โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    โรคบกพร่องทางการเรียนรู้  (Specific Learning Disorder: SLD หรือโรคแอลดี LD)

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
    อัปเดตเมื่อ: 01 ต.ค. 2568
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    ชุดตรวจสุขภาพจักรพรรดิ (ชาย)
    Package Image
    ชุดตรวจสุขภาพจักรพรรดิ (หญิง)
    Package Image
    ชุดตรวจสุขภาพลุยเดี่ยว
    โรคบกพร่องทางการเรียนรู้  (Specific Learning Disorder: SLD หรือโรคแอลดี LD)
    โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
    อัปเดตเมื่อ: 01 ต.ค. 2568

     

    หมายถึง กลุ่มโรคที่มีความบกพร่องของกระบวนการเรียนรู้ (specific learning disorder หรือ learning disorder หรือ learning disability) เป็นหนึ่งในความบกพร่องกลุ่ม neurodevelopmental disorder ที่เกิดจากสมองทำงานผิดปกติ สาเหตุจากกรรมพันธุ์หรือสภาพแวดล้อม ส่งผลทำให้ไม่สามารถในการอ่านหนังสือ เขียนสะกดคำและการคำนวณ หรือทำได้แตกต่างเมื่อเทียบกับเด็กวัยเดียวกัน

    แบ่งเป็น 3 ประเภทได้แก่

    1. บกพร่องทางการอ่าน  หรือที่เรียกว่า dyslexia เกี่ยวข้องกับอุปสรรคในด้านการอ่าน การเขียน การสะกดคำ หรือความเข้าใจ Dyslexia เป็น SLD ที่พบมากที่สุดซึ่งมีผลต่อคนประมาณ 80% ที่มีโรค SLD
    2. บกพร่องทางการเขียนสะกดคำ   หรือที่เรียกว่า dysgraphia เกี่ยวข้องกับอุปสรรคในการทำความเข้าใจตัวเลข และแนวคิดทางคณิตศาสตร์ จะเกิดขึ้นใน 3% ของประชากร
    3. บกพร่องทางด้านการคำนวณ คณิตศาสตร์ หรือที่เรียกว่า dyscalculia เกี่ยวข้องกับข้อจำกัด ในงานเขียนด้วยลายมือ อาจส่งผลต่อทักษะที่เกี่ยวข้องกับการจับปากกาหรือดินสอ เช่น รูปร่างการเขียนตัวเลข หรือตัวอักษร

    ซึ่งความบกพร่องปรากฏขึ้นตั้งแต่เด็กเข้าสู่วัยเรียน แต่อาจไม่ถูกตระหนักจนกระทั่งเด็กเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ โดยพบได้กว่าร้อยละ 6- 9.9 ของเด็กไทยวัยเรียน ส่วนมากเป็นความบกพร่องด้านการอ่าน

    สาเหตุของโรค

    • การทำงานของสมองบางตำแหน่งบกพร่อง โดยเฉพาะตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และการใช้ภาษา
    • กรรมพันธุ์ ความบกพร่องทางการเรียนรู้มักถ่ายทอดกันภายในครอบครัว เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้มักมีพ่อแม่ที่ประสบปัญหาเดียวกัน
    • ความผิดปกติของโครโมโซม อาจเป็นผลมาจากความผิดปกติในระหว่างการพัฒนาสมองของทารกในครรภ์ รวมไปถึงผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ในระหว่างตั้งครรภ์ เช่น ความเจ็บป่วยของมารดา การบาดเจ็บ การใช้สารเสพติด/ดื่มแอลกอฮอล์ ภาวะน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ หรือใช้เวลาตั้งครรภ์นาน หรือการขาดออกซิเจนในระหว่างคลอด ภาวะคลอดก่อนหรือคลอดหลังกำหนด เป็นต้น
    • สภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อการเกิดพัฒนาการในช่วงแรกเริ่มของชีวิต  เช่น การถูกทอดทิ้ง การไม่ได้รับการสนุนทางจิตสังคม ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสให้เกิดควาบกพร่องทางการเรียนรู้ได้

    การวินิจฉัยโรค

    การรวบรวมประวัติการเรียนและพัฒนาการด้านการเรียนรู้ของเด็กแต่ละด้านเป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้ประกอบการวินิจฉัย รวมทั้งรายงานจากครูประจำชั้น การทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ด้านการเรียน เปรียบเทียบกับระดับสติปัญญา (IQ) เด็ก LD จะมีความสามารถในการเรียนรู้ต่ำกว่าเพื่อนนักเรียนในชั้นอย่างชัดเจนและเป็นปัญหาที่กระทบต่อการเรียนอย่างต่อเนื่อง

    การรักษา และฟื้นฟู

    เด็กที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ควรให้ความช่วยเหลือแบบบูรณาการ และมองปัญหาอย่างรอบด้าน โดยอาศัยความร่วมมือกันแบบไตรภาคี คือทั้งทางครอบครัว ทางการแพทย์ และทางการศึกษา ดังต่อไปนี้

    การช่วยเหลือทางการแพทย์

    เนื่องจากโรค LD สามารถเกิดรวมกับโรคอื่น ๆ ได้บ่อย เช่น โรคสมาธิสั้น ดังนั้นแพทย์จึงมีบทบาทในการประเมิน วินิจฉัยภาวะต่าง ๆ ที่เด็กมี ร่วมถึงให้การรักษาภาวะเหล่านั้น เช่น โรคสมาธิสั้น หากได้รับยาช่วยสมาธิ อาการของโรคก็จะดีขึ้นมาก

    การช่วยเหลือทางการศึกษา

    โรงเรียนควรจัดทำแผนการเรียนรายบุคคลให้สอดคล้องกับระดับความบกพร่องของเด็กแต่ละด้าน โดยทำความเข้าใจกับครูถึงปัญหาและความบกพร่องของเด็ก เน้นการสอนเสริมในทักษะที่บกพร่อง เช่น การสะกดคำ อ่าน เขียนสอนเป็นกลุ่มย่อยหรือตัวต่อครั้งละ 30-45 นาที สัปดาห์ละ 4-5 วัน การช่วยอ่านบทเรียนให้ฟัง เพื่อให้เด็กได้เนื้อหา ความรู้ ได้เร็วขึ้น การให้เวลาในการทำสอบเพิ่มขึ้น เพื่อให้เด็กมีเวลาเพียงพอในการ อ่านโจทย์ และเขียนตอบ จะช่วยให้เด็กเรียนได้ดีขึ้น และควรส่งเสริมทักษะด้านอื่น ๆ ที่เด็กสนใจ เช่น ดนตรี กีฬา ศิลปะ เพื่อให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง

    การช่วยเหลือจากครอบครัว

    อธิบายให้เด็กและครอบครัวทราบถึงปัญหาและความบกพร่องเฉพาะด้านของเด็ก รวมทั้งความรู้สึกของเด็กที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ เปลี่ยนพฤติกรรมจากการตำหนิ ลงโทษ เป็นความเข้าใจ และสนับสนุนในการส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของเด็ก ชื่นชมเมื่อเด็กทำสำเร็จแม้ในเรื่องเล็กน้อยเพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง

    ศูนย์สุขภาพทางใจ Mental Health Clinic โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต เปิดให้บริการการศึกษารายบุคคล (Individual Education Program) สำหรับเด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้ฝึกอ่าน เขียน คำนวณ โดยครูการศึกษาพิเศษ ติดต่อสอบถาม โทร. 076 254425 ต่อ 1023

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์สุขภาพทางใจ

    ชั้น 2

    เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 น. – 17.00 น.

    076 254 425 ต่อ 1023

    [email protected]

    @phukethospital

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ชุดตรวจสุขภาพจักรพรรดิ (ชาย)ชุดตรวจสุขภาพจักรพรรดิ (ชาย)
    ชุดตรวจสุขภาพจักรพรรดิ (ชาย)

    59,950 บาท

    85,968 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพจักรพรรดิ (หญิง)ชุดตรวจสุขภาพจักรพรรดิ (หญิง)
    ชุดตรวจสุขภาพจักรพรรดิ (หญิง)

    59,950 บาท

    93,468 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพลุยเดี่ยวชุดตรวจสุขภาพลุยเดี่ยว
    ชุดตรวจสุขภาพลุยเดี่ยว

    2,000 บาท

    4,962 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ลูกแค่เศร้าซึมหรือ #ซึมเศร้า กันแน่? Image
    ลูกแค่เศร้าซึมหรือ #ซึมเศร้า กันแน่?
    ภาวะซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่น Image
    ภาวะซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่น
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ