เมื่อพูดถึงมะเร็งเม็ดเลือดขาว หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “มัยอิลอยด์” (Myeloid) และ “ลิมฟอยด์” (Lymphoid)
ซึ่งเป็นคำที่ใช้บอกว่าเซลล์มะเร็งมีต้นกำเนิดมาจากเซลล์เม็ดเลือดสายใด การเข้าใจความแตกต่างระหว่างมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัยอิลอยด์แบบเฉียบพลัน (AML) และชนิดเรื้อรัง (CML) จะช่วยให้เข้าใจลักษณะโรค อาการ และแนวทางการรักษาได้ชัดเจนมากขึ้น
เซลล์สายมัยอิลอยด์คืออะไร?
ภายในไขกระดูกมีเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด (Stem Cell) ซึ่งสามารถพัฒนาไปเป็นเม็ดเลือดหลายชนิด โดยแบ่งเป็น 2 สายหลัก ได้แก่ สายมัยอิลอยด์ (Myeloid) และ สายลิมฟอยด์ (Lymphoid)
สายมัยอิลอยด์จะพัฒนาไปเป็นเม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด และเม็ดเลือดขาวบางชนิด เมื่อเซลล์ในสายมัยอิลอยด์เกิดความผิดปกติและกลายเป็นมะเร็ง จึงเรียกว่า “มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัยอิลอยด์”
มัยอิลอยด์กับลิมฟอยด์ต่างกันอย่างไร?
ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ชนิดของเซลล์ต้นกำเนิดที่ผิดปกติ
- มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัยอิลอยด์ เกิดจากเซลล์สายมัยอิลอยด์
- มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดลิมฟอยด์ เกิดจากเซลล์ลิมโฟไซต์
การแยกชนิดของโรคมีความสำคัญมาก เพราะมีผลต่อการดำเนินโรค การพยากรณ์โรค และแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน
มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัยอิลอยด์แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก
1. AML (Acute Myeloid Leukemia)
AML เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันที่ดำเนินโรคค่อนข้างรวดเร็ว เซลล์มะเร็งเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วในไขกระดูก ส่งผลให้การสร้างเม็ดเลือดปกติลดลง มีอาการรุนแรง จึงจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็ว
อาการที่พบบ่อย ได้แก่
- อ่อนเพลีย ซีด
- มีไข้หรือติดเชื้อง่าย
- เลือดออกง่าย
- จ้ำเขียวตามร่างกาย
- เหนื่อยง่ายผิดปกติ
2. CML (Chronic Myeloid Leukemia)
CML เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังที่ดำเนินโรคช้ากว่า ผู้ป่วยจำนวนมากไม่มีอาการในระยะแรก และอาจตรวจพบจากการตรวจสุขภาพประจำปี
อาการที่อาจพบได้ เช่น
- อ่อนเพลีย
- น้ำหนักลด
- เหงื่อออกกลางคืน
- แน่นท้องจากม้ามโต
ปัจจุบันมียามุ่งเป้าที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถควบคุมโรคและใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติในระยะยาว
สิ่งสำคัญที่ควรรู้
แม้ทั้ง AML และ CML จะเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัยอิลอยด์เหมือนกัน แต่ลักษณะของโรคแตกต่างกันอย่างมาก นอกจากจะแยกกันด้วยลักษณะอาการและการดำเนินโรคแล้ว ยังจำเป็นต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการและการวินิจฉัยจากแพทย์เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง
| AML | CML |
|---|---|
| มีการดำเนินโรครวดเร็ว | มีการดำเนินโรคช้า |
| มักมีอาการชัดเจนในระยะเวลาไม่นาน | หลายรายไม่มีอาการในช่วงแรก |
| ผู้ป่วยควรได้เข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน | ปัจจุบันมียามุ่งเป้าที่สามารถควบคุมโรคให้สงบได้ |
การวินิจฉัย
แพทย์จะเริ่มจากการตรวจเลือดเพื่อดูความผิดปกติของเม็ดเลือด หากสงสัยโรคอาจต้องตรวจเพิ่มเติม เช่น
- ตรวจไขกระดูก
- ตรวจพันธุกรรมของเซลล์มะเร็ง
- ตรวจระดับโมเลกุล
- ตรวจภาพวินิจฉัยเพิ่มเติมในบางราย
การตรวจอย่างละเอียดช่วยให้ทราบชนิดของโรคและเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสมที่สุด
แนวทางการรักษาในปัจจุบัน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัยอิลอยด์มีความก้าวหน้าอย่างมาก โดยเฉพาะในผู้ป่วย CML ที่มียามุ่งเป้า ซึ่งช่วยเปลี่ยนโรคจากภาวะที่เคยมีความเสี่ยงสูง ให้กลายเป็นโรคที่สามารถควบคุมได้ในระยะยาว ส่วนผู้ป่วย AML แม้ยังเป็นโรคที่ต้องรักษาด้วยยาเคมีบำบัดเป็นหลัก แต่ปัจจุบันก็มีทางเลือกการรักษาที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าสมัยก่อน
| สรุปสาระสำคัญ |
|
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัยอิลอยด์คืออะไร?
A: เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์สายมัยอิลอยด์ ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดของเม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด และเม็ดเลือดขาวบางชนิด
Q: AML กับ CML ต่างกันอย่างไร?
A: AML เป็นชนิดเฉียบพลันที่ดำเนินโรคเร็วและต้องรักษาอย่างเร่งด่วน ส่วน CML เป็นชนิดเรื้อรังที่ดำเนินโรคช้ากว่า และมักควบคุมโรคได้ดีด้วยยามุ่งเป้า
Q: มัยอิลอยด์กับลิมฟอยด์ต่างกันมากหรือไม่?
A: ต่างกันมาก เพราะเป็นคนละสายเซลล์ต้นกำเนิด ส่งผลให้การดำเนินโรค วิธีรักษา และการพยากรณ์โรคแตกต่างกัน
Q: มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังอันตรายน้อยกว่าชนิดเฉียบพลันหรือไม่?
A: CML มีการดำเนินโรคช้ากว่า และปัจจุบันมียามุ่งเป้าที่ให้ผลการรักษาที่ดี แต่ยังคงเป็นโรคที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ส่วน AML มักมาด้วยอาการที่รุนแรงและมีความเร่งด่วนในการรักษามากกว่า
Q: ปัจจุบันการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัยอิลอยด์ดีขึ้นหรือไม่?
A: ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะการพัฒนายามุ่งเป้าและการตรวจทางพันธุกรรมที่ช่วยให้เลือกการรักษาได้แม่นยำขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยจำนวนมากมีผลการรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมมาก
| สถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน
ทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพจาก 3 โรงพยาบาลชั้นนำในเครือ BDMS เทคโนโลยีการวินิจฉัยและรักษาระดับมาตรฐานสากล บริการทั้งผู้ป่วยชาวไทยและผู้ป่วยชาวต่างชาติ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. │ ชั้น 3 โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต นัดหมายได้ที่ [email protected] หรือโทร 1719 |
เอกสารอ้างอิง (References)
- Döhner, H., Wei, A. H., Appelbaum, F. R., et al. (2022). Diagnosis and management of AML in adults: 2022 recommendations from an international expert panel on behalf of the ELN. Blood, 140(12), 1345–1377. https://doi.org/10.1182/blood.2022016867
- Hochhaus, A., Baccarani, M., Silver, R. T., et al. (2020). European LeukemiaNet 2020 recommendations for treating chronic myeloid leukemia. Leukemia, 34(4), 966–984. https://doi.org/10.1038/s41375-020-0776-2
- Khoury, J. D., Solary, E., Abla, O., et al. (2022). The 5th edition of the World Health Organization Classification of Haematolymphoid Tumours: Myeloid and histiocytic/dendritic neoplasms. Leukemia, 36(7), 1703–1719. https://doi.org/10.1038/s41375-022-01613-1
- National Cancer Institute. (2024). Leukemia — Patient version. https://www.cancer.gov/types/leukemia
บทความนี้จัดทำโดย สถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต | โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต | BDMS | bangkokhospital.com/phuket
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อการให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถทดแทนคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้









