โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    ตรวจหาคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพเมืองราช
    อัปเดตเมื่อ: 25 ก.ค. 2568
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    แพ็กเกจตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก
    Package Image
    แพ็กเกจวัคซีนHPV เด็ก
    Package Image
    โรงพยาบาลกรุงเทพเมืองราช ร่วมมอบสิทธิ์ ผ่าตัดเบิกจ่ายตรงกรมบัญชีกลาง
    ตรวจหาคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
    โรงพยาบาลกรุงเทพเมืองราช
    อัปเดตเมื่อ: 25 ก.ค. 2568

    โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ยังคงเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นด้วย อาการที่พอสังเกตอาการได้ คือ อาการเจ็บหน้าอก และเหนื่อย ไม่สามารถออกกำลัง หรือทำกิจวัตรประจำวันได้ กลุ่มผู้เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันมักมีอาการภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายฉับพลัน เนื่องจากมีสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือด และมีการสะสมของแคลเซียมหรือหินปูนร่วมอยู่ด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลอดเลือดมีลักษณะแข็ง และตีบตัน

    ตรวจหาแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ คืออะไร
    การตรวจหาแคลเซียมหรือหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Calcium Score) คือการตรวจปริมาณแคลเซียมที่ผนังของหลอดเลือดหัวใจ โดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT Scan) ใช้เวลาตรวจน้อย และให้ความแม่นยำสูง ซึ่งโดยปกติแล้วแคลเซียมที่จับที่ผนังหลอดเลือดหัวใจไม่ได้เกิดเฉพาะผู้ที่มีอายุมาก หรือจากภาวะหลอดเลือดเสื่อมเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดในคนที่มีปัญหาโรคหลอดเลือดแดง เช่น มีไขมันในเส้นเลือดผิดปกติ มีไขมันเกาะที่ผนังหลอดเลือดก่อให้เกิดปฎิกิริยาทางเคมีทำให้เกิดคราบไขมัน จับตามท่อน้ำให้เกิดเส้นเลือดตีบ และตันเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากหลอดเลือดอุดตันเฉียบพลัน

    ดังนั้น การการตรวจหาแคลเซียมหรือหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ จึงเป็นคำนวณหาปริมาณแคลเซียมที่เกาะภายในผนังหลอดเลือดแดง เพื่อใช้บ่งบอกแนวโน้มถึงโอกาสในการที่จะเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจว่ามีมากน้อยเพียงใด ก่อนที่จะมีอาการกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากหลอดเลือดอุดตันเฉียบพลันซึ่งมีโอกาสเสียชีวิตสูงปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคทางหลอดเลือดหัวใจ มีอะไรบ้าง
    • ประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ

    • เพศชายอายุ 45 ปีขึ้นไป และเพศหญิงอายุ 50 ปี ขึ้นไป
    • หญิงหมดประจำเดือน
    • มีโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน
    • สูบบุหรี่
    • ไขมันในเส้นเลือดผิดปกติ คอเลสเตอรอล (cholesterol) (ปกติ < 200 มก./ดล.)
    • ไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) (ปกติ < 150 มก./ดล.)
    • มีไขมันแอล ดี แอล (ldl-c) สูง ควร <130 มก./ดล.
    • มีไขมันเอช ดี แอล (hdl-c) ต่ำ ควร >40 มก./ดล.
    • การไม่ออกกำลังกาย / อ้วน / เครียด

    ข้อดีของการตรวจหาแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ
    การตรวจวัดปริมาณแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ ใช้เวลาตรวจ ประมาณ 10 นาทีเท่านั้น เป็นการตรวจที่ไม่เจ็บตัว ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล และไม่ต้องฉีดสีสวนหัวใจ รวมถึงภาพที่ได้จากการตรวจวิธีนี้จะมีความคมชัดเนื่องจากเครื่องมีความเร็วในการจับภาพสูง อีกทั้งสามารถจับภาพขณะที่หัวใจเต้นได้ดี และบอกถึงปริมาณหินปูนที่สะสมอยู่ในผนังหลอดเลือดหัวใจได้แม่นยำว่ามีปริมาณมากน้อยเพียงใด เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจหรือไม่ แพทย์จึงสามารถใช้เป็นข้อมูลวิเคราะห์ และประเมินความเสี่ยงของผู้ป่วย เพื่อตัดสินใจให้การรักษาให้เหมาะสมสําหรับผู้ป่วยแต่ละรายได้

    ผลตรวจแบบไหนถึงมีความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
    ผลการตรวจ Calcium Score ได้ค่าระหว่าง 0-400 หมายถึงมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจต่ำ ถึงปานกลาง ส่วนผลการตรวจ Calcium Score ได้ค่าตั้งแต่ 400 ขึ้นไปอาจมีภาวะหลอดเลือดตีบแอบแฝงอยู่ ภายในระยะเวลา 2-5 ปี เสี่ยงหลอดเลือดหัวใจตีบสูงมาก แม้ว่าจะมีอาการหรือไม่ก็ตาม เมื่อตรวจแล้วควรปฎิบัติตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด โดยมีวิธีปฎิบัติตัวอื่นๆ ร่วมด้วยดังนี้

    1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง เช่น งดสูบบุหรี่ หรือลดปริมาณลง รับประทานอาหารที่มีพลังงานต่ำกากใยสูง (ผัก ผลไม้) หลีกเลี่ยงอาหารหรืองดอาหารไขมันอิ่มตัวสูง เช่น ไข่นกกระทา หอยทุกชนิด กุ้งทุกชนิด มายองเนส เนยเหลว ครีม มาการีนแข็ง ลดอาหารที่มีกะทิ และอาหารทอดทุกชนิด จำกัดการดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม เพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นต้น
    2. ปรึกษาแพทย์เพื่อดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะรายที่มีความดันโลหิตสูง เบาหวาน รวมถึงในรายที่มีอาการเจ็บแน่นหน้าอกเกิดขึ้นบ้างแล้ว ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางหัวใจเพื่อรับคำปรึกษา และตรวจสุขภาพอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง
    3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 20-30 นาที/ครั้ง สัปดาห์ละ 3 ครั้ง
    4. ดูแลสุขภาพจิต พยายามทำใจให้รื่นเริงไม่เคร่งเครียด หงุดหงิด

    อย่างไรก็ตาม หากมีอาการผิดปกติให้สังเกต เช่น เจ็บหน้าอกแล้วหายใจไม่สะดวก เวียนศีรษะ มึนงง เหมือนเป็นลม ใจสั่น เจ็บหน้าอกจนเหงื่อแตกหมดแรง ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหัวใจก่อนสาย

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือทำนัดหมาย กรุณาติดต่อ :
    แผนกโรคหัวใจ โรงพยาบาลกรุงเทพเมืองราช


    @BangkokHospitalMuangraj

    โทร. 032-322274-80 ต่อ 237, 238

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูกแพ็กเกจตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก
    แพ็กเกจตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก

    1,900 บาท

    3,620 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจวัคซีนHPV เด็กแพ็กเกจวัคซีนHPV เด็ก
    แพ็กเกจวัคซีนHPV เด็ก

    6,800 - 14,700 บาท

    รายละเอียด
    โรงพยาบาลกรุงเทพเมืองราช ร่วมมอบสิทธิ์ ผ่าตัดเบิกจ่ายตรงกรมบัญชีกลางโรงพยาบาลกรุงเทพเมืองราช ร่วมมอบสิทธิ์ ผ่าตัดเบิกจ่ายตรงกรมบัญชีกลาง
    โรงพยาบาลกรุงเทพเมืองราช ร่วมมอบสิทธิ์ ผ่าตัดเบิกจ่ายตรงกรมบัญชีกลาง

    4,800 - 219,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    สัญญาณอันตรายจากกระดูกสันหลัง Image
    สัญญาณอันตรายจากกระดูกสันหลัง
    สังเกตอาการติดเชื้อไวรัส RSV ในเด็ก Image
    สังเกตอาการติดเชื้อไวรัส RSV ในเด็ก
    เนื้องอกมดลูก Image
    เนื้องอกมดลูก
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ