อาการปวดศีรษะเป็นเรื่องที่เกือบทุกคนเคยเจอ และส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่ปวดหัวบางรูปแบบ โดยเฉพาะที่เป็นมากตอนเช้าหรืออาการปวดที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน อาจเป็นสัญญาณที่สมองกำลังเตือน การรู้ว่าปวดหัวแบบไหนที่ควรใส่ใจ ช่วยให้ไม่ตื่นตระหนกเกินไปและไม่ละเลยสัญญาณสำคัญ
ทำไมปวดหัวตอนเช้าจึงต้องระวัง?
อาการปวดศีรษะในช่วงเช้าหลังตื่นนอนเป็นหนึ่งในลักษณะที่แพทย์มักให้ความสนใจ เนื่องจากอาจเกี่ยวข้องกับภาวะที่ทำให้ความดันภายในกะโหลกศีรษะเพิ่มขึ้น เช่น เนื้องอกในสมองหรือความผิดปกติอื่น ๆ ของระบบประสาท ในระหว่างการนอนราบ ความดันภายในกะโหลกศีรษะอาจสูงขึ้นได้ ทำให้บางคนมีอาการปวดศีรษะชัดเจนในช่วงเช้าหรือตอนตื่นนอน และอาการอาจค่อย ๆ ดีขึ้นหลังลุกจากเตียงหรือผ่านไปสักระยะหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม อาการปวดศีรษะตอนเช้าไม่ได้หมายความว่าเป็นเนื้องอกในสมองเสมอไป เพราะยังอาจเกิดจากสาเหตุอื่นที่พบได้บ่อยกว่า เช่น การนอนหลับไม่เพียงพอ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ความเครียด ไมเกรน หรือความดันโลหิตสูง สิ่งที่สำคัญคือการสังเกตรูปแบบของอาการ โดยเฉพาะหากปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นต่อเนื่อง หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้อาเจียน การมองเห็นผิดปกติ แขนขาอ่อนแรง หรือการเปลี่ยนแปลงด้านการพูดและการทรงตัว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินอย่างเหมาะสม
สิ่งที่ควรระวังคือไม่ใช่แค่การปวดหัวตอนเช้าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการที่อาการมีรูปแบบผิดไปจากเดิม รุนแรงขึ้น หรือเกิดร่วมกับสัญญาณทางระบบประสาทอื่น ๆ ซึ่งอาจเป็นเบาะแสสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
ปวดหัวแบบไหนที่ควรใส่ใจ?
1. ปวดมากตอนเช้าหรือตอนตื่น
ปวดศีรษะที่เด่นชัดตอนเช้า โดยเฉพาะหากปลุกให้ตื่นกลางดึก หรือเป็นมากเมื่อก้มหรือเบ่ง
2. ปวดที่เปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม
ปวดศีรษะที่ต่างจากที่เคยเป็น รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หรือถี่ขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในผู้ที่ไม่เคยปวดหัวเป็นประจำ
3. ปวดร่วมกับอาการทางระบบประสาท
ปวดหัวร่วมกับคลื่นไส้อาเจียน ตามัว เห็นภาพซ้อน แขนขาอ่อนแรง ชา พูดลำบาก หรือชัก
4. ปวดที่ไม่ตอบสนองต่อยาแก้ปวดทั่วไป
ปวดศีรษะเรื้อรังที่ไม่ดีขึ้นด้วยยาแก้ปวดทั่วไป หรือกลับมาเป็นซ้ำเร็วผิดปกติ
ปวดหัวตอนเช้าทุกครั้ง = เนื้องอกไหม?
ไม่ใช่ ปวดหัวตอนเช้ามีสาเหตุที่พบบ่อยกว่ามาก เช่น นอนไม่พอหรือนอนมากเกินไป ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การนอนกัดฟัน ความเครียด คาเฟอีน หรือความดันโลหิต การปวดหัวตอนเช้าเพียงอย่างเดียวจึงไม่ได้แปลว่าเป็นเนื้องอก สิ่งที่ทำให้แพทย์ใส่ใจมากขึ้นคือเมื่อปวดหัวนั้นเปลี่ยนรูปแบบ รุนแรงขึ้น หรือมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย
ตรวจหาสาเหตุได้อย่างไร?
- ซักประวัติและตรวจระบบประสาท เพื่อประเมินรูปแบบการปวดและการทำงานของสมอง
- การตรวจภาพ เช่น MRI หรือ CT สมอง เมื่อมีข้อบ่งชี้ เพื่อตรวจหาก้อนหรือความผิดปกติ
- ตรวจหาสาเหตุอื่นที่พบบ่อย เช่น ความดันโลหิต สายตา หรือปัญหาการนอน
- ส่งต่อผู้เชี่ยวชาญ เมื่อสงสัยความผิดปกติทางสมอง เพื่อประเมินและวางแผนเพิ่มเติม
| สัญญาณปวดหัวที่ควรพบแพทย์ ปวดมากตอนเช้า/ปลุกให้ตื่น หรือเป็นมากเมื่อก้มหรือเบ่ง ปวดเปลี่ยนรูปแบบ รุนแรงขึ้น หรือถี่ขึ้นชัดเจน ปวดร่วมกับอาการทางระบบประสาท หรือไม่ตอบสนองต่อยาทั่วไป |
ควรทำอย่างไรเมื่อปวดหัวผิดปกติ?ควรทำอย่างไรเมื่อปวดหัวผิดปกติ?
- บันทึกว่าปวดบ่อยแค่ไหน ช่วงเวลาใด รุนแรงเพียงใด และมีอาการร่วมหรือไม่
- ไม่ซื้อยาแก้ปวดกินต่อเนื่องนาน ๆ เอง เพราะอาจบดบังอาการได้
- พบแพทย์หากปวดเปลี่ยนไปจากเดิม รุนแรงขึ้น หรือมีอาการทางระบบประสาทร่วม
- หากปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลันที่สุดในชีวิต หรือชัก ควรไปพบแพทย์โดยด่วน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ปวดหัวตอนเช้าบ่อย ๆ เป็นเนื้องอกสมองไหม?
A: ส่วนใหญ่ไม่ใช่ ปวดหัวตอนเช้ามักเกิดจากการนอนไม่พอ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ความเครียด หรือสาเหตุอื่นที่พบบ่อยกว่า แต่หากปวดเปลี่ยนรูปแบบ รุนแรงขึ้น หรือมีอาการร่วม ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
Q: ปวดหัวแบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์?
A: ปวดที่เปลี่ยนไปจากเดิมชัดเจน รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ปวดมากตอนเช้าหรือปลุกให้ตื่น ปวดร่วมกับคลื่นไส้อาเจียน ตามัว แขนขาอ่อนแรง พูดลำบาก หรือชัก รวมถึงปวดรุนแรงเฉียบพลันที่สุดในชีวิต
Q: ปวดหัวเรื้อรังต้องตรวจ MRI ทุกคนไหม?
A: หากไม่ทราบสาเหตุควรปรึกษาแพทย์ แพทย์จะพิจารณาจากรูปแบบการปวดและอาการร่วม การตรวจภาพมักทำเมื่อมีข้อบ่งชี้ เช่น อาการที่เปลี่ยนไปหรืออาการทางระบบประสาท ไม่ใช่ปวดหัวทั่วไปทุกกรณีที่ต้องรับการตรจ MRI
Q: ปวดหัวจากความเครียดกับจากเนื้องอกแยกเองได้ไหม?
A: แยกด้วยตัวเองได้ยาก เพราะอาการอาจคล้ายกัน สิ่งที่ทำให้ต้องระวังคือการเปลี่ยนรูปแบบ ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น และอาการทางระบบประสาทร่วม จึงควรให้แพทย์ประเมิน
| สถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน ทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพจาก 3 โรงพยาบาลชั้นนำในเครือ BDMS เทคโนโลยีการวินิจฉัยและรักษาระดับมาตรฐานสากล บริการทั้งผู้ป่วยชาวไทยและผู้ป่วยชาวต่างชาติ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. | ชั้น 3 โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต นัดหมายได้ที่ [email protected] หรือโทร 1719 |
เอกสารอ้างอิง (References)
- Lapointe, S., Perry, A., & Butowski, N. A. (2018). Primary brain tumours in adults. The Lancet, 392(10145), 432–446. https://doi.org/10.1016/S0140-6736(18)30990-5
- Louis, D. N., Perry, A., Wesseling, P., et al. (2021). The 2021 WHO classification of tumors of the central nervous system: a summary. Neuro-Oncology, 23(8), 1231–1251. https://doi.org/10.1093/neuonc/noab106
- Ostrom, Q. T., Cioffi, G., Waite, K., et al. (2022). CBTRUS statistical report: primary brain and other central nervous system tumors diagnosed in the United States in 2015–2019. Neuro-Oncology, 24(Suppl 5), v1–v95. https://doi.org/10.1093/neuonc/noac202
- McNeill, K. A. (2016). Epidemiology of brain tumors. Neurologic Clinics, 34(4), 981–998. https://doi.org/10.1016/j.ncl.2016.06.014
- Stupp, R., Mason, W. P., van den Bent, M. J., et al. (2005). Radiotherapy plus concomitant and adjuvant temozolomide for glioblastoma. New England Journal of Medicine, 352(10), 987–996. https://doi.org/10.1056/NEJMoa043330
- World Health Organization. (2023). Cancer fact sheet. WHO / IARC. https://www.who.int/news-room/fact-sheets
บทความนี้จัดทำโดย สถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต | โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต | BDMS | bangkokhospital.com/phuket
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อการให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถทดแทนคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้









