โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    ผู้หญิงวัยทอง หรือ วัยหมดประจำเดือน (Menopause)

    4 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
    อัปเดตเมื่อ: 19 มี.ค. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    ชุดตรวจสุขภาพ สตรีวัยทองสุขสมดุลพรีเมี่ยม
    Package Image
    ชุดตรวจสุขภาพ สตรีวัยทองสุขสมดุล
    Package Image
    แพ็กเกจคลอดเหมาจ่ายสบายใจ Kiss my Baby
    ผู้หญิงวัยทอง หรือ วัยหมดประจำเดือน (Menopause)
    โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
    อัปเดตเมื่อ: 19 มี.ค. 2569

    “วัยทอง” หมายถึง วัยของผู้หญิงและผู้ชายที่มีอายุในช่วง 40-59 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างวัยเจริญพันธุ์และวัยผู้สูงอายุ เป็นวัยที่ความสามารถในการผลิตฮอร์โมนเพศลดน้อยลงจนเกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และมีโอกาสเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพได้ง่าย เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคกระดูกพรุน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ เป็นต้น

    “สตรีวัยทอง” หรือสตรีวัยหมดประจำเดือน หรือวัยหมดระดู หมายถึง สตรีในวัย 40 – 59 ปี ที่มีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงเนื่องจากรังไข่หยุดทำงาน ซึ่งทำให้สิ้นสุดการมีประจำเดือนอย่างถาวรร่วมด้วยกับการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาตามมา แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ

    1. ระยะก่อนหมดประจำเดือน (perimenopause)
      เป็นระยะเริ่มของการหมดประจำเดือนทำให้สตรีมีประจำเดือนมาผิดปกติ ร่วมกับมีอาการทางร่างกาย เช่น ร้อนวูบวาบ มึนศีรษะ อ่อนเพลีย อารมณ์จะแปรปรวน ซึ่งระยะนี้จะเกิดประมาณ 2-3 ปี
    2. ระยะหมดประจำเดือน (menopause)
      เป็นระยะที่เริ่มตั้งแต่การหมดประจำเดือนมาแล้วเป็นเวลา 1 ปี
    3. ระยะหลังหมดประจำเดือน (postmenopause)
      เป็นระยะที่เริ่มตั้งแต่หลังหมดประจำเดือนมาแล้ว 1 ปี ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ ช่องคลอดตีบแคบ กระดูกพรุน และเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคต่างๆได้ง่าย

    อาการผู้หญิงวัยทอง

    อาการระยะสั้น

    • ประจำเดือนมาไม่ปกติ มาติดกันหรือห่างจากกันมาก บางรายอาจมีเลือดออกผิดปกติ
    • อาการร้อนวูบวาบ จากการแปรปรวนของระดับฮอร์โมนทำให้ร่างกายควบคุมอุณหภูมิผิดปกติ โดยจะมีอาการมากในช่วง 2-3 ปี แรก หลังหมดประจำเดือน และจะค่อยๆ ลดลงใน 1-2 ปี
    • นอนไม่หลับ อันเป็นผลของอาการร้อนวูบวาบ
    • ด้านจิตใจ มักพบเกิดอาการซึมเศร้า อารมณ์หงุดหงิด มีความวิตกกังวลง่าย
    • ช่องคลอดแห้ง จากระดับเอสโตรเจนที่ลดลง ทำให้มีความไม่สบายขณะมีเพศสัมพันธ์ มีอาการคัน อาการการอักเสบของช่องคลอด มดลูก และช่องคลอดหย่อน ความต้องการทางเพศลดลง
    • โอกาสมีลูกน้อยลง จากการตกไข่ที่ไม่แน่นอน และไม่สามารถมีลูกได้อย่างถาวร หลังประจำเดือนไม่มาเต็ม 1 ปี
    • ผิวหนังเหี่ยวแห้ง ขาดความยืดหยุ่น เป็นแผล และกระได้ง่าย
    • เต้านมเล็กลง หย่อน ไม่เต่งตึง

    อาการระยะยาว

    • ระบบหัวใจและหลอดเลือด
      หลังหมดประจำเดือน ร่างกายจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันมากขึ้น เนื่องจากจากการขาดเอสโตรเจน เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนทำหน้าที่สำคัญในการลดไขมันไม่ดี LDL
    • กระดูกพรุน
      การขาดเอสโตรเจนของวัยหมดประจำเดือนจะทำให้มีการทำลายเนื้อกระดูกมากขึ้นถึงร้อยละ 5 ต่อปี จนเกิดเป็นโรคกระดูกพรุนตามมา โดยเฉพาะบริเวณกระดูกสันหลัง กระดูกข้อมือ และกระดูกสะโพก เป็นต้น
    • ปัญหาของทางเดินปัสสาวะ
      ผลจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง ทำให้เยื่อบุผนังท่อปัสสาวะบางลง และกระเพาะปัสสาวะหย่อนยาน ทำให้มีอาการแสบร้อนขณะปัสสาวะ และมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
    • น้ำหนักขึ้นและเริ่มอ้วน
      ผลของการลดระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนทำให้มีผลต่อระบบการเผาผลาญอาหาร ทำให้มีการสะสมไขมันบริเวณหน้าท้องมากขึ้น

    การรักษา

    1. อาการร้อนวูบวาบ

    • สังเกตและจดจำสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบและหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น
    • หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่หรือการสัมผัสกับอากาศที่ร้อนมาก
    • หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารร้อน เครื่องดื่มที่มีสารกระตุ้นให้เส้นเลือดขยายตัว เช่น คาเฟอีน และแอลกอฮอล์
    • รับประทานอาหารที่มีวิตามินอี และบี คอมเพล็กซ์ รวมถึงอาหารเสริมของสารเหล่านี้
    • งดสูบบุหรี่
    • ผ่อนคลายจิตใจ และหลีกเลี่ยงความเครียด เพราะความเครียดมีผลทำให้อุณหภูมิของร่างกายเพิ่มขึ้น

    2. ช่องคลอดแห้งและปัสสาวะบ่อย

    • ใช้สารหล่อลื่น เช่น K-Y Jelly เป็นต้น
    • ใช้ครีมเอสโตรเจนทาเพื่อกระตุ้นให้เลือดมาหล่อเลี้ยงช่องคลอดมากขึ้น
    • ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติขณะมีเพศสัมพันธ์ เพื่อช่วยกระตุ้นสภาวะการไหลเวียนเลือดที่ดีในช่องคลอด และทำให้ช่องคลอดยืดหยุ่นมากขึ้น

    3. อาการนอนไม่หลับ และอารมณ์แปรปรวน

    • ใช้ยาลดอาการซึมเศร้า เช่น ยาในกลุ่ม SSRI รวมถึงทำกิจกรรมนันทนาการเพื่อผ่อนคลายความเครียด และทำให้จิตใจแจ่มใส

    4. กระดูกพรุน

    • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหรือการทำงานหนัก
    • รับประทานอาหารที่มีแคลเซียม และวิตามินดีสูง
    • การใช้ฮอร์โมนเสริม แต่อาจเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งมากขึ้น

    5. ผมร่วง

    • รับประทานฮอร์โมนเอสโตรเจน เพื่อยับยั้งการสร้างไดไฮโดรเทสโทสเตอโรนที่เป็นสาเหตุทำให้รากผมอ่อนแอ
    • สระผมอย่างสม่ำเสมอเพื่อกำจัด และป้องกันเชื้อแบคทีเรียที่อาจเป็นสาเหตุการทำลายรากผม และหนังศีรษะ รวมถึงใช้ยาสระผมที่มีสารกระตุ้นการงอกใหม่หรือสารที่ช่วยบำรุงเส้นผม

    ฮอร์โมนทดแทนในวัยทอง

    ผู้หญิงในช่วงวัยทองจะมีการลดลงของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนมาก ทำให้เกิดอาการต่างๆตามมา ปัจจุบันผู้หญิงบางกลุ่มจึงหันมาใช้ฮอร์โมนทดแทนเพื่อลดปัญหาจาการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย และทางด้านอารมณ์ดังกล่าว รวมถึงช่วยป้องกันโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ อาทิ โรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน โรคมะเร็ง เป็นต้น

    ฮอร์โมนทดแทนที่มีการใช้ในวัยทอง คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ที่ร่างกายขาดไปนั่นเอง นอกจากนั้น ยังใช้สารอื่นที่ออกฤทธิ์คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือ โปรเจสเตอโรน

    รูปแบบการใช้ฮอร์โมน

    • โดยการกินยา ทำให้ระดับไขมันที่ดีสูงขึ้น แต่จะทำให้ฮอร์โมนในเลือดไม่คงที่จากตับถูกทำลาย
    • โดยการฉีด ยาจะไม่ผ่านตับ และระดับไขมันที่ดีจะไม่เพิ่มเหมือนชนิดกิน
    • การใช้แผ่นปิด (estrogen-filled patch)โดยใช้ปิดที่แขนหรือก้น สามารถใช้ได้หลายวัน
    • การฝังฮอร์โมน วิธีนี้จะทำให้ฮอร์โมนในเลือดสูงเกินมากกว่าปกติ 2-3 เท่า
    • ครีมฮอร์โมนทาที่ผิวหนัง
    • ครีมฮอร์โมนทาที่ช่องคลอด ซึ่งจะเหมาะกับผู้ที่มีอาการช่องคลอดแห้ง

    ประโยชน์ฮอร์โมนทดแทน

    • ป้องกันโรคกระดูกพรุน
    • ป้องกันโรคหัวใจ
    • ลดอาการวัยทอง
    • ลดอาการร้อนวูบวาบ
    • ลดอาการช่องคลอดแห้ง และคัน ทำให้ช่องคลอดเต่งตึง ไม่แห้ง
    • ลดอาการปัสสาวะเล็ด
    • ใช้รักษาอาการร้อนวูบวาบ
    • ใช้ลดอารมณ์แปรปรวน และนอนไม่หลับ
    • ใช้ป้องกันโรคหัวใจ โรคสมองเสื่อม มะเร็งลำไส้ และลดโรคแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

    ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง

    • ผู้ที่มีประวัติมะเร็งเต้านม และมะเร็งมดลูก
    • ผู้ที่เป็นโรคตับ
    • ผู้ที่เกิดลิ่มเลือดที่เท้า
    • ผู้ที่มีประจำเดือนผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ

    อาการข้างเคียง

    • คัดเต้านม
    • ท้องอืด ท้องบวมจากภาวะตับถูกทำลาย
    • มีประจำเดือน

    ผลเสียการใช้ฮอร์โมน

    • เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งมดลูก มะเร็งเต้านม โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ในปริมาณที่สูง และใช้ติดต่อกันนาน 10-15 ปี ซึ่งการใช้ฮอร์โมนทดแทนไม่ควรใช้ติดต่อนานเกิน 5 ปี
    • มีโอกาสเกิดนิ่วในถุงน้ำดี โดยเฉพาะการใช้แบบรับประทาน หากต้องการป้องกันโรคดังกล่าวควรใช้แบบชนิดปิดหรือชนิดทา

    ข้อแนะนำการใช้

    • สำหรับฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดทา ให้ทาวันละ 1 กรัม/ครั้ง
    • ใช้ทาบริเวณหน้าขา หรือแขน และสามารถทาโลชั่นอื่นได้ตามปกติ
    • หลีกเลี่ยงการทาบริเวณหน้าอก หน้าท้อง และอวัยวะเพศ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวใกล้อวัยวะภายใน ตัวยาอาจซึมเข้าสู่อวัยวะภายในผ่านต่อมน้ำนมได้

     

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ชั้น 1

    เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 - 17.00 น.

    076 254 425 ต่อ 1021

    [email protected]

    @phukethospital

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ชุดตรวจสุขภาพ สตรีวัยทองสุขสมดุลพรีเมี่ยมชุดตรวจสุขภาพ สตรีวัยทองสุขสมดุลพรีเมี่ยม
    ชุดตรวจสุขภาพ สตรีวัยทองสุขสมดุลพรีเมี่ยม

    12,000 บาท

    26,980 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพ สตรีวัยทองสุขสมดุลชุดตรวจสุขภาพ สตรีวัยทองสุขสมดุล
    ชุดตรวจสุขภาพ สตรีวัยทองสุขสมดุล

    6,500 บาท

    13,714 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจคลอดเหมาจ่ายสบายใจ Kiss my Babyแพ็กเกจคลอดเหมาจ่ายสบายใจ Kiss my Baby
    แพ็กเกจคลอดเหมาจ่ายสบายใจ Kiss my Baby

    67,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    คลินิกนมแม่ Image
    คลินิกนมแม่
    เทคนิคการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ Image
    เทคนิคการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
    Doctor On Air | ตอน คุณแม่ตั้งครรภ์ ต้องตั้งการ์ดอย่างไร ในยุคโควิด-19 โดย นพ.อรรถพล จิตต์วิวัฒน์ Image
    Doctor On Air | ตอน คุณแม่ตั้งครรภ์ ต้องตั้งการ์ดอย่างไร ในยุคโควิด-19 โดย นพ.อรรถพล จิตต์วิวัฒน์
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ