โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    แผนก โรคพาร์กินสัน

    บริการ
    ติดต่อเรา

    ข้อมูลทั่วไป

    ติดต่อเรา

    Content Image

    อาการของโรคพาร์กินสัน

    โดยปกติแล้วโรคนี้จะมีอาการที่แสดงออกมามาก หรือน้อยแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง แต่ที่เป็นเหมือนกันคือ โรคนี้จะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันเหมือนโรคทางสมองอื่นๆ และอาการจะเป็นมากขึ้นไปด้วยหากปล่อยไว้เป็นเวลานาน โดยอาการที่แสดงออกมีดังนี้

    • อาการสั่นเกร็ง (Tremor) มักจะมีอาการที่นิ้วมือ แขน ขา โดยจะเกิดอาการสั่นเมื่อไม่ได้เคลื่อนไหว และไม่สามารถควบคุมได้ หากเริ่มทำกิจกรรมอาการสั่นจะลดลง หรือหายไป และอาจมีอาการปวดกล้ามเนื้อร่วมด้วย
    • เคลื่อนไหวช้า (Bradykinesia) ใช้เวลานานในการเคลื่อนไหว หรือช้ากว่าปกติ ทำให้เกิดความยากลำบากในชีวิตประจำวัน และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุตามมาได้
    • ท่าเดินผิดปกติ (Posture instability) ผู้ป่วยจะมีอาการก้าวเดินสั้น ๆ ในช่วงแรกและจะก้าวยาวขึ้น จนเร็วมาก และไม่สามารถหยุดได้ทันที นอกจากนี้ยังอาจมีอาการหลังค่อม แขนไม่แกว่ง หรือเดินแข็งทื่อเหมือนหุ่นยนต์
    • การแสดงสีหน้าเหมือนใส่หน้ากาก (Masking face) ผู้ป่วยจะมีใบหน้าเฉยเมย เวลาพูดมุมปากจะยกขึ้นเพียงเล็กน้อยทำให้ดูเหมือนไม่มีอารมณ์ร่วม
    • พูดเสียงเบา ผู้ป่วยบางรายจะมีอาการพูดไม่ชัด พูดเสียงเบา หรือเสียงอาจหายไปในลำคอ บางรายอาจมีอาการพูดรัวเร็ว ระดับเสียงในการพูดอยู่ในระดับเดียวกันตลอด และอาจมีน้ำลายสอออกมาคลออยู่ที่มุมปาก

    การดูแลรักษา

    เพื่อประคับประคองอาการให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

    • การรับประทานยา เพื่อเพิ่มปริมาณสารเคมีโดปามีนให้เพียงพอต่อความต้องการของ ใช้ในระยะเริ่มต้นและระยะกลางของโรค ช่วยให้เซลล์ประสาทที่เหลือทำงานได้ดีขึ้นร่างกาย โดยแพทย์จะพิจารณาการให้ยาตามอาการ
    • กายภาพบำบัด เช่น ฝึกการเดิน การนั่ง การนอน การพูด และการทรงตัว เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างถูกต้อง และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างใกล้เคียงปกติมากที่สุด
    • การผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า การผ่าตัดจะใช้วิธีฝังขั้วไฟฟ้าเพื่อไปกระตุ้นสมอง เรียกว่า การผ่าตัดกระตุ้นสมองส่วนลึก (Deep brain stimulation) มักใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการยังไม่มาก หรือผู้ที่มีอาการแทรกซ้อนจากการรับประทานยาที่ใช้มาเป็นระยะเวลานาน ช่วยกดการทำงานที่ผิดปกติของเซลล์สมอง

    การดูแลผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน

    • ผู้ป่วยโรคนี้จะมีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว เพราะจะมีอาการสั่น และไม่สามารถควบคุมการเดินได้อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ คนใกล้ชิดจึงควรช่วยเหลือผู้ป่วยในการทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ หรือกิจกรรมที่ผู้ป่วยสนใจ
    • ดูแลเรื่องการรับประทานอาหารให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการ รวมถึงดูแลเรื่องการรับประทานยาให้ตรงตามที่แพทย์แนะนำ
    • ในด้านจิตใจ ผู้ป่วยโรคนี้จะมีอารมณ์ และพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยจะพยายามแยกตัวเองออกจากสังคม และรู้สึกกลัวว่าจะไม่มีใครดูแล จนเกิดความท้อแท้ และหมดกำลังใจ คนในครอบครัวจึงควรดูแลอย่างใกล้ชิด และทำความเข้าใจโรคที่ผู้ป่วยกำลังเป็นอยู่ด้วย
    • หมั่นให้ผู้ป่วยทำกายภาพบำบัด เพื่อฝึกการทรงตัว โดยการฝึกเดินให้ได้มากที่สุด หากผู้ป่วยมีอาการเดินลำบากสามารถใช้ไม้เท้าช่วยพยุงตัวได้
    • กรณีดูแลผู้ป่วยติดเตียง ต้องระวังการป้อนอาหาร ควรป้อนคำเล็ก ๆ ช้า ๆ เพราะผู้ป่วยอาจเกิดอาการสำลักอาหารและอาจส่งผลให้ติดเชื้อได้
    • ดูแลเรื่องสุขอนามัย และหมั่นพลิกตะแคงตัวผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมงเพื่อป้องกันแผลกดทับ

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ชั้น 4 โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา

    วันจันทร์-วันศุกร์     เวลา 08.00-19.00 น.
    วันเสาร์-วันอาทิตย์   เวลา 08.00-17.00 น.

    044-015-999

    1719