หลายคนคงเคยได้ยินว่ามะเร็งเม็ดเลือดขาวอาจทำให้เกิด “ผื่น” หรือความผิดปกติบนผิวหนัง แต่ในความเป็นจริง ผื่นที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเม็ดเลือดขาวมีได้หลายรูปแบบ และส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากมะเร็งเสมอไป การรู้จักสังเกตความผิดปกติของผิวหนังจะช่วยให้เข้ารับการตรวจวินิจฉัยได้อย่างเหมาะสม และไม่ละเลยสัญญาณสำคัญของร่างกาย
ทำไมมะเร็งเม็ดเลือดขาวจึงส่งผลต่อผิวหนัง?
มะเร็งเม็ดเลือดขาวส่งผลต่อการสร้างเม็ดเลือดและเกล็ดเลือด หรือในบางกรณีมีเซลล์มะเร็งแทรกเข้าสู่ผิวหนัง จึงอาจทำให้เกิดความผิดปกติของผิวหนังในลักษณะต่าง ๆ เช่น
- จุดเลือดออกใต้ผิวหนัง
- รอยช้ำหรือจ้ำเขียวง่าย
- ผื่นที่ไม่หาย
- ตุ่มหรือก้อนผิดปกติ
- การติดเชื้อที่ผิวหนังบ่อยกว่าปกติ
อย่างไรก็ตาม ลักษณะผื่นไม่ได้มีรูปแบบเฉพาะเจาะจง และจำเป็นต้องได้รับการประเมินจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
ลักษณะความผิดปกติบนผิวหนังที่อาจพบ
1. จุดเลือดออกเล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง (Petechiae)
ลักษณะเป็นจุดสีแดงหรือม่วงขนาดเล็กคล้ายผื่น มักพบที่ขา แขน หรือบริเวณที่ถูกกดทับ จุดเหล่านี้เกิดจากเลือดออกใต้ผิวหนัง และมักไม่จางลงเมื่อกด
2. รอยช้ำหรือจ้ำเขียวง่าย (Purpura / Ecchymosis)
มีรอยช้ำเกิดขึ้นเอง หรือเกิดจากการกระแทกเพียงเล็กน้อย บางรายอาจมีรอยช้ำหลายตำแหน่ง หรือรอยช้ำขนาดใหญ่ผิดปกติและใช้เวลานานกว่าจะหาย
3. ตุ่มหรือก้อนใต้ผิวหนัง (Leukemia Cutis)
พบได้ไม่บ่อย ลักษณะอาจเป็นตุ่ม ก้อน หรือผื่นนูนสีแดง ม่วง หรือน้ำตาล ซึ่งเกิดจากการแทรกตัวของเซลล์มะเร็งในผิวหนัง หากพบก้อนหรือผื่นที่ไม่ทราบสาเหตุ ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม
4. ผื่นหรือรอยโรคเรื้อรังที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา
ผื่นที่รักษาแล้วไม่ดีขึ้น เป็นซ้ำบ่อย หรือมีลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิม ควรได้รับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง โดยเฉพาะหากมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ไข้ อ่อนเพลีย หรือเลือดออกง่าย
5. ผิวซีด หรือมีการติดเชื้อที่ผิวหนังบ่อย
ผู้ป่วยบางรายอาจมีผิวซีดจากภาวะโลหิตจาง หรือมีการติดเชื้อที่ผิวหนังบ่อยและหายช้ากว่าปกติ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานลดลง
ผื่นแบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์?
- จุดเลือดออกเล็ก ๆ ใต้ผิวหนังที่ไม่จางเมื่อกด
- รอยช้ำหรือจ้ำเขียวเกิดขึ้นเองโดยไม่ทราบสาเหตุ
- รอยช้ำจำนวนมาก หรือเกิดซ้ำบ่อย
- มีก้อนหรือตุ่มใต้ผิวหนังที่โตขึ้นหรือไม่หาย
- ผื่นเรื้อรังที่รักษาแล้วไม่ดีขึ้น
- มีผื่นร่วมกับอาการซีด อ่อนเพลีย เป็นไข้ หรือเลือดออกง่าย
ผื่นทุกชนิดเป็นสัญญาณของมะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือไม่?
ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะผื่นและความผิดปกติของผิวหนังส่วนใหญ่มักเกิดจากสาเหตุที่พบได้บ่อยกว่า เช่น
- ภูมิแพ้
- การติดเชื้อ
- ผิวหนังอักเสบ
- ผลข้างเคียงจากยา
การมีผื่นเพียงอย่างเดียวจึงไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว อย่างไรก็ตาม หากผื่นไม่หาย มีการเปลี่ยนแปลงของลักษณะผื่น หรือเกิดร่วมกับอาการผิดปกติอื่น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินเพิ่มเติม
ควรทำอย่างไรเมื่อพบผื่นผิดปกติ?
- อย่าเพิ่งตื่นตระหนก แต่ไม่ควรละเลยอาการ
- สังเกตลักษณะ ตำแหน่ง และการเปลี่ยนแปลงของผื่น
- ถ่ายรูปเก็บไว้เพื่อเปรียบเทียบในแต่ละช่วงเวลา
- หลีกเลี่ยงการซื้อยามาทาเองต่อเนื่องเป็นเวลานาน
- หากผื่นไม่หาย มีการเปลี่ยนแปลง หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรพบแพทย์
- หากมีเลือดออกผิดปกติ หรือมีอาการรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ทันที
สรุปความผิดปกติของผิวหนังที่ควรพบแพทย์
|
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ผื่นมะเร็งเม็ดเลือดขาวหน้าตาเป็นอย่างไร?
A: ไม่มีลักษณะเฉพาะตัว อาจเป็นจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง รอยช้ำ ตุ่ม ก้อน หรือผื่นที่ไม่หาย จึงจำเป็นต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน
Q: มีผื่นแปลว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือไม่?
A: ไม่เสมอไป เพราะผื่นส่วนใหญ่เกิดจากภูมิแพ้ การติดเชื้อ หรือโรคผิวหนังทั่วไป
Q: จุดเลือดออกเล็ก ๆ ใต้ผิวหนังอันตรายหรือไม่?
A: หากมีลักษณะเป็นจุดที่กดแล้วไม่จาง มีปริมาณมาก หรือเกิดร่วมกับรอยช้ำและเลือดออกง่าย ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม เพราะอาจเกี่ยวข้องกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ
Q: ผื่นที่ไม่หายควรทำอย่างไร?
A: หากรักษาเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น หรือผื่นมีการเปลี่ยนแปลง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ โดยเฉพาะหากมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย
| ข้อควรรู้สำคัญ อาการที่กล่าวมาข้างต้นไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเสมอไป แต่หากพบจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง รอยช้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ ผื่นที่ไม่หาย หรือมีอาการซีด อ่อนเพลีย ไข้ และเลือดออกง่ายร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการดูแลอย่างเหมาะสม |
| สถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน ทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพจาก 3 โรงพยาบาลชั้นนำในเครือ BDMS เทคโนโลยีการวินิจฉัยและรักษาระดับมาตรฐานสากล บริการทั้งผู้ป่วยชาวไทยและผู้ป่วยชาวต่างชาติ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. │ ชั้น 3 โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต นัดหมายได้ที่ [email protected] หรือโทร 1719 |
เอกสารอ้างอิง (References)
- Cho-Vega, J. H., Medeiros, L. J., Prieto, V. G., & Vega, F. (2008). Leukemia cutis. American Journal of Clinical Pathology, 129(1), 130–142. https://doi.org/10.1309/WYACYWF6NGM3WBRT
- Khoury, J. D., Solary, E., Abla, O., et al. (2022). The 5th edition of the World Health Organization Classification of Haematolymphoid Tumours: Myeloid and histiocytic/dendritic neoplasms. Leukemia, 36(7), 1703–1719. https://doi.org/10.1038/s41375-022-01613-1
- Döhner, H., Wei, A. H., Appelbaum, F. R., et al. (2022). Diagnosis and management of AML in adults: 2022 recommendations from an international expert panel on behalf of the ELN. Blood, 140(12), 1345–1377. https://doi.org/10.1182/blood.2022016867
- National Cancer Institute. (2024). Leukemia — Patient version. https://www.cancer.gov/types/leukemia
บทความนี้จัดทำโดย สถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต | โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต | BDMS | bangkokhospital.com/phuket
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อการให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถทดแทนคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้









