เมลาโนมาเป็นมะเร็งผิวหนังชนิดที่รุนแรงที่สุด และที่ทำให้อันตรายคือมันมักดูคล้ายไฝธรรมดา จึงถูกมองข้ามได้ง่าย แต่ข่าวดีคือ หากตรวจพบในระยะแรก เมลาโนมามีโอกาสรักษาหายสูงมาก การรู้ว่าไฝแบบไหนที่ควรสงสัยจึงเป็นความรู้ที่ช่วยชีวิตได้จริง
มะเร็งเมลาโนมาคืออะไร?
เมลาโนมา (Melanoma) คือมะเร็งผิวหนังที่เกิดจาก เซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) เจริญผิดปกติ พบน้อยกว่ามะเร็งเซลล์ฐานและเซลล์สความัส แต่รุนแรงกว่าและมีโอกาสแพร่กระจายไปอวัยวะอื่นหากตรวจพบช้า มักสัมพันธ์กับการได้รับแสงแดดหรือ UV โดยเฉพาะการผิวไหม้แดดรุนแรง
ทำไมเมลาโนมาจึงดูคล้ายไฝ?
เพราะเกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีเช่นเดียวกับไฝ เมลาโนมาจึงมักมีสีคล้ำและ ดูคล้ายไฝหรือปานในระยะแรก อาจเกิดบนไฝเดิมที่เปลี่ยนแปลง หรือเป็นรอยใหม่ที่ดูคล้ายไฝ จุดที่ทำให้ต่างจากไฝปกติคือการเปลี่ยนแปลงและลักษณะที่ผิดปกติ ซึ่งสังเกตได้ด้วยหลัก ABCDE
| สำคัญ: จำหลัก ABCDE ของเมลาโนมา A (Asymmetry) รูปร่างไม่สมมาตร, B (Border) ขอบไม่เรียบหรือหยัก, C (Color) สีไม่สม่ำเสมอหรือหลายสีในจุดเดียว, D (Diameter) ขนาดใหญ่ขึ้นหรือกว้างกว่าปกติ, E (Evolving) เปลี่ยนแปลงรูปร่าง สี ขนาด หรือมีอาการคัน/เลือดออก หากไฝเข้าข่ายควรพบแพทย์ผิวหนังโดยเร็ว |
ลักษณะที่ควรสงสัยเมลาโนมา
- ไฝที่เปลี่ยนรูปร่าง ขนาด หรือสี โดยเฉพาะในเวลาไม่นาน
- ไฝที่มีหลายสีในจุดเดียว หรือสีเข้มผิดปกติ
- ไฝที่ขอบไม่เรียบ หยัก หรือไม่สมมาตร
- รอยโรคที่คัน เจ็บ มีเลือดออก หรือเป็นแผลไม่หาย
- ไฝที่ดู “แปลกแยก” จากไฝอื่นบนตัวอย่างชัดเจน
อย่าลืมจุดที่มักถูกมองข้าม เช่น ฝ่าเท้า ง่ามนิ้ว ใต้เล็บ และหนังศีรษะ ซึ่งเมลาโนมาบางชนิดพบได้
ไฝที่เปลี่ยนแปลง = เมลาโนมาเสมอไปไหม?
ไม่ใช่ คนส่วนใหญ่มีไฝหลายจุดและไฝสามารถ เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตามวัยได้โดยไม่เป็นอันตราย การมีไฝหรือไฝที่เปลี่ยนไปบ้างจึงไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง สิ่งที่ทำให้ต้องระวังคือการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติตามหลัก ABCDE หรือไฝที่ดูต่างจากที่อื่นชัดเจน จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจแยก ไม่ควรวินิจฉัยเอง
การวินิจฉัย
แพทย์จะตรวจรอยโรค ใช้กล้องตรวจผิวหนัง (Dermoscopy) และเมื่อสงสัยจะตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันและประเมินความลึกและระยะ ซึ่งสำคัญมากต่อการวางแผนการรักษาและการพยากรณ์โรค
แนวทางการรักษา
- การผ่าตัด เป็นการรักษาหลัก โดยเฉพาะในระยะแรกซึ่งมักได้ผลดีมาก
- การประเมินต่อมน้ำเหลือง ในบางรายเพื่อดูการแพร่กระจาย
- ภูมิคุ้มกันบำบัดและยาพุ่งเป้า มีบทบาทสำคัญในระยะลุกลามและเปลี่ยนผลการรักษาไปมาก
- การฉายรังสีและการดูแลประคับประคอง ตามข้อบ่งชี้
| สรุปสาระสำคัญเรื่องเมลาโนมา มะเร็งผิวหนังที่รุนแรงที่สุด มีลักษณะคล้ายไฝ ทำให้มองข้ามได้ง่าย สังเกต ABCDE + ไฝที่เปลี่ยนไป แปลกแยกจากไฝอื่น หากพบเร็วโอกาสหายสูงมาก หากสงสัยควรพบแพทย์โดยเร็ว |
หากพบเร็ว โอกาสรักษาหายสูงมาก
แม้เมลาโนมาจะเป็นมะเร็งผิวหนังที่รุนแรงที่สุด แต่ เมื่อตรวจพบในระยะแรก โอกาสรักษาหายสูงมาก และการรักษาในระยะลุกลามก็ก้าวหน้าขึ้นมากด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดและยาพุ่งเป้า สิ่งที่ทุกคนทำได้คือป้องกันแดด สังเกตไฝและผิวหนังตัวเองสม่ำเสมอ และไม่ลังเลที่จะพบแพทย์เมื่อสงสัย เพราะการพบเร็วเปลี่ยนผลลัพธ์ได้จริง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: เมลาโนมาต่างจากไฝธรรมดาอย่างไร?
A: เมลาโนมาเกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีเช่นเดียวกับไฝ จึงดูคล้ายไฝ แต่ต่างที่การเปลี่ยนแปลงและลักษณะผิดปกติตามหลัก ABCDE เช่น รูปร่างไม่สมมาตร ขอบไม่เรียบ สีไม่สม่ำเสมอ ขนาดใหญ่ขึ้น หรือเปลี่ยนไป
Q: ไฝเปลี่ยนแปลงต้องกังวลทุกครั้งไหม?
A: ไม่จำเป็น ไฝเปลี่ยนเล็กน้อยตามวัยได้โดยไม่อันตราย แต่หากเปลี่ยนแปลงตามหลัก ABCDE มีเลือดออก คัน หรือดูแปลกแยกจากไฝอื่น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจ
Q: เมลาโนมาเกิดเฉพาะที่โดนแดดไหม?
A: ส่วนใหญ่สัมพันธ์กับแสงแดด แต่เมลาโนมาบางชนิดเกิดในจุดที่ไม่ค่อยโดนแดด เช่น ฝ่าเท้า ใต้เล็บ หรือง่ามนิ้ว จึงควรสังเกตทั่วร่างกายไม่เฉพาะบริเวณที่โดนแดด
Q: เมลาโนมารักษาหายได้ไหม?
A: เมื่อตรวจพบในระยะแรกมีโอกาสรักษาหายสูงมาก โดยการผ่าตัดเป็นการรักษาหลัก ส่วนระยะลุกลามมีการรักษาที่ก้าวหน้าขึ้นมากด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดและยาพุ่งเป้า การพบเร็วจึงสำคัญที่สุด
| สถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน ทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพจาก 3 โรงพยาบาลชั้นนำในเครือ BDMS เทคโนโลยีการวินิจฉัยและรักษาระดับมาตรฐานสากล บริการทั้งผู้ป่วยชาวไทยและผู้ป่วยชาวต่างชาติ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. | ชั้น 3 โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต นัดหมายได้ที่ [email protected] หรือโทร 1719 |
เอกสารอ้างอิง (References)
- Schadendorf, D., van Akkooi, A. C. J., Berking, C., et al. (2018). Melanoma. The Lancet, 392(10151), 971–984. https://doi.org/10.1016/S0140-6736(18)31559-9
- Garbe, C., Amaral, T., Peris, K., et al. (2022). European consensus-based interdisciplinary guideline for melanoma. European Journal of Cancer, 170, 236–255. https://doi.org/10.1016/j.ejca.2022.03.008
- Apalla, Z., Lallas, A., Sotiriou, E., et al. (2017). Epidemiological trends in skin cancer. Dermatology Practical & Conceptual, 7(2), 1–6. https://doi.org/10.5826/dpc.0702a01
- Nehal, K. S., & Bichakjian, C. K. (2018). Update on keratinocyte carcinomas. New England Journal of Medicine, 379(4), 363–374. https://doi.org/10.1056/NEJMra1708701
- Que, S. K. T., Zwald, F. O., & Schmults, C. D. (2018). Cutaneous squamous cell carcinoma. Journal of the American Academy of Dermatology, 78(2), 237–247. https://doi.org/10.1016/j.jaad.2017.08.059
- World Health Organization. (2023). Cancer fact sheet. WHO / IARC. https://www.who.int/news-room/fact-sheets
บทความนี้จัดทำโดย สถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต | โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต | BDMS | bangkokhospital.com/phuket
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อการให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถทดแทนคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้









