โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    ตรวจไฝในภูเก็ต: FotoFinder ช่วยติดตามไฝและรอยโรคผิวหนังที่น่าสงสัยได้อย่างไร

    8 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    นพ. สิทธิพร ทับทวี
    นพ. สิทธิพร ทับทวี

    โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต

    อัปเดตเมื่อ: 22 ต.ค. 2569
    Dr. Sittiporn Tabtawee
    นพ. สิทธิพร ทับทวี
    โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
    แพ็กเกจแนะนำ
    แพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรม 3 มิติ พร้อมอัลตราซาวด์
    แพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรม 3 มิติ พร้อมอัลตราซาวด์
    ตรวจไฝในภูเก็ต: FotoFinder ช่วยติดตามไฝและรอยโรคผิวหนังที่น่าสงสัยได้อย่างไร
    โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
    อัปเดตเมื่อ: 22 ต.ค. 2569

    การพบไฝเกิดใหม่ หรือสังเกตว่าไฝเดิมเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง อาจทำให้หลายคนกังวล แม้ว่า ไฝส่วนใหญ่จะไม่ใช่มะเร็ง แต่การเปลี่ยนแปลงบางอย่างควรได้รับการตรวจโดยแพทย์ผิวหนัง โดยเฉพาะไฝที่มีขนาด รูปร่าง หรือสีเปลี่ยนไป รวมถึงรอยโรคที่มีเลือดออกหรือเป็นสะเก็ดซ้ำ ๆ

    การตรวจไฝไม่ได้เป็นเพียงการดูว่าไฝ “ปกติหรือไม่” เท่านั้น แพทย์จะพิจารณาลักษณะของรอยโรค ประวัติของผู้ป่วย ลักษณะของไฝเม็ดอื่น ๆ และอาจใช้ เครื่องขยายตรวจผิวหนัง เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม

    สำหรับผู้ป่วยบางราย ระบบบันทึกภาพอย่าง FotoFinder สามารถช่วยเก็บภาพไฝและรอยโรคไว้เป็นข้อมูลตั้งต้น เพื่อเปรียบเทียบว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปหรือไม่

    อย่างไรก็ตาม FotoFinder ไม่สามารถทดแทนการตรวจโดยแพทย์ และไม่สามารถใช้ยืนยันมะเร็งผิวหนังได้ด้วยตัวเอง หากพบรอยโรคที่น่าสงสัย อาจจำเป็นต้อง ตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่ชัดเจน

    การตรวจไฝคืออะไร?

    การตรวจไฝคือการประเมินไฝหรือรอยโรคที่มีเม็ดสีบนผิวหนังโดยแพทย์

    ผู้ป่วยบางคนมาพบแพทย์เพราะพบ ไฝเพียงเม็ดเดียวที่กำลังเปลี่ยนแปลง ขณะที่บางคนมีไฝจำนวนมากและต้องการตรวจผิวหนังในบริเวณต่าง ๆ

    ระหว่างการตรวจ แพทย์อาจประเมินว่า

    • ไฝเกิดขึ้นใหม่หรือไม่
    • มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมหรือไม่
    • รูปร่างและขอบของไฝเป็นอย่างไร
    • สีภายในรอยโรคสม่ำเสมอหรือไม่
    • ไฝเม็ดนั้นมีลักษณะแตกต่างจากไฝเม็ดอื่นหรือไม่
    • มีเลือดออก เป็นสะเก็ด คัน หรือเจ็บหรือไม่
    • เคยเป็นเมลาโนมาหรือมะเร็งผิวหนังมาก่อนหรือไม่
    • มีประวัติครอบครัวเป็นเมลาโนมาหรือไม่

    จุดประสงค์ของการตรวจ ไม่ใช่การตัดไฝทุกเม็ดออก

    แต่เป็นการแยกว่ารอยโรคใดมีลักษณะไม่อันตราย รอยโรคใดควรติดตาม และรอยโรคใดควรตรวจเพิ่มเติม

    ไฝแบบไหนที่ควรพบแพทย์?

    ควรพบแพทย์หากสังเกตว่าไฝมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน หรือมีลักษณะแตกต่างจากไฝเม็ดอื่น

    หลัก ABCDE สามารถใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นได้

    A — รูปร่างไม่สมมาตร

    เมื่อแบ่งไฝออกเป็นสองด้าน แต่ละด้านมีรูปร่างไม่เหมือนกัน

    B — ขอบผิดปกติ

    ขอบไม่เรียบ ขรุขระ เว้าแหว่ง หรือไม่ชัดเจน

    C — สีผิดปกติ

    มีหลายสีอยู่ภายในรอยโรคเดียวกัน หรือมีการกระจายของสีไม่สม่ำเสมอ

    D — ขนาด

    ไฝที่มีขนาดใหญ่ควรได้รับการประเมินร่วมกับลักษณะอื่น ๆ แต่ไม่ควรใช้ขนาดเพียงอย่างเดียวตัดสินว่าเป็นมะเร็งหรือไม่

    เมลาโนมาสามารถมีขนาดเล็กกว่า 6 มิลลิเมตรได้

    E — มีการเปลี่ยนแปลง

    ไฝมีขนาด รูปร่าง สี ความนูน หรือลักษณะอื่นเปลี่ยนไปจากเดิม

    ในทางปฏิบัติ การเปลี่ยนแปลงของรอยโรคเมื่อเวลาผ่านไป เป็นข้อมูลสำคัญอย่างหนึ่งที่แพทย์ใช้ประกอบการประเมิน

    สังเกตไฝที่แตกต่างจากเม็ดอื่น

    ไม่ใช่เมลาโนมาทุกตำแหน่งจะมีลักษณะตรงตามหลัก ABCDE อย่างชัดเจน

    อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยสังเกตความผิดปกติคือการมองหา ไฝที่มีลักษณะแตกต่างจากไฝเม็ดอื่นบนร่างกายอย่างเห็นได้ชัด

    ตัวอย่างเช่น หากคนหนึ่งมีไฝสีน้ำตาลอ่อนขนาดเล็กหลายเม็ด แต่มีไฝหนึ่งเม็ดที่สีเข้ม รูปร่างไม่สม่ำเสมอ และดูแตกต่างจากไฝทั้งหมด ไฝดังกล่าวควรได้รับการตรวจ แม้ว่าจะมีขนาดไม่ใหญ่มากก็ตาม

    ไม่ใช่มะเร็งผิวหนังทุกชนิดจะมีลักษณะเป็นไฝ

    การตรวจมะเร็งผิวหนังไม่ควรจำกัดอยู่เฉพาะไฝหรือจุดดำ

    ควรพบแพทย์หากพบ

    • แผลที่ไม่หาย
    • รอยโรคที่มีเลือดออกซ้ำ ๆ
    • รอยโรคที่เป็นสะเก็ดเรื้อรัง
    • ก้อนที่เกิดขึ้นใหม่และโตขึ้น
    • รอยผิวหนังหยาบหรือลอกเรื้อรัง
    • รอยแดงหรือรอยสีชมพูที่เปลี่ยนแปลง
    • จุดสีผิดปกติบริเวณฝ่ามือหรือฝ่าเท้า
    • รอยสีใต้เล็บที่เกิดขึ้นใหม่หรือเปลี่ยนแปลง

    เนื่องจาก มะเร็งผิวหนังชนิดเบซัลเซลล์ และ มะเร็งผิวหนังชนิดสความัสเซลล์ อาจมีลักษณะแตกต่างจากเมลาโนมาอย่างมาก

    แพทย์ตรวจไฝอย่างไร?

    ขั้นตอนแรกคือการตรวจรอยโรคด้วยตาและการซักประวัติ

    แพทย์จะพิจารณาลักษณะของรอยโรคร่วมกับอายุ ประวัติของผู้ป่วย ตำแหน่งที่เกิด และลักษณะของไฝเม็ดอื่น ๆ

    หากจำเป็น อาจตรวจเพิ่มเติมด้วย เครื่องขยายตรวจผิวหนัง

    เครื่องขยายตรวจผิวหนังช่วยอะไร?

    เครื่องมือนี้ช่วยให้แพทย์มองเห็นรายละเอียด โครงสร้าง และรูปแบบของเม็ดสีภายในรอยโรคได้ชัดเจนกว่าการมองด้วยตาเปล่า

    การตรวจไม่ต้องตัดผิวหนังและโดยทั่วไปไม่ทำให้เจ็บ

    หลังตรวจ รอยโรคบางชนิดอาจมีลักษณะที่ไม่น่ากังวล บางรอยโรคอาจเหมาะกับการบันทึกภาพเพื่อติดตาม และบางรอยโรคอาจมีลักษณะที่ควรตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจ

    FotoFinder มีบทบาทอย่างไรในการตรวจไฝ?

    FotoFinder เป็นระบบบันทึกภาพที่สามารถใช้เก็บข้อมูลของไฝและรอยโรคผิวหนัง เพื่อช่วยในการเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป

    การตรวจไฝมีคำถามสำคัญอยู่สองข้อ คือ

    “วันนี้ไฝมีลักษณะอย่างไร?”

    และ

    “ไฝเปลี่ยนแปลงไปจากครั้งก่อนหรือไม่?”

    การตรวจโดยแพทย์และเครื่องขยายตรวจผิวหนังช่วยประเมินลักษณะของไฝในวันที่มาตรวจ

    ส่วนการบันทึกภาพอย่างเป็นระบบช่วยให้สามารถนำ ภาพปัจจุบันมาเปรียบเทียบกับภาพเดิม ในอนาคตได้

    FotoFinder ช่วยติดตามการเปลี่ยนแปลงของไฝได้อย่างไร?

    ลองนึกถึงผู้ป่วยที่มีไฝหลายสิบหรือหลายร้อยเม็ด

    แพทย์สามารถตรวจไฝที่น่าสงสัยในวันที่มาตรวจได้ แต่การจดจำขนาด รูปร่าง และสีของไฝทุกเม็ดหลังผ่านไปหลายเดือนหรือหลายปีเป็นเรื่องยาก

    การบันทึกภาพจึงช่วยสร้าง ข้อมูลตั้งต้นสำหรับการเปรียบเทียบในอนาคต

    เมื่อผู้ป่วยกลับมาตรวจครั้งต่อไป แพทย์สามารถเปรียบเทียบภาพเพื่อดูว่า

    มีไฝเกิดใหม่หรือไม่

    อาจพบรอยโรคที่ไม่ปรากฏอยู่ในภาพครั้งก่อน

    ไฝเดิมมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

    ไฝที่เคยบันทึกไว้อาจมีขนาด รูปร่าง หรือสีเปลี่ยนไป

    ไฝยังมีลักษณะใกล้เคียงเดิมหรือไม่

    บางรอยโรคอาจไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดจากภาพเปรียบเทียบ

    ข้อมูลเหล่านี้ต้องนำมาพิจารณาร่วมกับการตรวจของแพทย์ ไม่ควรใช้ภาพเพียงอย่างเดียวในการวินิจฉัย

    ใครบ้างที่อาจเหมาะกับการติดตามไฝด้วย FotoFinder?

    ไม่ใช่ทุกคนที่มาตรวจไฝจำเป็นต้องบันทึกภาพทั้งตัว

    แพทย์อาจพิจารณาวิธีนี้ในผู้ที่มี

    • ไฝจำนวนมาก
    • ไฝผิดปกติหลายตำแหน่ง
    • ไฝจำนวนมากจนติดตามด้วยตนเองได้ยาก
    • ประวัติเคยเป็นเมลาโนมา
    • ประวัติครอบครัวเป็นเมลาโนมา
    • รอยโรคที่แพทย์เห็นว่าสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงได้
    • ปัจจัยอื่นที่ทำให้การมีภาพเปรียบเทียบในระยะยาวเป็นประโยชน์

    ในทางกลับกัน หากผู้ป่วยมี รอยโรคหนึ่งตำแหน่งที่มีลักษณะน่าสงสัยมาก การถ่ายภาพแล้วรอดูอาจไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสม

    แพทย์ต้องประเมินก่อนว่ารอยโรคนั้นปลอดภัยเพียงพอที่จะติดตามหรือควรตัดชิ้นเนื้อ

    การบันทึกภาพไฝต่างจากการตรวจด้วยเครื่องขยายอย่างไร?

    ทั้งสองวิธีมีวัตถุประสงค์แตกต่างกันและสามารถใช้ร่วมกันได้

    เครื่องขยายตรวจผิวหนัง ช่วยให้แพทย์มองเห็นรายละเอียดและรูปแบบภายในรอยโรคที่มองด้วยตาเปล่าได้ยาก

    ส่วน การบันทึกภาพไฝ ช่วยเก็บข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบว่าไฝมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไปหรือไม่

    ในผู้ป่วยบางราย แนวทางจึงอาจเป็น

    ตรวจโดยแพทย์ → ตรวจด้วยเครื่องขยาย → บันทึกภาพ → เปรียบเทียบในการตรวจครั้งต่อไป

    แต่หากพบรอยโรคที่น่าสงสัย แนวทางอาจเปลี่ยนเป็น

    ตรวจโดยแพทย์ → ตรวจด้วยเครื่องขยาย → ตัดชิ้นเนื้อเมื่อมีข้อบ่งชี้ → ตรวจทางพยาธิวิทยา

    FotoFinder บอกได้หรือไม่ว่าไฝเป็นมะเร็ง?

    ไม่สามารถใช้ยืนยันได้ด้วยตัวเอง

    ระบบบันทึกภาพช่วยให้แพทย์เก็บข้อมูลและติดตามการเปลี่ยนแปลงของรอยโรค แต่การวินิจฉัยเมลาโนมาต้องอาศัยการประเมินทางการแพทย์ และหากรอยโรคมีลักษณะน่าสงสัย อาจจำเป็นต้องตัดชิ้นเนื้อเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา

    หลักสำคัญคือ

    ระบบบันทึกภาพช่วยติดตาม → แพทย์เป็นผู้ประเมิน → การตรวจทางพยาธิวิทยาช่วยยืนยันการวินิจฉัยเมื่อจำเป็น

    ไฝที่เปลี่ยนแปลงหมายความว่าเป็นเมลาโนมาหรือไม่?

    ไม่จำเป็น

    ไฝและรอยโรคผิวหนังที่ไม่ใช่มะเร็งสามารถมีการเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน การพบความแตกต่างระหว่างภาพสองช่วงเวลาจึงไม่ได้หมายความว่ารอยโรคนั้นเป็นมะเร็งทันที

    แพทย์ต้องพิจารณาข้อมูลหลายอย่างร่วมกัน เช่น

    • ลักษณะของรอยโรค
    • ลักษณะที่เห็นจากเครื่องขยายตรวจผิวหนัง
    • รูปแบบและความเร็วของการเปลี่ยนแปลง
    • อายุของผู้ป่วย
    • ตำแหน่งที่เกิด
    • ลักษณะของไฝเม็ดอื่น
    • ประวัติมะเร็งผิวหนัง
    • ประวัติครอบครัว

    ดังนั้นการบันทึกภาพเป็น ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับประกอบการตัดสินใจของแพทย์ ไม่ใช่สิ่งที่ใช้ทดแทนการตรวจ

    เมื่อไรจำเป็นต้องตัดชิ้นเนื้อ?

    แพทย์อาจแนะนำให้ตัดชิ้นเนื้อเมื่อไม่สามารถวินิจฉัยรอยโรคได้อย่างมั่นใจจากการตรวจ หรือพบลักษณะที่ทำให้สงสัยมะเร็งผิวหนัง

    ชิ้นเนื้อที่ได้จะถูกส่งไปตรวจทางพยาธิวิทยาด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อช่วยระบุว่ารอยโรคนั้นเป็นไฝธรรมดา เมลาโนมา มะเร็งผิวหนังชนิดอื่น หรือโรคผิวหนังชนิดอื่น

    สิ่งสำคัญคือ การที่แพทย์แนะนำให้ตัดชิ้นเนื้อไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยเป็นมะเร็งแน่นอน

    แต่หมายความว่าจำเป็นต้องตรวจเนื้อเยื่อเพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่ชัดเจน

    ควรติดตามหรือตัดชิ้นเนื้อ แพทย์พิจารณาอย่างไร?

    หลังตรวจ รอยโรคอาจแบ่งแนวทางได้เป็น

    มีลักษณะไม่อันตราย
    → อาจไม่จำเป็นต้องรักษา

    เหมาะกับการติดตาม
    → อาจนัดตรวจซ้ำหรือบันทึกภาพไว้เปรียบเทียบ

    มีลักษณะไม่แน่ชัดหรือน่าสงสัย
    → อาจแนะนำให้ตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจ

    ตรวจพบมะเร็งผิวหนัง
    → วางแผนการรักษาตามชนิด ตำแหน่ง ขนาด และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง

    สิ่งสำคัญคือ ไม่ใช่ทุกไฝต้องตัด และไม่ใช่ทุกไฝที่น่าสงสัยควรถูกติดตามด้วยภาพเพียงอย่างเดียว

    ทำไมไม่ควรใช้เลเซอร์กำจัดไฝที่ยังวินิจฉัยไม่ชัดเจน?

    หากไฝหรือจุดสีมีลักษณะผิดปกติ ควรได้รับการวินิจฉัยก่อนเลือกวิธีรักษา

    การใช้เลเซอร์หรือวิธีทำลายรอยโรคอาจทำให้เนื้อเยื่อถูกทำลาย จนไม่เหลือชิ้นเนื้อที่เหมาะสมสำหรับส่งตรวจทางพยาธิวิทยา

    ดังนั้นสำหรับรอยโรคที่น่าสงสัย หลักสำคัญคือ

    วินิจฉัยก่อน แล้วจึงเลือกวิธีรักษา

    จำเป็นต้องตรวจไฝทั่วร่างกายหรือไม่?

    ไม่ใช่ทุกคนจำเป็นต้องตรวจทั่วร่างกาย

    หากมีไฝเกิดใหม่เพียงตำแหน่งเดียว แพทย์อาจเริ่มจากการตรวจรอยโรคที่ผู้ป่วยกังวลก่อน

    อย่างไรก็ตาม ในผู้ที่มีไฝจำนวนมาก มีประวัติมะเร็งผิวหนัง หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่น แพทย์อาจพิจารณาตรวจผิวหนังบริเวณอื่นเพิ่มเติม

    บริเวณที่ตรวจด้วยตัวเองได้ยาก ได้แก่ หนังศีรษะ ใบหู หลัง ด้านหลังขา ฝ่าเท้า ซอกนิ้วเท้า และเล็บ

    เมลาโนมาสามารถเกิดในบริเวณที่ไม่ได้สัมผัสแสงแดดมากได้เช่นกัน

    ควรตรวจติดตามไฝบ่อยแค่ไหน?

    ไม่มีระยะเวลาตายตัวที่เหมาะสมกับทุกคน

    แพทย์จะพิจารณาจากจำนวนและลักษณะของไฝ ประวัติเมลาโนมา ประวัติมะเร็งผิวหนัง ประวัติครอบครัว และสิ่งที่พบจากการตรวจครั้งปัจจุบัน

    บางคนอาจเพียงสังเกตผิวหนังด้วยตนเองและกลับมาตรวจเมื่อพบความเปลี่ยนแปลง

    ในขณะที่ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีรอยโรคที่ต้องติดตาม อาจได้รับการนัดตรวจและเปรียบเทียบภาพเป็นระยะตามความเหมาะสม

    ระหว่างการนัดตรวจควรสังเกตอะไร?

    ควรทำความคุ้นเคยกับลักษณะปกติของผิวหนังและไฝของตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องพยายามวินิจฉัยโรคด้วยตัวเอง

    ให้สังเกต

    • ไฝที่เกิดขึ้นใหม่
    • ไฝที่กำลังเปลี่ยนแปลง
    • ไฝที่ดูแตกต่างจากเม็ดอื่น
    • แผลที่ไม่หาย
    • รอยโรคที่มีเลือดออกหรือเป็นสะเก็ดซ้ำ
    • ก้อนหรือรอยโรคที่โตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    หากพบการเปลี่ยนแปลงที่น่ากังวล ไม่ควรรอจนถึงวันนัดบันทึกภาพครั้งถัดไป

    ควรพบแพทย์เพื่อประเมินก่อน

    การตรวจไฝสำหรับชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวในภูเก็ต

    ผู้ป่วยที่อาศัยอยู่หลายประเทศอาจเคยได้รับการตรวจไฝจากแพทย์หลายแห่ง

    หากมีข้อมูลเดิม ควรนำมาด้วย เช่น

    • ภาพถ่ายไฝครั้งก่อน
    • ภาพบันทึกผิวหนังเดิม
    • ผลตรวจทางพยาธิวิทยา
    • ผลการตัดชิ้นเนื้อ
    • ประวัติการรักษาเมลาโนมาหรือมะเร็งผิวหนัง
    • ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติครอบครัว

    สำหรับนักท่องเที่ยว ควรแจ้งแพทย์ถึง วันที่จะเดินทางออกจากประเทศไทย

    หากจำเป็นต้องตัดชิ้นเนื้อ อาจต้องวางแผนเรื่องการดูแลแผล การทราบผลตรวจ การตัดไหม และการรักษาต่อเนื่อง

    เมื่อไรควรพบแพทย์โดยไม่ควรรอ?

    ควรเข้ารับการตรวจหากพบ

    • ไฝเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
    • สีหรือรูปร่างเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
    • จุดสีเกิดใหม่ที่มีรูปร่างผิดปกติ
    • รอยโรคที่มีเลือดออกเองซ้ำ ๆ
    • แผลเรื้อรังหรือแผลที่ไม่หาย
    • ไฝที่แตกต่างจากไฝเม็ดอื่นอย่างชัดเจน
    • รอยโรคผิดปกติบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือใต้เล็บ

    ภาพถ่ายสามารถช่วยบันทึกการเปลี่ยนแปลงได้ แต่ รอยโรคที่น่าสงสัยควรได้รับการตรวจโดยแพทย์ ไม่ควรถ่ายภาพแล้วรอดูด้วยตนเองเพียงอย่างเดียว

    คำถามที่พบบ่อย

    FotoFinder ดีกว่าการตรวจไฝโดยแพทย์หรือไม่?

    ไม่ใช่วิธีที่ใช้ทดแทนกัน การตรวจโดยแพทย์ใช้ประเมินรอยโรคในปัจจุบัน ส่วนการบันทึกภาพช่วยเก็บข้อมูลสำหรับเปรียบเทียบในอนาคต ผู้ป่วยบางรายอาจได้ประโยชน์จากการใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน

    FotoFinder สามารถวินิจฉัยเมลาโนมาได้หรือไม่?

    ไม่สามารถยืนยันการวินิจฉัยได้ด้วยตัวเอง หากสงสัยเมลาโนมาอาจจำเป็นต้องตัดชิ้นเนื้อและตรวจทางพยาธิวิทยา

    ถ้ามีไฝเพียงเม็ดเดียวจำเป็นต้องใช้ FotoFinder หรือไม่?

    ไม่จำเป็นเสมอไป แพทย์อาจตรวจรอยโรคและใช้เครื่องขยายตรวจผิวหนังก็เพียงพอ การบันทึกภาพเหมาะกับผู้ป่วยบางกลุ่มเท่านั้น

    หากมีไฝจำนวนมาก การบันทึกภาพมีประโยชน์หรือไม่?

    อาจมีประโยชน์ เพราะช่วยสร้างข้อมูลตั้งต้นสำหรับเปรียบเทียบว่าในอนาคตมีไฝเกิดใหม่หรือไฝเดิมเปลี่ยนแปลงหรือไม่

    หากพบว่าไฝเปลี่ยนไปต้องตัดออกทุกครั้งหรือไม่?

    ไม่จำเป็น การเปลี่ยนแปลงไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งเสมอไป แพทย์จะพิจารณาลักษณะของการเปลี่ยนแปลงร่วมกับผลการตรวจอื่น

    ไฝขนาดเล็กเป็นเมลาโนมาได้หรือไม่?

    ได้ เมลาโนมาสามารถมีขนาดเล็กกว่า 6 มิลลิเมตรได้ จึงไม่ควรใช้ขนาดเพียงอย่างเดียวในการตัดสิน

    นักท่องเที่ยวสามารถตรวจไฝระหว่างอยู่ภูเก็ตได้หรือไม่?

    ได้ หากพบรอยโรคใหม่หรือรอยโรคที่น่าสงสัยสามารถเข้ารับการประเมินได้ หากจำเป็นต้องตรวจหรือรักษาต่อ ควรแจ้งกำหนดการเดินทางแก่แพทย์เพื่อวางแผนการติดตาม

    หากไฝเปลี่ยนแปลง ควรรอถึงวันนัดติดตามครั้งต่อไปหรือไม่?

    ไม่ควร หากพบการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนหรือมีอาการผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจโดยแพทย์ก่อนวันนัดเดิม

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. สิทธิพร ทับทวี

    ตจวิทยา

    นพ. สิทธิพร ทับทวี

    ตจวิทยา

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์ผิวหนังและความงาม

    ชั้น 2

    เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 – 15.00 น.

    076 254 425 ต่อ 8519

    [email protected]

    @phukethospital

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรม 3 มิติ พร้อมอัลตราซาวด์แพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรม 3 มิติ พร้อมอัลตราซาวด์
    แพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรม 3 มิติ พร้อมอัลตราซาวด์

    4,900 บาท

    รายละเอียด
    ส่วนเกินค่าห้อง 0 บาท สำหรับลูกค้าประกันส่วนเกินค่าห้อง 0 บาท สำหรับลูกค้าประกัน
    ส่วนเกินค่าห้อง 0 บาท สำหรับลูกค้าประกัน
    รายละเอียด
    สิทธิพิเศษฉลองเปิดคลินิกกรุงเทพภูเก็ต สาขาศรีสุนทรสิทธิพิเศษฉลองเปิดคลินิกกรุงเทพภูเก็ต สาขาศรีสุนทร
    สิทธิพิเศษฉลองเปิดคลินิกกรุงเทพภูเก็ต สาขาศรีสุนทร

    350 - 1,499 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    การบันทึกและติดตามไฝด้วยภาพดิจิทัล: เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของไฝในระยะยาว Image
    การบันทึกและติดตามไฝด้วยภาพดิจิทัล: เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของไฝในระยะยาว
    หาสาเหตุของผื่นแพ้เรื้อรัง โดยการทดสอบภูมิแพ้ผิวหนัง แบบแผ่นแปะ (Patch Test) Image
    หาสาเหตุของผื่นแพ้เรื้อรัง โดยการทดสอบภูมิแพ้ผิวหนัง แบบแผ่นแปะ (Patch Test)
    Thermage FLX ทางเลือกใหม่ในการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด Image
    Thermage FLX ทางเลือกใหม่ในการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ