โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา
    อัปเดตเมื่อ: 19 พ.ค. 2568
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    แพ็คเกจคลอดเหมาจ่าย 2025
    ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
    โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา
    อัปเดตเมื่อ: 19 พ.ค. 2568

    ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

    โดยปกติหัวใจของเราจะเต้นด้วยอัตรา 60 – 100 ครั้ง/นาที  ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หมายถึง

    1. ภาวะหัวใจเต้นเร็ว
    2. ภาวะหัวใจเต้นช้า
    3. ภาวะหัวใจเต้นสะดุด ไม่สม่ำเสมอ

    ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะนั้น อาจเกิดจากความผิดปกติของ

    1. จุดกำเนิดกระแสไฟฟ้าหัวใจ
    2. การนำไฟฟ้าหัวใจ
    3. เกิดจากทั้ง 2 อย่างร่วมกัน 

    ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอาจพบร่วมกับโรคหัวใจหลายชนิด ทั้งที่พบพยาธิสภาพ เช่น ลิ้นหัวใจผิดปกติ กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ หรือหลอดเลือดหัวใจตีบตัน และไม่พบพยาธิสภาพ เช่น ไฟฟ้าหัวใจลัดวงจร



    อาการของภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ

            ผู้ป่วยอาจมีอาการใจสั่น หน้ามืด เจ็บหน้าอก อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เป็นลม หมดสติ หรือหัวใจวาย ขึ้นกับอัตราเร็ว ระยะเวลาที่เกิด รวมทั้งพยาธิสภาพของหัวใจ อาการที่เกิดกับผู้ป่วยอาจทำให้เกิดความวิตกกังวล หรือกลัวจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้
              บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยได้รับคำแนะนำว่าอาการทั้งหมดเกิดจากความเครียด และได้รับยาคลายความวิตกกังวลหรือยานอนหลับมารับประทานเป็นระยะเวลานาน โดยอาการของผู้ป่วยไม่ดีขึ้น จนมีความรู้สึกว่าเป็นโรคที่รักษาไม่หาย เกิดความเบื่อหน่าย ท้อแท้ ปัจจุบันการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ดีขึ้นสามารถค้นหาสาเหตุและให้การรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมได้ดีกว่าเดิมมาก

     

    การดูแลเอาใจใส่เพื่อลดปัจจัยเสี่ยง

    ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ได้แก่

    • ความเครียด
    • ความวิตกกังวล
    • การพักผ่อนไม่พอเพียง
    • การออกกำลังกายหักโหม
    • การสูบบุหรี่
    • ดื่มน้ำชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลมที่มีสารคาเฟอีน
    • เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
    • การรับประทานยาหรือฉีดยาที่กระตุ้นหัวใจ
    • อาหารที่มีรสเค็มจัด


    การวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ

            การวินิจฉัยว่าเป็นภาวะหัวใจเต้นผิดปกติชนิดใด และมีพยาธิสภาพของหัวใจร่วมด้วยหรือไม่ แพทย์มักจะตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง การเดินบนสายพาน (โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดปกติเกิดขึ้นขณะออกกำลังกาย) การติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจผ่านทางโทรศัพท์ และการกระตุ้นหัวใจในห้องปฏิบัติการ
    การกระตุ้นหัวใจในห้องปฏิบัติการ ( Electrophysiological study ) ปัจจุบันนำมาใช้หาสาเหตุในผู้ป่วยที่สงสัยว่ามีความผิดปกติที่หัวใจห้องบน ความผิดปกติของการนำไฟฟ้าที่หัวใจห้องล่าง หัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ ผู้ป่วยที่รอดจากการปฏิบัติการกู้ชีพ และในผู้ป่วยที่เป็นลมหมดสติบ่อย ๆโดยหาสาเหตุไม่ได้

    ทำไมต้องรักษา
              ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดปกติส่วนหนึ่งจะไม่มีอาการ ทำให้ไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น อันจะทำให้ผู้ป่วยและครอบครัวประสบปัญหายุ่งยากในการดำเนินชีวิต ตั้งแต่อัมพาตจนถึงเสียชีวิต
              ภาวะหัวใจเต้นผิดปกติที่พบมากที่สุด คือ หัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะ ชนิดที่เรียกว่า Atrial fibrillation ผู้ป่วยมีโอกาสเกิดอัมพาตได้สูงถึง 10-15 % ต่อปี เนื่องจากลิ่มเลือดที่เกิดขึ้นในหัวใจจากการที่หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะหลุดลอยออกไปอุดหลอดเลือดสมอง เกิดภาวะหัวใจอ่อนกำลังอันเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่สูงขึ้นเมื่อพบร่วมกับโรคเบาหวาน หลอดเลือดหัวใจอุดตัน จึงเห็นได้ว่าในระยะยาวเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้วจะเป็นการยากที่จะรักษาให้ผู้ป่วยมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตดีเหมือนเดิม



    การรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ

    การรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ อาจทำได้ โดย

    • การรักษาด้วยยา แพทย์อาจรักษาโดยการใช้ยาเพียงอย่างเดียว โดยการให้ยาต้านการเต้นผิดปกติ
    • การจี้รักษาด้วยพลังงานความร้อนเท่าคลื่นวิทยุ โดยใช้สายสวนพิเศษ (Radiofrequency Catheter Ablation)
      เป็นวิธีการรักษาภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติที่ได้ผลดีถึงดีมาก (80 –95%) โดยการสอดสายสวนไปวางที่ตำแหน่งต่างๆ ในหัวใจ เพื่อวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และใช้กระตุ้นหัวใจ หลังจากนั้นแพทย์จะสอดสายสวนพิเศษเข้าไปอีก 1 เส้น เพื่อหาตำแหน่งที่หัวใจนำไฟฟ้าเร็วกว่าปกติ เมื่อได้ตำแหน่งที่ต้องการ แพทย์จะปล่อยกระแสไฟฟ้าความถี่สูง ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนที่ปลายสายสวนพิเศษนี้ ทำให้การนำไฟฟ้าที่จุดนั้นถูกทำลาย หัวใจก็จะไม่เต้นผิดปกติอีกต่อไป
    • การจี้รักษาด้วยพลังงานความร้อนเท่าคลื่นวิทยุ มีอันตรายต่อผู้ป่วยหรือไม่
      อันตรายจากการจี้ด้วยพลังงานความร้อนเท่าคลื่นวิทยุ มีน้อยมาก เพราะคลื่นไฟฟ้าที่ใช้มีกระแสไฟฟ้าต่ำประมาณ 40-60 โวล์ท ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนที่เนื้อเยื่อหัวใจอุณหภูมิ 55-60 องศาเซลเซียส พลังงานนี้จะไม่กระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจหรือปลายประสาท ผู้ป่วยอาจรู้สึกเจ็บหน้าอกเพียงเล็กน้อย จึงสามารถนำมาใช้ได้โดยไม่ต้องวางยาสลบ

     

    ข้อมูลติดต่อ

    โทร. 044-015-999 หรือ โทร. 1719

    คลินิกหัวใจเต้นผิดจังหวะ เปิดให้บริการ
    • วันอังคาร  เวลา 17.00-19.00 น.
    • วันศุกร์   เวลา  09.00-12.00 น.
    สถานที่ตั้ง ศูนย์หัวใจ ชั้น 4 โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา





    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็คเกจคลอดเหมาจ่าย 2025แพ็คเกจคลอดเหมาจ่าย 2025
    แพ็คเกจคลอดเหมาจ่าย 2025

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ภาวะมดลูกแยกและมดลูกแตก Image
    ภาวะมดลูกแยกและมดลูกแตก
    PM2.5 ฝุ่นเล็ก…แต่ผลกระทบไม่เล็ก Image
    PM2.5 ฝุ่นเล็ก…แต่ผลกระทบไม่เล็ก
    การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจาก "อุบัติเหตุหมู่และอาคารถล่ม" Image
    การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจาก "อุบัติเหตุหมู่และอาคารถล่ม"
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ