โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    คำแนะนำผู้ป่วย เรื่องการรักษาทางกายภาพบำบัดในผู้ป่วยกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง (Bell’s palsy)

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
    อัปเดตเมื่อ: 01 ต.ค. 2568
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    โปรแกรมตรวจ MRI เข่า และ ไหล่
    Package Image
    โปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง ราคาสบายกระเป๋า
    Package Image
    โปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง นอกเวลาทำการ
    คำแนะนำผู้ป่วย เรื่องการรักษาทางกายภาพบำบัดในผู้ป่วยกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง (Bell’s palsy)
    โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
    อัปเดตเมื่อ: 01 ต.ค. 2568

     

    ข้อมูลเบื้องต้น

    โรคกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง พบได้ทุกเพศทุกวัย มักเกิดในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ พักผ่อนน้อย แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด สันนิษฐานว่าเกิดจาการติดเชื้อไวรัสโดยเฉพาะเชื้อเริม นอกจากนี้ยังพบบ่อยใน สตรีตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ติดเชื้อไวรัส HIV ทำให้เกิดความผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 เรียกว่า เส้นประสาทใบหน้า (Facial nerve) ที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้าทำให้ไม่สามารถทำงานได้ชั่วคราว ส่งผลให้กล้ามเนื้อใบหน้าครึ่งซีกด้านนั้นเป็นอัมพาต ผู้ป่วยจะมีอาการหลับตาไม่สนิท ปากเบี้ยว มุมปากตก ดื่มน้ำจะมีน้ำไหลออกจากมุมปาก ยักคิ้วไม่ขึ้น และขยับใบหน้าซีกนั้นไม่ได้ โดยมีอาการแสดงดังนี้

    อาการของโรค Bell’s palsy

    ยักคิ้วไม่ขึ้น
    พูดไม่ชัด ผิวปากไม่ได้
    หลับตาไม่สนิท
    ปวดหูและรู้สึกหูอื้อได้
    ตาแห้ง/มีน้ำตาไหลข้างเดียว เนื่องจากระคายเคืองฝุ่นละออง เนื่องจากตาปิดได้ไม่สนิท
    มีมุมปากข้างหนึ่งตก ปากเบี้ยวไปข้างหนึ่ง ขณะยิ้มหรือยิงฟัน
    มีน้ำไหลมาที่มุมปากขณะกลืนน้ำ
    ไม่มีอาการอ่อนแรงกล้ามเนื้อแขนและขา
    บางคนรู้สึกว่าหน้าบวมหรือชาครึ่งซีก และอาจมีอาการลิ้นครึ่งซีกชาและรับรสไม่ได้

    การรักษาทางกายภาพบำบัดในผู้ป่วยอัมพาตใบหน้า เริ่มจากการประคบอุ่นบริเวณใบหน้าที่มีอาการอ่อนแรง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนโลหิต จากนั้นใช้การกระตุ้นไฟฟ้าเพื่อชะลอการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อใบหน้าที่อ่อนแรงไม่ให้ลีบเล็กลง และฝึกบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า เพื่อฟื้นฟูกำลังกล้ามเนื้อในขณะที่รอการฟื้นตัวของเส้นประสาทในอนาคต การรักษาด้วยการออกกำลังกายดังกล่าวถือเป็นวิธีการที่ปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง และเป็นการรักษาที่ผู้ป่วยสามารถช่วยทำได้บ่อย ๆ วันละหลาย ๆ ครั้ง

    ทางเลือกอื่นในการรักษา

    • การรักษาด้วยยา

    ปัจจุบันพบว่าการใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ (steroid) ติดต่อกัน 7-10 วัน ช่วยลดการบวมและอักเสบของเส้นประสาททำให้หายเร็วขึ้น ซึ่งหากได้รับการรักษาภายใน 1 สัปดาห์แรกหลังเกิดอาการ มักจะได้รับผลการรักษาที่ค่อนข้างดี การใช้ยากลุ่มนี้ต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์เท่านั้นเนื่องจากมีผลข้างเคียงค่อนข้างอันตราย นอกจากนี้อาจมีการจ่ายยาในกลุ่มวิตามินบีรวม หรือยาที่มีฤทธิ์รักษาเส้นประสาทส่วนปลายด้วย และในผู้ป่วยบางรายที่ไม่สามารถหลับตาได้สนิทหรือเป็นแผลได้ง่ายอาจใช้แผ่นปิดตา หรือสวมแว่นกันฝุ่นละออง และหยอดน้ำตาเทียมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว

    • การรักษาโดยการผ่าตัด

    ในกรณีที่ผู้ป่วยยังคงมีอาการหลงเหลืออยู่นานเกิน 9 เดือนขึ้นไป โดยเฉพาะรายที่เป็นผลมาจากเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ถูกทำลายหรือฝ่อลีบ เช่น ผ่าตัดแก้ไขหนังตาที่ปิดไม่สนิท การต่อและเลี้ยงเส้นประสาทสมองคู่อื่นเพื่อนำมาใช้ทดแทนเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7

    ความเสี่ยงและผลข้างเคียง

    ผิวหน้าบริเวณที่ประคบอุ่นหรือให้การรักษาด้วยการใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าอาจมีรอยแดง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการชาหรือ การรับความรู้สึกบริเวณใบหน้าด้านที่มีพยาธิสภาพบกพร่อง

    การปฏิบัติตัวก่อนและหลังการรักษา

    ขั้นตอนการรักษาทางกายภาพบำบัด

    • การประคบอุ่นบริเวณใบหน้าซีกที่มีอาการ (Hot compression) เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และลดการตึงตัวของกล้ามเนื้อใบหน้า เป็นเวลา 20 นาที
    • การกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าที่มีอาการอ่อนแรงด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า (Electrical stimulation) เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อมีการหดคลายตัวเป็นการชะลอการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อ เป็นเวลา 15 นาที
    • การนวดใบหน้า (Facial massage) เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อมีการหดคลายตัวเป็นการชะลอการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อ
    • การบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า (Facial exercise with facilitated technique) เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อใบหน้าที่อ่อนแรง
    • แจกแผ่นพับให้ความรู้และให้คำแนะนำในการดูแลตนเองเบื้องต้น และการออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าด้วยตนเองที่บ้าน

    การออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า

    แนะนำให้ผู้ป่วยออกกำลังหน้ากระจกเพื่อคอยดูการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า และควรฝึกบริหารกล้ามเนื้อ      หน้าท่าละ 10 ครั้ง ทำซ้ำ 3 รอบ วันละ 3 ช่วงเวลา โดยมีท่าบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าด้วยตนเอง ดังนี้

    ท่าที่ 1 ฝึกยักคิ้วขึ้น
    ท่าที่ 2 ฝึกหลับตาปิดตาให้สนิท
    ท่าที่ 3 ฝึกยิ้มไม่ยกมุมปาก
    ท่าที่ 4 ฝึกยิ้มยกมุมปากขึ้น (ยิ้มยิงฟัน)
    ท่าที่ 5 ฝึกทำปากจู๋
    ท่าที่ 6 ฝึกหลับตาพร้อมกับทำปากจู๋

    คำแนะนำเพิ่มเติมเมื่อเป็นโรคอัมพาตใบหน้า

    • ใช้น้ำตาเทียมเพื่อป้องกันตาแห้ง 
    • ใช้ที่ครอบตาป้องกันฝุ่นเข้าตาขณะนอนหลับ
    • สวมแว่นตาเวลาออกนอกบ้านเพื่อกันลมและฝุ่นละออง
    • ห้ามขยี้ตาข้างที่ปิดไม่สนิท
    • ทำกายภาพบำบัดโดยการออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าเป็นประจำ

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพและกายภาพบำบัด

    ชั้น 1

    เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 - 20.00 น.

    076 254 425 ต่อ 1070

    [email protected]

    @phukethospital

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    โปรแกรมตรวจ MRI เข่า และ ไหล่โปรแกรมตรวจ MRI เข่า และ ไหล่
    โปรแกรมตรวจ MRI เข่า และ ไหล่

    10,500 - 10,560 บาท

    รายละเอียด
    โปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง ราคาสบายกระเป๋าโปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง ราคาสบายกระเป๋า
    โปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง ราคาสบายกระเป๋า

    10,560 - 17,445 บาท

    รายละเอียด
    โปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง นอกเวลาทำการโปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง นอกเวลาทำการ
    โปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง นอกเวลาทำการ

    4,900 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    Sciatica pain อาการปวดร้าวลงขา Image
    Sciatica pain อาการปวดร้าวลงขา
    กายภาพบำบัดกับภาวะโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ Image
    กายภาพบำบัดกับภาวะโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ
    ภาวะข้อต่อขากรรไกรผิดปกติ Image
    ภาวะข้อต่อขากรรไกรผิดปกติ
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ