เมื่อตรวจพบ “ก้อนที่รังไข่” หลายคนตกใจคิดว่าเป็นมะเร็งทันที แต่ความจริงที่ช่วยให้คลายกังวลคือ ก้อนที่รังไข่ส่วนใหญ่เป็นถุงน้ำชนิดไม่ร้ายและพบได้บ่อยมาก การเข้าใจความต่างระหว่างถุงน้ำกับเนื้องอกร้าย ช่วยให้ไม่ตื่นตระหนกเกินไปและไม่ละเลยอาการที่ควรพบแพทย์
ถุงน้ำรังไข่คืออะไร?
ถุงน้ำรังไข่ (Ovarian Cyst) คือ ถุงที่มีของเหลวอยู่ภายในเกิดที่รังไข่ พบได้บ่อยมากในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ส่วนใหญ่เป็นถุงน้ำตามรอบประจำเดือนที่เกิดและยุบเองได้ ไม่ใช่มะเร็ง และมักไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย
เนื้องอกมะเร็งรังไข่คืออะไร?
เนื้องอกมะเร็งรังไข่คือ ก้อนที่เกิดจากเซลล์รังไข่เจริญผิดปกติชนิดร้าย ต่างจากถุงน้ำทั่วไปตรงที่มีโอกาสลุกลามและแพร่กระจาย จึงต้องการการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ก้อนที่รังไข่ส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง การแยกจึงต้องอาศัยการตรวจของแพทย์
ถุงน้ำกับเนื้องอกร้ายต่างกันอย่างไร?
- ถุงน้ำทั่วไป: มักมีของเหลวภายใน เกิดและยุบเองได้ตามรอบเดือน ไม่ลุกลาม
- เนื้องอกร้าย: มักเป็นก้อนเนื้อแข็งหรือมีลักษณะซับซ้อน โตขึ้น และมีโอกาสลุกลาม
- ลักษณะภาพ: อัลตราซาวด์ช่วยประเมินลักษณะที่ต่างกัน เช่น ผนัง ส่วนตัน หรือลักษณะที่น่าสงสัย
- การดำเนินโรค: ถุงน้ำทั่วไปมักไม่อันตราย ส่วนเนื้องอกร้ายต้องดูแลและรักษาอย่างเหมาะสม
| ก้อนที่รังไข่ส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง ก้อนหรือถุงน้ำที่รังไข่พบได้บ่อยมากและส่วนใหญ่เป็นชนิดไม่ร้าย แต่เพราะแยกด้วยตัวเองไม่ได้ หากตรวจพบก้อนที่รังไข่ ก้อนโตขึ้น หรือมีอาการผิดปกติเรื้อรัง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินด้วยอัลตราซาวด์และการตรวจเพิ่ม ไม่ควรนิ่งนอนใจ |
อาการของเนื้องอกรังไข่ที่ต้องระวัง
อาการที่ควรใส่ใจ โดยเฉพาะหากเป็นต่อเนื่องหรือเกิดบ่อยผิดปกติ ได้แก่:
- ท้องอืด แน่นท้อง หรือท้องโตขึ้นเรื้อรัง
- ปวดหรือไม่สบายบริเวณท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกราน
- คลำได้ก้อนในท้อง หรือรู้สึกแน่นในอุ้งเชิงกราน
- อิ่มเร็ว เบื่ออาหาร หรือปัสสาวะบ่อยผิดปกติ
- ประจำเดือนผิดปกติ หรือเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด
มีก้อนหรือถุงน้ำ = มะเร็งเสมอไปไหม?
ไม่ใช่ ก้อนและถุงน้ำที่รังไข่ ส่วนใหญ่เป็นชนิดไม่ร้ายและพบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะถุงน้ำตามรอบประจำเดือนที่เกิดและยุบเองได้ การมีก้อนจึงไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง สิ่งที่ทำให้ต้องระวังคือก้อนที่โตขึ้น มีลักษณะซับซ้อนจากภาพ หรือมาพร้อมอาการที่เรื้อรัง จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจแยก
ตรวจแยกได้อย่างไร?
- ตรวจภายในและอุ้งเชิงกราน เพื่อประเมินก้อนเบื้องต้น
- อัลตราซาวด์ ดูลักษณะของก้อน เช่น ถุงน้ำหรือก้อนเนื้อ และลักษณะที่น่าสงสัย
- การตรวจเลือดดูสารบ่งชี้ ในบางกรณีเพื่อช่วยประเมินความเสี่ยง
- การตรวจเพิ่มเติมหรือผ่าตัด ตามข้อบ่งชี้ เพื่อยืนยันชนิดและวางแผนการรักษา
| สรุปความต่างโดยย่อ ถุงน้ำทั่วไป: พบบ่อยมาก มีของเหลว เกิด และยุบเองได้ ไม่ลุกลาม เนื้องอกร้าย: เป็นก้อนเนื้อแข็ง และซับซ้อน โตขึ้น มีโอกาสลุกลาม ก้อนส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง แยกด้วยอัลตราซาวด์ และการตรวจของแพทย์ |
ไม่ตื่นตระหนก แต่ไม่ละเลย
การพบก้อนหรือถุงน้ำที่รังไข่ ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง และส่วนใหญ่เป็นชนิดไม่ร้าย แต่เพราะแยกด้วยตัวเองไม่ได้ และมะเร็งรังไข่อาการแรกมักไม่ชัด การพบแพทย์เพื่อตรวจอัลตราซาวด์เมื่อมีก้อนหรืออาการผิดปกติเรื้อรัง จึงเป็นทางที่ปลอดภัยและให้คำตอบที่ชัดเจน การติดตามตามนัดของแพทย์ก็สำคัญในรายที่ต้องเฝ้าระวัง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ถุงน้ำรังไข่กับเนื้องอกมะเร็งต่างกันอย่างไร?
A: ถุงน้ำทั่วไปมักมีของเหลวภายใน เกิดและยุบเองได้ตามรอบเดือน และไม่ลุกลาม ส่วนเนื้องอกร้ายมักเป็นก้อนเนื้อแข็งหรือซับซ้อน โตขึ้น และมีโอกาสลุกลาม การแยกต้องอาศัยการตรวจของแพทย์
Q: มีถุงน้ำรังไข่แปลว่าเป็นมะเร็งไหม?
A: ส่วนใหญ่ไม่ใช่ ถุงน้ำรังไข่พบบ่อยมากและมักเป็นชนิดไม่ร้าย โดยเฉพาะถุงน้ำตามรอบเดือนที่ยุบเองได้ แต่ควรพบแพทย์เพื่อตรวจอัลตราซาวด์เมื่อมีก้อนหรืออาการผิดปกติ
Q: อาการของเนื้องอกรังไข่ที่ต้องระวังมีอะไรบ้าง?
A: ได้แก่ ท้องอืดหรือท้องโตเรื้อรัง ปวดท้องน้อย คลำได้ก้อนในท้อง อิ่มเร็ว ปัสสาวะบ่อย หรือประจำเดือนผิดปกติ โดยเฉพาะหากเป็นต่อเนื่องหรือเกิดบ่อยผิดปกติ ควรพบแพทย์
Q: แยกถุงน้ำกับมะเร็งได้อย่างไร?
A: เริ่มจากการตรวจภายในและอัลตราซาวด์เพื่อดูลักษณะก้อน ในบางกรณีตรวจเลือดดูสารบ่งชี้ และอาจตรวจเพิ่มหรือผ่าตัดตามข้อบ่งชี้ เพื่อยืนยันชนิดและวางแผนการรักษา
| สถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน ทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพจาก 3 โรงพยาบาลชั้นนำในเครือ BDMS เทคโนโลยีการวินิจฉัยและรักษาระดับมาตรฐานสากล บริการทั้งผู้ป่วยชาวไทยและผู้ป่วยชาวต่างชาติ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. | ชั้น 3 โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต นัดหมายได้ที่ [email protected] หรือโทร 1719 |
เอกสารอ้างอิง (References)
- Lheureux, S., Gourley, C., Vergote, I., & Oza, A. M. (2019). Epithelial ovarian cancer. The Lancet, 393(10177), 1240–1253. https://doi.org/10.1016/S0140-6736(18)32552-2
- Webb, P. M., & Jordan, S. J. (2017). Epidemiology of epithelial ovarian cancer. Best Practice & Research Clinical Obstetrics & Gynaecology, 41, 3–14. https://doi.org/10.1016/j.bpobgyn.2016.08.006
- Jacobs, I. J., Menon, U., Ryan, A., et al. (2016). Ovarian cancer screening and mortality in the UK Collaborative Trial of Ovarian Cancer Screening (UKCTOCS). The Lancet, 387(10022), 945 – 956. https://doi.org/10.1016/S0140-6736(15)01224-6
- Moore, K., Colombo, N., Scambia, G., et al. (2018). Maintenance olaparib in patients with newly diagnosed advanced ovarian cancer. New England Journal of Medicine, 379(26), 2495 – 2505. https://doi.org/10.1056/NEJMoa1810858
- Kuchenbaecker, K. B., Hopper, J. L., Barnes, D. R., et al. (2017). Risks of breast, ovarian, and contralateral breast cancer for BRCA1 and BRCA2 mutation carriers. JAMA, 317(23), 2402 – 2416. https://doi.org/10.1001/jama.2017.7112
- World Health Organization. (2023). Cancer fact sheet. WHO / IARC. https://www.who.int/news-room/fact-sheets
บทความนี้จัดทำโดย สถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต | โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต | BDMS | bangkokhospital.com/phuket
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อการให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถทดแทนคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้









