปสู่โรคหลอดเลือดในสมองได้ด้วย
    4. มีหลอดเลือดสมองผิดปกติหรือโรคหลอดเลือดสมองเอวีเอ็ม (Arteriovenous Malformation) ซึ่งเป็นความผิดปกติของกลุ่มหลอดเลือดในสมอง โดยเกิดความผิดปกติของรอยต่อระหว่างหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ และทำให้เกิดเลือดออกในสมองได้ง่าย มักมีตั้งแต่กำเนิดแต่อาจมาวินิจฉัยหรือพบในภายหลังเมื่อมีอาการผิดปกติ
    5. เส้นเลือดในสมองมีสารอะไมลอยด์สะสม เป็นความผิดปกติชนิดหนึ่งของผนังหลอดเลือด มีปัจจัยมาจากอายุที่เพิ่มขึ้นและความดันโลหิตสูง อาจเริ่มจากการมีเลือดออกเป็นจุดเล็ก ๆ หลายจุด ก่อนจะกลายเป็นบริเวณที่มีเลือดออกขนาดใหญ่
    6. ภาวะเลือดออกผิดปกติ ได้แก่ โรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) และภาวะเกล็ดเลือดต่ำที่จะส่งผลให้เลือดออกง่าย จนเกิดภาวะเลือดออกในสมองได้
    7. โรคตับ ซึ่งเป็นโรคที่จะส่งผลให้เลือดออกมากขึ้น จึงเสี่ยงต่อภาวะนี้ยิ่งขึ้น
    8. ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ได้แก่ การใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด การมีเนื้องอกที่มีเลือดออกในสมอง การใช้สารเสพติดอย่างโคเคนที่สามารถทำให้ความดันโลหิตสูงอย่างรุนแรง


    การวินิจฉัยโรคเลือดออกในสมอง

    1. วิธีที่ใช้วินิจฉัยภาวะเพื่อระบุตำแหน่งและขนาดของบริเวณที่มีเลือดออก ได้แก่

    1.1 การทำ CT Scan เป็นวิธีที่นิยมใช้วินิจฉัยภาวะเลือดออกในสมองมากที่สุด ด้วยการใช้รังสีเอกซเรย์เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อถ่ายภาพโครงสร้างต่าง ๆ ในสมอง

    1.2 การทำ MRI Scan การถ่ายภาพทางคอมพิวเตอร์โดยใช้คลื่นวิทยุและแม่เหล็กขนาดใหญ่แต่การทำ MRI Scan นำมาใช้ไม่บ่อยเท่า CT Scan เนื่องจากต้องใช้เวลานานกว่า

    2. การวินิจฉัยเพิ่มเติมเพื่อระบุสาเหตุของภาวะเลือดออกในสมอง

    2.1 การเอกซเรย์หลอดเลือดด้วยการฉีดสีเข้าไปให้สามารถมองเห็นการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดแดงได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

    2.2 การตรวจเลือดเพื่อดูความผิดปกติของเกล็ดเลือด การแข็งตัวของเลือด ระบบภูมิคุ้มกัน การอักเสบ และการเกิดลิ่มเลือดที่อาจเป็นปัจจัยของภาวะดังกล่าว

    2.3 บางกรณีที่อาจมีการเจาะน้ำไขสันหลังเพื่อยืนยันว่ามีเลือดออกจริง ๆ ไม่ใช่โรคทางสมองชนิดอื่น

    การรักษาโรคเลือดออกในสมอง

            ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่มีเลือดออก สาเหตุ และปริมาณของเลือดที่ออกมา ผู้ป่วยที่มีเลือดออกจุดเล็ก ๆ และไม่มีอาการใด ๆ อาจไม่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ที่อาการของผู้ป่วยจะแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป แพทย์อาจให้ยาลดอาการสมองบวม เพื่อช่วยลดความเสียหายของสมองจากภาวะเลือดออก และคอยเฝ้าระวังอาการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น คอยตรวจความดันในกะโหลกศีรษะ รวมทั้งทำ CT Scan สมองซ้ำ ส่วนผู้ป่วยที่มีเลือดออกในสมองเนื่องจากรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาวาร์ฟาริน อาจต้องรับการรักษาเพื่อทำให้ผลจากยาหายไป ไม่ให้เสี่ยงต่อการมีเลือดออกมากขึ้น ด้วยการใช้วิตามินเค หรือให้พลาสมาสดแช่แข็ง เป็นต้น

    การผ่าตัด ขึ้นอยู่กับภาวะเลือดออกในสมองนั้น ๆ

    1.1 การผ่าตัดระบายของเหลวในกรณีที่มีเลือดออกเฉพาะแห่งและมีลิ่มเลือดไม่มากเกินไปอาจใช้การเจาะรูผ่านกะโหลกศีรษะและใช้ท่อดูดระบายเลือดออกมา

    1.2 การเปิดกะโหลกศีรษะ การผ่าตัดชนิดนี้มักใช้รักษาผู้ป่วยที่มีก้อนเลือดขนาดใหญ่ และมีอาการรุนแรง ซึ่งจำเป็นต้องนำก้อนเลือดขนาดใหญ่นี้ออกมาด้วยการเปิดกะโหลกศีรษะของผู้ป่วย

            ทั้งนี้ ในระหว่างการผ่าตัด แพทย์อาจให้ยารักษาควบคู่ไปด้วย เช่น ยาขับปัสสาวะช่วยลดอาการบวมรอบ ๆ บริเวณที่มีเลือดออก ยาลดความดันโลหิต ยารักษาอาการวิตกกังวลเพื่อควบคุมระดับความดันโลหิตให้เป็นปกติ ยากันชัก รวมถึงยาบรรเทาอาการปวดด้วย

            หลังจากการผ่าตัดเรียบร้อย ผู้ป่วยอาจต้องได้รับยาต้านชักไปจนถึง 1 ปี เพื่อป้องกันอาการชักที่อาจเกิดขึ้นหลังเนื้อเยื่อสมองได้รับบาดเจ็บ หรืออาจจำเป็นต้องรักษาด้วยยาชนิดนี้ในระยะยาว นอกจากอาการชักก็ยังมีภาวะอื่นที่สามารถเกิดขึ้นในช่วงระยะหนึ่งภายหลังจากการผ่าตัด ได้แก่ การสูญเสียความทรงจำ วิตกกังวล สมาธิสั้น ความสามารถในการเรียนรู้ลดลง ปวดศีรษะ ปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ ปัญหาการทรงตัว และอัมพาต

            อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวหลังการผ่าตัดมีความเป็นไปได้ที่จะใช้เวลานานหรือฟื้นตัวได้ไม่สมบูรณ์ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่มีเลือดออก ความเสียหายที่เกิดขึ้น อายุและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย โดยอาจใช้เวลาพักฟื้นหลายเดือนถึงหลายปี ยังมีผู้ป่วยบางรายที่ผ่าตัดแล้วมีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทซึ่งอาจจำเป็นต้องมีพยาบาลดูแลที่บ้านและทำกายภาพบำบัด

            ภาวะแทรกซ้อนของเลือดออกในสมอง ผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดออกในสมองและได้รับการรักษาบางรายสามารถฟื้นตัวและหายดีได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็มีรายที่เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา เช่น อัมพาต ไม่สามารถหายใจได้เอง สูญเสียการทำงานของสมอง เกิดโรคหลอดเลือดในสมอง หรือได้รับผลข้างเคียงจากยาหรือกระบวนการรักษา และในกรณีที่มีเลือดออกในสมองมากยังมีโอกาสที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิตลงอย่างรวดเร็วแม้จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีก็ตาม

    การป้องกันโรคเลือดออกในสมอง

    ภาวะเลือดออกในสมองส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากปัจจัยที่แต่ละคนสามารถป้องกันได้ เพียงลดพฤติกรรมเสี่ยงในข้อต่าง ๆ ต่อไปนี้

    1.       ป้องกันอันตรายจากการได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะด้วยขับขี่ยานพาหนะอย่างระมัดระวัง คาดเข็มขัดนิรภัย ใส่หมวกกันน็อคทุกครั้ง และควรสวมใส่หมวกนิรภัยขณะเล่นกีฬาที่เสี่ยงต่อการกระแทกของศีรษะ ส่วนบ้านที่มีเด็กควรจัดระเบียบสิ่งของและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในลักษณะที่ปลอดภัยต่อเด็ก
    2.       รักษาภาวะความดันโลหิตสูง วิธีควบคุมความดันโลหิตที่ทำได้ด้วยตนเองก็คือการควบคุมพฤติกรรมการใช้ชีวิต ได้แก่ การรับประทานอาหารมีประโยชน์ ออกกำลังกาย และใช้ยารักษาภาวะความดันโลหิตสูง
    3. หากป่วยเป็นโรคหัวใจ ควรรับการรักษา ส่วนผู้ป่วยเบาหวานก็ควรควบคุมโรคอย่างสม่ำเสมอ
    4. ไม่ใช้ยาเสพติด ยาเสพติดเป็นอีกปัจจัยที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีเลือดออกในสมองได้
    5. ไม่สูบบุหรี่
    6.       รับการรักษาภาวะผิดปกติที่อาจนำไปสู่ภาวะเลือดออกในสมอง เช่น โรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง
    7. ระมัดระวังในการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดอย่างคูมาดิน (Coumadin) หรือเรียกอีกชื่อว่าวาร์ฟาริน (Warfarin) โดยผู้ใช้ยาควรตรวจระดับเลือดเป็นประจำเพื่อให้แน่ใจว่ายังอยู่ในขั้นปลอดภัย และหากมีการใช้ยาชนิดอื่นร่วมด้วยควรแจ้งให้แพทย์ทราบเสมอ



    ” โรคเลือดออกในสมอง ถือเป็นภาวะที่อันตรายและร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ “

    ข้อมูลติดต่อ

    โทร. 044-015-999 หรือ โทร. 1719

    ศูนย์สมองและระบบประสาท เปิดให้บริการ
    • วันจันทร์–วันศุกร์       เวลา 08.00-19.00 น.
    • วันเสาร์–วันอาทิตย์   เวลา 08.00-17.00 น.
    สถานที่ตั้ง ศูนย์สมองและระบบประสาท ชั้น 4 โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็คเกจคลอดเหมาจ่าย 2025แพ็คเกจคลอดเหมาจ่าย 2025
    แพ็คเกจคลอดเหมาจ่าย 2025

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ภาวะมดลูกแยกและมดลูกแตก Image
    ภาวะมดลูกแยกและมดลูกแตก
    PM2.5 ฝุ่นเล็ก…แต่ผลกระทบไม่เล็ก Image
    PM2.5 ฝุ่นเล็ก…แต่ผลกระทบไม่เล็ก
    การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจาก "อุบัติเหตุหมู่และอาคารถล่ม" Image
    การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจาก "อุบัติเหตุหมู่และอาคารถล่ม"
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ