คำว่า “รอยโรคในตับ” หรือ Liver Lesion ไม่ได้เป็นชื่อโรค แต่เป็นคำทั่วไปที่ใช้เรียกความผิดปกติหรือบริเวณที่มีลักษณะแตกต่างจากเนื้อตับปกติที่พบจากการตรวจภาพทางรังสี เมื่อพบรอยโรคในตับ แพทย์จะพิจารณาลักษณะของรอยโรคร่วมกับประวัติสุขภาพและผลตรวจอื่น ๆ เพื่อกำหนดแนวทางการติดตามหรือการตรวจเพิ่มเติมที่เหมาะสมต่อไป.
รอยโรคในตับ (Liver Lesion) คืออะไร?
รอยโรคในตับคือบริเวณในเนื้อตับที่มีลักษณะต่างจากเนื้อตับปกติเมื่อตรวจด้วยภาพ เช่น อัลตราซาวด์ CT หรือ MRI คำนี้เป็นคำกว้าง ๆ ครอบคลุมตั้งแต่รอยโรคที่ไม่ร้ายเลย เช่น ซีสต์หรือเนื้องอกหลอดเลือด ไปจนถึงรอยโรคที่อาจเป็นมะเร็ง การพบรอยโรคจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการประเมิน ไม่ใช่ข้อสรุปว่าเป็นโรคร้าย
ทำไม “บริบทของผู้ป่วย” จึงสำคัญเท่ากับลักษณะรอยโรค?
รอยโรคแบบเดียวกันอาจมีความหมายต่างกันมากในผู้ป่วยต่างคน ตัวอย่างเช่น รอยโรคเล็ก ๆ ในผู้ที่ตับปกติมักไม่น่ากังวล แต่รอยโรคลักษณะเดียวกันในผู้ที่ เป็นตับแข็งหรือไวรัสตับอักเสบบี/ซีเรื้อรัง ต้องได้รับการประเมินอย่างจริงจังกว่ามาก เพราะกลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่อมะเร็งตับสูง การประเมินจึงต้องดูทั้ง “ลักษณะรอยโรค” และ “ความเสี่ยงของผู้ป่วย” พร้อมกันเสมอ
เมื่อไรที่ “ไม่ต้องกังวลมาก”?
รอยโรคมักมีแนวโน้มไม่ร้ายและแพทย์อาจเพียงติดตาม หากเข้าลักษณะต่อไปนี้:
- พบในผู้ที่ตับปกติ ไม่มีไวรัสตับอักเสบหรือตับแข็ง
- มีลักษณะจำเพาะของรอยโรคไม่ร้ายบนภาพ เช่น ซีสต์ธรรมดา หรือเนื้องอกหลอดเลือด
- ขนาดเล็ก คงที่ และไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อติดตาม
- ไม่มีอาการผิดปกติและค่าตรวจเลือดที่เกี่ยวข้องปกติ
| สัญญาณที่ควรกังวลและต้องตรวจเพิ่ม ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มโดยเร็ว หาก: รอยโรคพบในผู้ที่เป็นตับแข็ง/ไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง, รอยโรคโตขึ้นเมื่อติดตาม, ลักษณะบนภาพน่าสงสัย, ค่า AFP สูงผิดปกติ หรือมีอาการร่วม เช่น น้ำหนักลด ปวดท้อง ตัวเหลือง |
แนวทางการประเมินรอยโรคในตับ
1. การตรวจภาพเพิ่มเติม
หากอัลตราซาวด์พบรอยโรคที่ไม่ชัดเจน แพทย์มักส่งตรวจ CT หรือ MRI ตับซึ่งให้รายละเอียดมากกว่า รอยโรคหลายชนิดวินิจฉัยได้จากลักษณะจำเพาะบนภาพโดยไม่ต้องเจาะชิ้นเนื้อ
2. การประเมินความเสี่ยงและตรวจเลือด
ตรวจการทำงานของตับ ไวรัสตับอักเสบ และค่า AFP ร่วมกับประวัติการดื่มแอลกอฮอล์และประวัติครอบครัว เพื่อประเมินความเสี่ยงประกอบ
3. การติดตามเป็นระยะ
รอยโรคเล็กที่ยังไม่ชัดเจนมักใช้วิธี ติดตามด้วยภาพเป็นระยะ เพื่อดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ การไม่เปลี่ยนแปลงในระยะเวลาที่เหมาะสมช่วยสนับสนุนว่าเป็นรอยโรคไม่ร้าย
4. การเจาะชิ้นเนื้อ
ใช้เฉพาะกรณีที่ผลภาพและความเสี่ยงยังไม่สามารถสรุปได้ เพื่อยืนยันชนิดของรอยโรค โดยแพทย์จะพิจารณาเป็นรายบุคคล
ทำไมไม่ควรวินิจฉัยหรือกังวลเองมากเกินไป?
การพบคำว่า “Liver Lesion” ในผลตรวจไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็ง และในทางกลับกัน การปล่อยผ่านโดยไม่ประเมินก็มีความเสี่ยงในกลุ่มที่เสี่ยงสูง ทางที่เหมาะสมคือ ให้แพทย์ประเมินตามลักษณะรอยโรคและความเสี่ยงเฉพาะบุคคล แล้วทำตามแผนติดตามหรือตรวจเพิ่มตามคำแนะนำ ซึ่งช่วยทั้งลดความกังวลเกินจำเป็นและไม่พลาดรอยโรคที่ต้องดูแล
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: เจอ Liver Lesion ในผลตรวจ ต้องกังวลไหม?
A: ไม่ควรตื่นตระหนก เพราะส่วนใหญ่เป็นรอยโรคไม่ร้าย แต่ก็ไม่ควรเพิกเฉย ควรให้แพทย์ประเมินลักษณะรอยโรคร่วมกับความเสี่ยงของตัวเอง โดยเฉพาะหากมีโรคตับเรื้อรัง
Q: รอยโรคในตับกับก้อนในตับต่างกันไหม?
A: เป็นคำที่ใช้ในความหมายใกล้เคียงกัน หมายถึงบริเวณในตับที่ต่างจากเนื้อตับปกติ ครอบคลุมทั้งชนิดไม่ร้าย เช่น ซีสต์ และชนิดที่ต้องตรวจเพิ่มเพื่อแยกจากมะเร็ง
Q: รอยโรคขนาดเล็กอันตรายไหม?
A: รอยโรคเล็กในผู้ที่ตับปกติมักไม่น่ากังวลและแพทย์อาจเพียงติดตาม แต่รอยโรคเล็กในผู้ที่เป็นตับแข็งหรือไวรัสตับอักเสบเรื้อรังต้องประเมินอย่างจริงจังกว่า เพราะความเสี่ยงต่างกัน
Q: ต้องเจาะชิ้นเนื้อทุกครั้งไหม?
A: ไม่จำเป็น รอยโรคหลายชนิดวินิจฉัยได้จากลักษณะจำเพาะบน CT หรือ MRI ร่วมกับการประเมินความเสี่ยง แพทย์จะพิจารณาเจาะชิ้นเนื้อเฉพาะเมื่อยังสรุปไม่ได้
| สถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน ทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพจาก 3 โรงพยาบาลชั้นนำในเครือ BDMS เทคโนโลยีการวินิจฉัยและรักษาระดับมาตรฐานสากล บริการทั้งผู้ป่วยชาวไทยและผู้ป่วยชาวต่างชาติ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. | ชั้น 3 โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต นัดหมายได้ที่ [email protected] หรือโทร 1719 |
เอกสารอ้างอิง (References)
- European Association for the Study of the Liver. (2016). EASL clinical practice guidelines on the management of benign liver tumours. Journal of Hepatology, 65(2), 386–398. https://doi.org/10.1016/j.jhep.2016.04.001
- Marrero, J. A., Ahn, J., & Rajender Reddy, K. (2014). ACG clinical guideline: The diagnosis and management of focal liver lesions. American Journal of Gastroenterology, 109(9), 1328–1347. https://doi.org/10.1038/ajg.2014.213
- Marrero, J. A., Kulik, L. M., Sirlin, C. B., et al. (2018). Diagnosis, staging, and management of hepatocellular carcinoma: 2018 practice guidance by the AASLD. Hepatology, 68(2), 723–750. https://doi.org/10.1002/hep.29913
- Reig, M., Forner, A., Rimola, J., et al. (2022). BCLC strategy for prognosis prediction and treatment recommendation: The 2022 update. Journal of Hepatology, 76(3), 681–693. https://doi.org/10.1016/j.jhep.2021.11.018
- Singal, A. G., Lampertico, P., & Nahon, P. (2020). Epidemiology and surveillance for hepatocellular carcinoma: New trends. Journal of Hepatology, 72(2), 250–261. https://doi.org/10.1016/j.jhep.2019.08.025
- World Health Organization. (2023). Liver cancer fact sheet. WHO / IARC. https://www.who.int/news-room/fact-sheets









