การผ่าตัดหลายประเภทจำเป็นต้องใช้ ยาสลบ (General Anesthesia) เพื่อทำให้ผู้ป่วยหมดสติและไม่รู้สึกเจ็บปวดระหว่างการผ่าตัด โดยอยู่ภายใต้การดูแลของ วิสัญญีแพทย์ (Anesthesiologist) และทีมวิสัญญีพยาบาลอย่างใกล้ชิด
แม้ว่าการวางยาสลบในปัจจุบันจะมีความปลอดภัยสูง แต่ในผู้ป่วยบางรายอาจมีความเสี่ยงทางพันธุกรรมที่ทำให้ร่างกายตอบสนองต่อยาสลบบางชนิดอย่างรุนแรง ภาวะนี้เรียกว่า Malignant Hyperthermia (MH) หรือที่หลายคนเข้าใจในชื่อ ภาวะแพ้ยาสลบ (1)
ข่าวดีคือ ปัจจุบันเราสามารถ ตรวจยีนล่วงหน้า เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนการผ่าตัด ช่วยให้ทีมแพทย์วางแผนได้อย่างปลอดภัยและเฉพาะบุคคล
ภาวะแพ้ยาสลบ Malignant Hyperthermia คืออะไร
Malignant Hyperthermia (MH) เป็นภาวะที่ร่างกายเกิดปฏิกิริยารุนแรงต่อยาสลบบางชนิด โดยเฉพาะยาสลบชนิดสูดดมและยาคลายกล้ามเนื้อ Succinylcholine ซึ่งกระตุ้นให้กล้ามเนื้อปล่อยแคลเซียมออกมาอย่างควบคุมไม่ได้(1,2) ส่งผลให้เกิดการเผาผลาญพลังงานอย่างรวดเร็วและอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
อาการสำคัญที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการผ่าตัด ได้แก่
-
ไข้สูงเฉียบพลัน อุณหภูมิอาจสูงถึง 40–43°C
-
ชีพจรเต้นเร็วและหายใจเร็ว
-
กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง
-
กล้ามเนื้อสลาย เลือดเป็นกรด และโพแทสเซียมในเลือดสูง
-
หัวใจเต้นผิดจังหวะ
ยาสลบที่สามารถกระตุ้น MH ได้ ตามแนวทาง CPIC/PharmGKB (2) ได้แก่ Sevoflurane, Desflurane, Isoflurane, Halothane (ยาสลบชนิดสูดดมทุกชนิด) และยาคลายกล้ามเนื้อ Succinylcholine ส่วนยาสลบชนิดฉีดเข้าหลอดเลือด เช่น Propofol และ Ketamine ไม่กระตุ้น MH และปลอดภัยสำหรับผู้มีความเสี่ยง
ภาวะแพ้ยาสลบพบได้บ่อยแค่ไหน
ภาวะ MH พบไม่บ่อย โดยมีอุบัติการณ์อยู่ที่ประมาณ 1 ใน 5,000 ถึง 1 ใน 100,000 ราย ของผู้ที่ได้รับยาสลบ (3) แต่สิ่งที่ต้องตระหนักคือ ภาวะนี้เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน และอาจรุนแรงมาก
📌 อัตราการเสียชีวิตจาก MH — ก่อนและหลังยุคปัจจุบัน
ก่อนมียา Dantrolene: อัตราเสียชีวิตสูงกว่า 80%
ปัจจุบัน (วินิจฉัยเร็ว + Dantrolene): อัตราเสียชีวิตลดลงเหลือ < 5–10%
ความแตกต่างอยู่ที่ “รู้หรือไม่รู้” ล่วงหน้า
ที่มา: Rosenberg H et al. GeneReviews® (1) | Cong Z et al. Clin Genet. 2024 (3)
สาเหตุเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมโดยตรง
MH เป็น pharmacogenetic disorder ที่เกี่ยวข้องกับการกลายพันธุ์ของยีนที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ (1,2)
ยีนหลักที่เกี่ยวข้อง ตามแนวทาง ACMG Secondary Findings v3.2 (2023) (5) และ CPIC/PharmGKB (2) ได้แก่
RYR1 – ยีนหลักที่ควบคุมการปล่อยแคลเซียมในกล้ามเนื้อ พบความผิดปกติในผู้ป่วย MH ประมาณ 50–70%
CACNA1S – เกี่ยวข้องกับช่องทางแคลเซียมในเซลล์กล้ามเนื้อ พบได้น้อยกว่า (~1%)
STAC3 – เกี่ยวข้องกับโรคกล้ามเนื้อบางชนิด และความเสี่ยง MH
รูปแบบการถ่ายทอดทางพันธุกรรม — สำคัญสำหรับทั้งครอบครัว
MH ถ่ายทอดแบบ Autosomal Dominant หมายความว่า
-
หากพ่อหรือแม่มียีนกลายพันธุ์ บุตรมีโอกาส 50% ที่จะได้รับยีนนั้น
-
สมาชิกในครอบครัวสายตรงทุกคน ควรได้รับการประเมินความเสี่ยงด้วย
-
ผู้ที่มียีนนี้อาจไม่แสดงอาการใด ๆ จนกว่าจะได้รับยาสลบชนิดกระตุ้น
วิธีการตรวจในปัจจุบัน
ปัจจุบันการประเมินความเสี่ยง MH สามารถทำได้ 2 วิธีหลัก
1. การตรวจยีน (Genetic Testing)
เป็นการตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีน RYR1, CACNA1S และ STAC3 จากตัวอย่างเลือด สะดวก ไม่เจ็บปวด และทำได้ก่อนการผ่าตัด หากพบการกลายพันธุ์ที่ก่อโรค ผู้ป่วยจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง (MH Susceptible)
2. การตรวจกล้ามเนื้อ IVCT / CHCT
In Vitro Contracture Test (IVCT) หรือ Caffeine-Halothane Contracture Test (CHCT) คือการตัดชิ้นเนื้อกล้ามเนื้อมาทดสอบในห้องปฏิบัติการ ถือเป็น วิธีวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุด (Gold Standard) (2,6) แต่ต้องทำในศูนย์เฉพาะทาง ใช้เวลานานกว่า และต้องตัดชิ้นเนื้อกล้ามเนื้อ แพทย์มักแนะนำเมื่อผลตรวจยีนยังไม่ชัดเจน หรือมีประวัติครอบครัวน่าสงสัย
ใครบ้างที่ควรตรวจประเมินความเสี่ยง
ตามแนวทาง CPIC/PharmGKB (2) กลุ่มต่อไปนี้ควรได้รับการประเมินความเสี่ยง MH ก่อนการผ่าตัด
- เคยเกิดอาการผิดปกติระหว่างได้รับยาสลบ (เช่น ไข้สูง กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง หัวใจเต้นผิดจังหวะ)
- มีสมาชิกในครอบครัวสายตรงที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีความเสี่ยง MH
- มีโรคกล้ามเนื้อบางชนิด เช่น Central Core Disease หรือ Multiminicore Disease
- มีประวัติเป็นลมหรือกล้ามเนื้อสลายอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ
- กำลังจะเข้ารับการผ่าตัดที่ใช้ยาสลบชนิดสูดดม และมีปัจจัยเสี่ยงจากประวัติครอบครัว
การตรวจยีนช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการผ่าตัดอย่างไร
หากทราบล่วงหน้าว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยง MH ทีมแพทย์สามารถวางแผนได้ทันที
- เลือกใช้ยาสลบชนิดฉีดเข้าหลอดเลือด (TIVA) เช่น Propofol หรือ Ketamine แทนยาสลบชนิดสูดดม
- เตรียมยา Dantrolene ซึ่งเป็นยาหลักในการรักษา ให้พร้อมใช้ในห้องผ่าตัด
- แจ้งผลการตรวจยีนแก่สมาชิกในครอบครัว เพื่อให้ทุกคนรู้ความเสี่ยงของตัวเองด้วย
ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบัน อัตราการเสียชีวิตจากภาวะนี้ลดลงจาก มากกว่า 80% เหลือเพียง น้อยกว่า 5–10% (1,3) เนื่องจากการวินิจฉัยและการรักษาที่รวดเร็วขึ้น การรู้ล่วงหน้าจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการป้องกัน
การแพทย์แม่นยำ: รู้ความเสี่ยงก่อนเกิดเหตุ
การตรวจยีนแพ้ยาสลบ ถือเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด Precision Medicine หรือการแพทย์แม่นยำ ที่ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงของผู้ป่วยแต่ละรายได้อย่างเฉพาะเจาะจง โดยใช้ข้อมูลทางพันธุกรรมเฉพาะบุคคลมาช่วยวางแผนการดูแลสุขภาพ (5) แทนที่จะใช้วิธีเดียวสำหรับทุกคน
แม้ภาวะ MH จะพบไม่บ่อย แต่ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นทำให้การตรวจประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า มีคุณค่าอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง หรือกำลังจะเข้ารับการผ่าตัด
เอกสารอ้างอิง
1. Rosenberg H, Sambuughin N, Riazi S, Dirksen R. Malignant Hyperthermia Susceptibility. GeneReviews®.
2. Gonsalves SG, Dirksen RT, Sangkuhl K, et al. CPIC Guideline for the Use of Volatile Anesthetic Agents and Succinylcholine. Clin Pharmacol Ther.
3. Cong Z, Wan T, Wang J, et al. Epidemiological and clinical features of malignant hyperthermia. Clin Genet. 2024.
4. Groth CM, Acquisto NM. Genetic Testing for Malignant Hyperthermia Susceptibility. Genes (Basel). 2025.
5. Miller DT, Lee K, Abul-Husn NS, et al. ACMG SF v3.2 list for reporting secondary findings. Genet Med. 2023.
6. Riazi S, Kraeva N, Hopkins PM. Updated guide for the management of malignant hyperthermia. Can J Anaesth.
7. Merritt A, Booms P, Shaw MA, et al. Assessing pathogenicity of RYR1 variants. Br J Anaesth.
8. PharmGKB. RYR1 Gene Summary and CPIC Guideline Annotation.









